ใครหนอที่จะดีกับเราเหมือนพ่อเหมือนแม่ของเรา?
ใครหนอที่จะรักเราเหมือนพ่อเหมือนแม่ของเรา?
ใครหนอที่จะเข้าใจเราเหมือนกับพ่อกับแม่ของเรา?
ใครหนอที่จะเมตตาเราเหมือนกับพ่อกับแม่ของเรา?
หลายครั้ง หลายวัน ในหลาย ๆ หน เราอาจรู้สึกน้อยใจ เสียใจ ว่า "พ่อแม่ไม่รักเรา"
ไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล ไม่ทำอย่างโน้นเหมือนคนอื่นเขา ไม่ทำอย่างนี้เหมือนกับคนที่ใกล้ชิดเรา
เราเลยสรุปความสั้น ๆ ที่ไม่น่าสรุปเลยว่า "พ่อแม่ไม่รักเรา"
อ้าว.... ถ้าไม่รักเราแล้วท่านจะไปรัก....ที่ไหน
ทำไมเราจึงถึงได้คิดเรื่องไร้สาระแบบนี้ขึ้นมาได้
ความรักของท่านนั้นประเสริฐกว่าที่จะต้องแสดงออกทางกาย
ความรักของท่านนั้นประเสริฐกว่าที่จะต้องแสดงออกทางวาจา
แต่ความรักของท่านนั้นเต็มเปี่ยมไปทั้งดวงใจ
ความรักของพ่อของแม่นั้นส่งจากใจท่านถึงใจเราเสมอ
ความคิดถึง ห่วงใย ไม่รักเรา ไม่คิดถึงเรา สิ่งเหล่านี้ จิตใจเราปรุงแต่งไปเองทั้งนั้น
ท่านไม่กอด ไม่พูด เราก็ต้องไปกอดท่าน
ท่านไม่มาหา ไม่โทรมา เราก็ต้องไปหา ต้องโทรไปหา
อย่าให้เพียงแค่ฝาห้องกั้น เป็นตัวกันความรักจากท่านที่มีต่อเราเลย
เพราะความรักอันประเสริฐจากท่านมีให้เราเสมอ
ท่านให้เรามาตลอดตั้งแต่กำเนิดจนเราได้เพลินเพลิดเป็นคนอยู่ได้ในทุกวันนี้
แล้วทำไมเรายังถึงเห็นแก่ตัวเป็นฝ่ายนั่ง รอ รอ รอ แล้วก็รอ ให้ท่านมาหา มารัก มาเข้าใจเรา
แล้วยังมีหน้าพูดอีกนะว่า "พ่อแม่ไม่รักเรา"?

คุณเข้าใจอะไรบ้างครับ?
ความรู้สึกที่พ่อแม่ยุ่งทั้งคู่ ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รัก ผมเข้าใจ เค้าหาเงินเพื่อใครผมเองก็รู้ แต่บางทีที่ผมอยากได้จริงๆก็แค่เวลาที่จะได้คุยกันบ้าง ไม่ใช่ทำงานมาก็เหนื่อยนอน ผมก็ไม่อยากกวน อาทิตย์ๆนึงคุยกันไม่ถึง 5 นาที
ความรักที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ มันก็ไม่ต่างกันหรอกครับ เพราะผลสุดท้ายคนที่เจ็บปวดก็คือผม ไม่ใช่ผมไม่ดูแลท่าน ผมดูแล และเข้าหาก่อนเสมอ แต่เหมือนว่าเวลาของท่านจะมีน้อยเกินไป จนไม่เหลือไว้สำหรับผมเลย
ไม่ได้อยากทรพี แต่ทุกวันนี้ผมรู้สึกจริงๆว่า นี่ กูเกิดมาทำไม
เราเองก็รู้ว่าเค้ารัก(ส่วนนึงนะคะ )
รักมากจนอุ้มเด็กคนนี้ไปทิ้ง แล้วให้กอดกับหมาที่เลี้ยงไว้ร้องไห้
ถ้าป้าไม่อุ้มเรากลับมาเราคงไปแล้วล่ะค่ะ
มีน้องหลายคน ดูแลไม่ทัดเทียมกันเลยสักคน
ขนาดตอนนี้เราทำแทบทุกอย่างเพื่อให้เค้าหันมามอง
ทำตามคำสั่ง ฝึกมารยาท ทำกับข้าว ใช้คำสุภาพ ตั้งใจเรียนจนได้คะแนนดีๆ
เค้าก็ยังไม่พอใจ
ทั้งๆอ.ก็บอกแท้ๆว่าคุณแม่น่าอิจฉาที่มีลูกสาวแบบนี้ แต่ทำไมเค้าถึงไม่ดีใจ
วันๆเราไม่ทำอะไรก็ยังด่า
จนเรารู้สึกว่าทุกครั้งที่เค้าเรียก คือเรียกเราไปเพื่อสรรหาคำมาด่าเรา
เรากลัวทุกครั้งเวลาเค้าเรียก ไม่อยากให้เค้าด่า...
