บ้านของเรา
การรอคอยการกลับมาของ...ดอกคูนหน้าบ้าน

สนิมเดินทาง...

                                 เมื่อวานนี้ฉันเดินทางกลับบ้าน   หลังจากที่ภารกิจการงานได้เสร็จลุล่วงตามความคาดหวัง กระเป๋าใบโต  พร้อมความเหน็ดเหนื่อยในร่างกาย   ของเสียจากร่างกายไหลรินหยดย้อยผ่านหน้าผาก  ลำคอ  และแผ่นหลัง ชุ่มฉ่ำเหมือนสายฝนรินรดร่างกาย  ตอนนี้คิดถึงแต่บ้านบ้านที่ฉันจากมา          

         รถไฟเป็นเพื่อนที่ดีในการเดินทาง  เสียงของรถไฟ  ทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยวมากเกินไประหว่างทาง  รถไฟมักมีที่พอเหมาะสำหรับฉันเสมอ ๆ  และทุกครั้งที่ฉันเลือกจะเดินทางด้วยรถไฟ  จะมีที่สำหรับให้ฉันเอนอิงร่างกายพักผ่อน  ให้ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถ ปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกว่า    เส้นทางนี้ฉันมีเพื่อนตลอดการเดินทาง          

                      ฉันเดินทางกลับบ้าน  ฉันเรียกที่นี่ว่าบ้าน  บ้านหลังที่เท่าไหร่ของฉันก็ไม่รู้  แต่ที่นี่ให้ความอบอุ่นไม่ต่างจากบ้าน   ที่ฉันกำเนิดเติบโตลืมตามาบนโลกใบนี้                             

                   บ้านหลังนี้ติดถนน  ต้นสนอินเดียยืนเป็นกำแพงแข็งแกร่งอยู่หน้าบ้าน  ต้นเฟื่องฟ้าต้นใหญ่สีชมพูขาว  ทิ้งกลีบร่วงหล่นบนพื้น คล้ายกับงานศิลปะของจิตกรเอกสร้างสรรค์ไว้อย่างงดงาม    ด้านหน้าที่ติดถนนเป็นคลองน้ำยาวไหลเอื่อยรอบ  ๆ เมือง  ที่หล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดหนึ่งของภาคอีสานที่มีอาณาเขตติดกับจังหวัดบุรีรัมย์  จังหวัดศรีสะเกษ  และประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศกัมพูชา   ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าสภาพน้ำที่เห็นในวันนี้    ผู้คนที่นี่ใช้ในการอุปโภคบริโภคได้อย่างไม่ตะขิดตะขวางใจ        

                          บ้านหลังนี้ไม่ใหญ่นัก  มีต้นมะม่วงโอบล้อมรอบ ๆ บ้าน  ต้นมะม่วงเป็นทั้งร่มเงาและผลิดอกออกผลให้ได้กินตามฤดูของมะม่วงในบ้าน  มะยมหวานต้นเล็ก   สะเดาต้นใหญ่รสดี  ผักกุ่มต้นสูงที่พร้อมออกดอกตอนหน้าแล้ง   สระน้ำเล็ก ๆ  ผักบุ้งลอยเท้งเต้งอวดสายตา    ไม้ประดับ  ไม้ดอก  ต่างอวดคุณสมบัติในตัว   เพื่อให้คนในบ้านได้ชื่นชมความงาม  บัวเผื่อนชูดอกอยู่กลางน้ำ   เป็นที่พักสายตาเวลาเมื่อยล้าจากการงาน                         

                      บ้านหลังนี้เป็นทั้งที่ทำงาน  ที่พักนอน   ที่ดื่มกิน  ที่คุย  ที่ทะเลาะ  ที่ปรึกษาหารือ  ที่ที่มีความสุข  ที่ที่เงียบเหงา   เวลาที่ใครสักคนไม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา            

                       ฤดูกาลได้พัดผ่านบางสิ่งให้เปลี่ยนแปลงไปบ้างกับบ้านหลังนี้   น้ำที่เริ่มเต็มสระลดน้อยลง  ปลาในสระเริ่มปรากฏกายให้เห็นขนาดชัดเจนเพิ่มมากขึ้น  ผักบุ้งเริ่มยึดอาณาเขตในสระ  แม้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปบ้าง  แต่ที่นี่ทุกอย่างต่างเติมเต็มกันและกันน่าให้อยู่เพิ่มมากขึ้น                          

                     สิ่งหนึ่งที่สำคัญและงดงาม  และช่วยแต่งแต้มบรรยากาศของบ้านให้มีชีวิตชีวาขึ้น  ของความรู้สึกฉันที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน   หน้าบ้านมีต้นคูน หรือ ราชพฤกษ์  อยู่  4  ต้น  ช่วงฤดูกาลของสายลมไปได้จางหายไปนานแล้ว  หอบเอาสายลมเหน็บหนาวไปสู่ภูมิภาคอื่น  และได้พัดพาไอร้อนเข้ามาแทนที่ทันทีมันจากไป  ต้นคูนทั้ง  4  ต้น  ต่างทิ้งใบ  ร่วงหล่นลงมา  เหลือเพียงกิ่งก้านสาขา  ต้นคูนดูน่ากลัวยิ่งนักในช่วงนี้  ฝักแก่สีดำที่ทิ้งน้ำหนักตามความยาวไหวเอนตามแรงลม  บ้างก็หล่นตามแรงลมที่กรรโชกผ่านมา  แต่ยังเหลือประดับประดาต้นคูนบ้างให้กิ่งก้านสาขาของต้นคูนมีเพื่อนยาวฤดูกาลแล้ง ๆ   เพื่อรอคอยการกลับมาของดอกคูน...สีเหลือง            

