วันนี้เป็นอีก ๑ วันที่ผมมีโอกาสได้ขับช็อปเปอร์คู่ใจ ไปวิ่งที่สวนชมน่าน  ขากลับแวะทานข้าวเย็นที่ร้านเฮียกิม ตลาดรวมใจบริเวณสถานีรถไฟพิษณุโลก ผู้คนคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน..อร่อยอย่าบอกใครเชียว  ผมมีเรื่องคุยด้วยเช่นเดิมครับ                                            

                          โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในประเทศไทย   สพฐ.ให้คำจำกัดความว่าเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน  ซึ่งในปัจจุบันมีประมาณ ๑๑,๕๙๘ โรง หรือหนึ่งในสามส่วนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทั้งหมด   เป็นโรงเรียนสำหรับประชาชนด้อยโอกาสยากไร้ ห่างไกลเมืองเท่านั้น   ผมมีโอกาสไปโรงเรียนหนึ่งซึ่งคิดว่ายังมีโรงเรียนแบบนี้อีกหรือในประเทศ ไทย   โรงเรียนนี้ห่างจากศาลากลางจังหวัดเพียง ๑๐ ก.ม.ห่างจากถนน ๔ เลนประมาณ ๒ ก.ม.ถนนเข้าโรงเรียนเป็นถนนดินฝุ่นตลบ ข้างทางด้านหนึ่งเป็นป่ารกเรื้อ อีกข้างหนึ่งเป็นคลองส่งน้ำ  มีนักเรียนอนุบาล ๑-ป.๖ ประมาณ  ๒๐  คน  ครู    คน รวมผู้อำนวยการ  มีอาคารเรียนเล็ก ๆ  ๑ หลัง พื้นที่มีประมาณ    ไร่  แค่ข้อมูลสารสนเทศแบบประมาณการก็พอจะคาดเดาได้นะครับว่าขาดแคลนไปหมดทุกอย่าง ถูกทอดทิ้งแค่ไหน  นักเรียนจะเรียนอย่างไร  เรียนครบกลุ่มสาระหรือไม่  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง-ต่ำคงมีคำตอบนะครับ แล้วโรงเรียนอื่นๆที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า คงไม่ต่างกันโดยเฉพาะที่อยู่ห่างไกลสุดกู่  รัฐแก้ไขปัญหาโรงเรียนเหล่านี้ไม่ได้หรอกครับ  กี่ชั่วคนแล้ว ...อย่าถามหาคุณภาพ หากไม่ตัดสินใจเด็ดขาด  ไม่ว่า สพฐ.จะมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนอย่างไร ก็คงเหมือนเดิม   เหมือนเดิมอย่างไร                                               

                                   1) อย่าถามหาคุณภาพ  ยังคงมีโรงเรียน ICU เหมือนเดิม                                       

                                   2) เป็นโรงเรียนสำหรับไต่เต้า  ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน  (ระวังนะ ผอ.โรงเรียนเล็กจิ๋ว ที่เป็นชำนาญการพิเศษจะสอบได้เป็น ผอ.สพท.ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ.ที่คาดว่าจะประกาศใช้)                                                

                                   3) เป็นโรงเรียนสำหรับครูรุ่นใหม่ทดลองใช้ชีวิตเป็นครู นักเรียนเป็นหนูลองยาครูย้ายออกไปก่อน  รอครูย้ายเข้า เป็นปีครับกว่าจะได้มา นักเรียนจะเรียนกับใคร ในขณะที่รอครู                                               

                                   4) เป็นโรงเรียนสำหรับลูกชนชั้นกรรมกร  เกษตรกร ผู้รับจ้างหาเช้ากินค่ำ เรียน  แสดงให้เห็นว่ายังมีชนชั้นของประชาชน  สิทธิความเป็นมนุษย์ เป็นเพียงกฎหมาย                                              

                                   5) เป็นหนึ่งโรงเรียนที่ต้องนับจำนวนเพื่อความยิ่งใหญ่ของ สพท.                                              

                                   6) เป็นโรงเรียนที่ขาดแคลนองค์ประกอบสมบูรณ์ที่เรียกว่าโรงเรียน                                               

                                   7) เป็นโรงเรียนที่อยู่ในชุมชนห่างไกล  ด้อยโอกาส   กันดาร  

                          แล้วคำว่า ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นวิธีการแก้ปัญหาได้จริงหรือ?   ผมคงไม่มีโอกาสไปแก้ไขปัญหาได้  เพราะผมไม่มีอำนาจอะไร  เป็นเพียงคนหนึ่งที่สะท้อนความจริงให้ทุกคนได้รู้ว่า การจัดการศึกษาของประเทศไทย ยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่  คนในวงการเดียวกันเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรคือวัชพืช  อะไรคือผักชี  และรู้ด้วยว่าผักชีจะปลูกอย่างไร เวลาใดจึงจะงดงาม  ขายได้กำไร  จะกำจัดวัชพืชอย่างไรให้หมดไป...โรงเรียนขนาดเล็กจึงเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่สะท้อนชนชั้นของคนในสังคมไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....ข้อเขียนที่ผมสะท้อนนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม  ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้  แต่หากท่านต้องการจะค้นพบความจริง ก็ลองไปศึกษาวิถีชีวิตจริงๆของโรงเรียนขนาดเล็ก โรงใดโรงหนึ่งที่อยู่ไกลปืนเที่ยงสักแห่ง สองแห่งแล้วจะรู้เองครับ ว่าสิ่งที่ผมนำเสนอนี้เชื่อถือได้แค่ไหน....เด็กตาดำๆแต่งตัวมอมแมม..น่าสงสารครับ   สวัสดี.