เงินเกบ 8พัน เค้าก็เอาไปเป็นอภินันทนาการให้น้องๆ
จนเราเริ่มรู้สึกว่ารู้งี้น่าจะใช้ให้มันหมดๆไป ไม่น่าเก็บมันไว้เลย
เราไม่รู้ว่าควรเกิดมาไหม แต่ก็รู้สึกเหมือนว่า แค่ที่เราเกิดมาหายใจใช้อากาศในบ้านเค้า
ก็เปลืองอากาศในบ้านเต็มที ความรู้สึกนั้นเลย
บอกว่าเลี้ยงลูกสไตล์อเมริกัน ตอนเรามีแฟนก็ขอ ท่านก็ให้ แต่พอขอคบไปแล้ว บอกให้เลิก ภายในสองวัน นี่มันอะไรกัน? รู้งี้ทำแบบวัยรุ่นทั่วไปไม่บอกดีกว่า
เราไม่เคยโกหกเค้าสักครั้ง แต่พอพูดความจริงแล้วเค้าร้องไห้ ตกนรก คุ้มกันไหม?
แถมไม่เชื่อที่พูดอีกตะหาก น้องโกหกอะไรเชื่อหมด
บอกว่าอยากเป็นอาชีพอะไรก็ไม่ว่า แต่พอเราพูดเรื่องสิ่งที่อยากทำ
ก็จะจงใจเบี่ยงประเด็นให้ทำอย่างอื่น ..
ภาพพจน์มันสำคัญกว่าชีวิตลูกเหรอ? เราเองก็ถามตัวเองอย่างนั้นมาตลอด
อยากรู้ว่า การมีลูกเกรด 3.97 เนี่ย มันเป็นความอัปยศของวงศ์ตระกูลเหรอคะ?
ใช่สิ เราไม่ได้ 4.00 ถ้วนนิ ไม่ได้เป็นนักเรียนที่หนึ่งเหรียญทองโอลิมปิก
ก็เรามันได้แค่นี้ ยังจะเอาอะไรกับเราอีก
ทำทุกอย่างจนไม่รู้จะทำอะไรให้รักเราแล้ว
ใกล้ถึงวันแม่แล้ว ใจจริงรักและเป็นห่วงท่านมาก แต่ส่วนลึกของจิตใจ รู้ทั้งรู้ว่าไม่แม่ไม่เคยรักเลย เพราะพี่น้องมีชาย๔หญิง๓ ปรากฎว่า แม่รักแต่ผู้ชาย ผู้หญิง๓คน แทบจะไม่รักเลย จนทุกวันนี้ พี่น้องตายไป ๕ คนแล้ว เหลือเพียงผู้หญิง ๒ คนเท่านั้น ท่านก็ยังไม่รักเลย รักแต่หลานย่าที่เป็นผู้ชายเท่านั้น ตอนท่านป่วย ก็เรานั้นแหละที่นอนเฝ้าที่ รพ.เกือบเดือน ลางานเป็นว่าเล่น เงินทอง/ทรัพย์สมบัติท่านให้หลานชายเพียงคนเดียวเท่านั้น เราถามว่า ถ้าแม่รักเรา แล้วทำไมไม่ให้อะไรเราเลย ใช่ว่าอยากได้นะ แต่ทำไม ต้องบอกคนอื่นว่าทำให้เรากับพี่สาวแล้ว และเราไปเซ็นต์รับมรดกเรียบร้อยล้ว แต่จริงๆ แล้วเราไม่รับรู้อะไรเลย อย่างนี้เรียกว่าแม่รักเราหรือ ช่วยตอบหน่อย
ถ้าจะให้ตอบคำถามจากข้อมูลที่ท่านกล่าวว่าทุก ๆ คน ไม่ว่าใครร้อยทั้งร้อยก็ต้องตอบว่า “แม่ไม่รักเรา...”