                    ฉันนึกได้แค่ว่า  เมื่อใบอ่อนสีเขียว ๆ ของดอกคูนได้คืนสู่กิ่งก้านสาขา   ไม่นานเท่าไหร่นักพวงดอกของดอกคูนจะเริ่มผลิดอกเล็ก ๆ  แตกออกมาจากกิ่งก้านของต้นใหญ่   ห้อยเป็นพวงระย้าลงมา พวงสีเขียวอ่อนจะค่อย ๆ  คลี่ตัวดอกรับแสงแดดร้อน ๆ  และแล้วการรอคอยของดอกคูนก็จะกลับมา...                     

                            เมื่อไหร่ที่ดอกคูนออกดอกสีเหลืองเต็มต้น    ช่วงนั้นบ้านทั้งหลังจะมีชีวิตเพิ่มมากขึ้น  คงเป็นเพราะสีเหลืองอร่ามของดอกคูน  ที่แต่งแต้มบ้านหลังนี้ให้สดใสขึ้น  สีสันของดอกคูนช่วยให้บ้านมีสีเพิ่มขึ้น  พื้นลานหน้าบ้านจะประดับประดาด้วยกลีบดอกสีเหลืองอร่ามมีสีเหลืองอ่อนแซมบ้างทิ้งตัวลงมา  เมื่อหมดอายุเจริญเติบโตบนก้านดอกบนต้น   แต่มันก็จะสร้างความสวยงามบนลานหน้าบ้านทดแทนเมื่อร่วงหล่นลงมา  เหมือนกับว่าจะให้เราสัมผัสความงามของมัน  ทั้งขณะที่อยู่บนกิ่งก้านสูง ๆ ที่เราอาจเอื้อมไม่ถึงและที่ที่เราก้าวเท้าเหยียบย่ำบนลานหน้าบ้าน            

         อีกสิ่งหนึ่งที่จะตามมาก็คือ  เมื่อดอกคูนบานสะพรั่งเต็มที่   บางครั้งเราอาจโชคดีที่จะเจอกับสายฝนท่ามกลางความร้อน   เมื่อสายฝนโปรายปรายลงมา  หยดน้ำจากสายฝนจะเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับดอกคูน  และสรรพสิ่งบนโลกใบนี้    ยิ่งเมื่อใดที่ดอกคูนต้องแสงกับอาทิตย์ความงามของดอกคูน   ก็ยิ่งจะเรืองรองเด่นขึ้นมากเท่านั้น  ทุกอย่างอยู่อย่างรอคอยเพื่อเติมเต็มกันและกันอย่างพอเหมาะพอเจอะ                     

              ฉันไม่รู้ว่าสมาชิกในบ้านเกือบ  20  คน  จะเฝ้ารอคอยการกลับมาของดอกคูนเหมือนกับฉันหรือเปล่า  ความจริงแล้วฉันไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตา   นับวันรอคอยการกลับมาของดอกคูน  แต่ทุกครั้งที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน  ฉันจะสังเกตดูว่าบ้านหลังนี้  มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในบ้าน  มีใครอยู่บ้างไหม  หรือว่าใครออกเดินทางไปแล้ว  ต้นไม้ออกดอกออกผลหรือเปล่า   หญ้าในบ้านแห้งตายหรือขึ้นใหม่สูงขึ้น  ดอกไม้ข้าง ๆ บ้านเริ่มออกดอกหรือยัง  เป็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันเฝ้ามองและรอคอยการกลับอยู่เสมอ..                

                   ฤดูกาลของดอกคูนมาพร้อมความร้อน  ความร้อนนำมาทั้งความมีชีวิตและความแห้งแล้ง   แต่ชีวิตของสมาชิกในบ้านหลังนี้  ยังคงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าหนทางในการมีชีวิตจะยุติลง  หลายครั้งที่สมาชิกในบ้านหายไป  และหลายครั้งที่สมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้น  จะอะไรก็แล้วแต่  ทุกอย่างมันเคลื่อนไหวไปตามหนทางของสิ่งเหล่านั้น  ทั้งสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา                       

                    การรอคอยการกลับมาของ....ดอกคูนหน้าบ้าน  จึงคล้ายกับการรอคอยบางอย่างในบ้านหลังนี้ ทั้งคนที่อยากพบ  อยากคุย   อยากเจอ   และความรู้สึกบางอย่างที่จางหายไป  แน่นอนบ้านหลังนี้อาจจะโอบกอดปลอบประโลมความเศร้าสร้อยของสมาชิกในบ้านได้ไม่หมดทุกคน  แต่บ้านหลังนี้  ยังรอคอยการกลับมาของสมาชิกทุกคน  อย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็เป็นที่พักพิงได้ถ้าสมาชิกในบ้านต้องการ                

                เช่นเดียวกับการรอคอยการกลับมาของ...ดอกคูนหน้าบ้านที่ฉันเป็นอยู่ในวันนี้...