ระบบวิจัยของประเทศต้องเป็นระบบที่เน้นการสร้างความสามารถในการใช้ World Knowledge ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่ Thai Knowledge
เพราะขนาดของ Thai Knowledge อย่างมากก็แค่ 1/1,000 ของ World Knowledge
ถ้าเรามัวหลงอยู่กับความรู้ 1 ส่วน ไม่หาวิธีเอาอีก 999 ส่วนมาใช้ประโยชน์ เราก็โง่น่ะซี ถ้าสภาพเป็นอย่างนั้นจริง ประเทศไทยจะไปสู้กับใครได้ ผู้คนจะอยู่ดีมีสุข มีศักดิ์ศรีได้อย่างไร
World Knowledge อยู่ที่ไหน ส่วนไหนของ World Knowledge ที่เราควรเน้นเอามาทำ KT
- Database สิทธิบัตรของโลก
- Mega Project ต่าง ๆ ของประเทศ
- เครื่องมือทันสมัยราคาแพงทั้งหลาย
- Internet วารสารวิชาการ
- สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย โครงการบัณฑิตศึกษา
- นักวิจัย นักพัฒนา ที่มีความสามารถสูง
3 ตัวแรกใน 6 ตัวนี้ คือ แหล่ง World Knowledge ที่วงการวิจัยไทยเอาใจใส่น้อยไป
สังคมไทยจัดการระบบสิทธิบัตรเพื่อเอาใจฝรั่ง ไม่ได้จัดการเพียงผลประโยชน์ของประเทศ เราไม่ได้จัดการเพื่อยกระดับความสามารถของสังคมไทยในการใช้ความรู้โลก
ใน Mega Project ทั้งหลายมีความรู้มากมาย หลายประเทศที่เขาฉลาด เขาจะวางเงื่อนไขให้ Mega Project เป็นกลไกดูดซับความรู้ (เทคโนโลยี) เข้าสู่ประเทศ
เครื่องมือทันสมัยราคาแพงทั้งหลายมีความรู้ (เทคโนโลยี) อยู่ในนั้น ระบบวิจัยไทยจะสร้างวิธีการจัดการเพื่อดูดซับความรู้เข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไร เราจะเป็น intelligent/creative user ของเครื่องมือเหล่านั้น และสร้างความรู้ต่อยอดขึ้นภายในสังคมของเราเองได้อย่างไร
กระบวนทัศน์ World Knowledge นำไปสู่ "ยุทธศาสตร์เหยียบบ่ายักษ์"
วิจารณ์ พานิช
9 ต.ค.50
น่าจะเป็นวิธีการพัฒนาองค์ความรู้ที่ใช้เวลาน้อยลงมากๆและทำให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาพัฒนาประเทศด้วยใช่มั๊ยครับ