เนื่องด้วยจากสถานการณ์ เหตุการณ์ ทั้งหลาย ทั้งปวง ที่ได้เอื้อนเอ่ย ชี้แจง และแถลงไขนั้นคงจะเป็นคำตอบอื่นไม่ได้นอกจากคำว่า “ไม่รัก”
แต่ทว่า...
หากชีวิตของเรานับตั้งแต่ “ปฏิสนธิ” เจริญเติบโต อยู่ในท้องของแม่จนครั้นที่แม่ “คลอด” เราออกมานั้น หากหยิบยกสถานการณ์ เหตุกาณ์ นับเนื่องประมาณ ๙ เดือนนี้ขึ้นมาพูดก็คงจะเป็นคำตอบอื่นไม่ได้นอกจากคำว่า “รัก”
หากวันนี้ วินาทีนี้ เรานึกย้อนหันมองกลับไปถึงสถานการณ์ เหตุต่าง ตามห้วง ตามเวลา หากเรานึกขึ้นถึงแต่สถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นหนา ชีวิตจะปราศจากคุณค่าแห่งคำว่า “รัก”
หากแม้นเพียงชีวิตหนึ่งนี้มีช่วงเวลาดี ๆ ที่เราได้อยู่ใกล้ชิดแม่แม้นเพียงแค่ ๙ เดือน
ก็ขอให้เราจดจำเวลาดี ๆ ที่แสนวิเศษ แสนมหัศจรรย์จากความ “อบอุ่น” นั้นเป็นพลังต่อสู้ “ทำความดี”
รอยต่อของชีวิตในช่วงชีวิตของคนแต่ละคนนั้นขึ้นอยู่กับ “บุพกรรม”
ขอโปรดระลึกถึง “ความรัก” ที่น่าจดจำ ความสัมพันธ์อัน “ประเสริฐ” ยิ่งจาก “แม่” อันเป็น “รักแท้” ที่ “บริสุทธิ์...”
บางคนมีโอกาสดูแลแม่ถึงแก่เฒ่า บางคน “แม่” มีโอกาสได้ไป “งานศพ” ของเรา เรานั้นเล่าในวันนี้นึกถึง “ความดี” ของแม่หรือยัง...?
ความคิดที่ดี ความคิดที่ประเสริฐ ความคิดที่เลิศ คือ ความคิดแห่ง “รักแท้ (Love Actually)”
ถึงแม้นว่าช่วงเวลาที่ดี ๆ นั้นจะน้อยเสียเต็มที่ ก็ขอให้เก็บวินาทีแห่งรักแท้นั้นเป็นทุน เป็นพลัง เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงาม
ความเศร้าหมองอันใดที่ “แม่” ได้ผิดพลาด พลั้งไป ลูกทั้งหลาย “ให้อภัย” แม่เถิดนะ...
หากวันนี้แม่ผิด เราอย่าคิดโกรธเคืองท่าน
เมตตาท่าน รักท่าน ด้วยชีวัน ยามอาสันต์ มั่นรักท่าน นิรันดร...
ธรรมะอันบริสุทธิ์ ลูกทั้งหลายโปรดมอบให้กับ “แม่”
การให้อภัยและรักแท้ มอบแด่ “แม่” ไม่ถือโกรธ โทษ “แม่” เอย...
คนที่ มาให้กำลังใจ
ถ้าชีวิตของคุณ เป็นแบบที่ไม่ต้องการ แล้วคุณจะรู้ได้ทัน
ถ้าคุณไม่มาเจอ ชีวิต แบบพวกเขา
ยังไงคุณก็ไม่เข้าใจ
แต่ ก็อย่าได้ไปโกรธ พ่อ แม่เลย