คำว่าล้านนา นั้นมีความหมายมานานเริ่มตั้งแต่ตำนานเชียงใหม่ปางเดิม หน้า 7 สรุปได้ว่า“ เมื่อสร้างเมืองได้บรมวลแล้ว ก็ยังหาชื่อเมืองบ่ได้เทื่อ อำมาตย์ทั้งหลาย จึ่งกล่าวกันว่า ควรเอาจอง(แท่น/พระราชอาสน์) ของเจ้าเมืองมาชั่งเอาน้ำหนัก บ้างก็ว่าจองนั้นมีน้ำหนัก 8 แสนแลนา บ้างก็ว่า จองมีน้ำหนัก 1 ล้านแลนา ครั้นเมื่อเอาจองขึ้นชั่งแล้วปรากฏว่า จองมีน้ำหนัก 1 ล้าน….ว่าอั้น หมู่เขาจึ่งใส่ชื่อเมืองว่า ล้านนา ตั้งแต่บัดนั้นมา” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">-อีกความหมายหนึ่งคำว่าล้านนา บ่งบอกถึงความอุดมของบ้านเมือง พระนามของเจ้าครองเมืองในสมัยนั้นได้มีพระนามที่แสดงถึงความสมบูรณ์มั่งคั่งของบ้านเมือง เช่น พระเจ้าแสนภู หากพิเคราะห์ความหมาย หมายถึงมีราชอาณาเขตนับมีภูเขาเป็นแสนลูกคือมีป่าไม้ แร่ธาตุ ทรัพยากรมากมายนั่นเอง โดยเฉพาะพระเจ้ากือนา มีความหายว่าครองไร่นาถึงกือ(ตื้อ)ไร่ มีความหมายไร่นามากมายอุดมด้วยทรัพยากร คู่กับเมืองล้านช้างทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ขยายความถึงหน่วยนับของชาวล้านนาโบราณตั้งแต่ นึ่ง-สิบ-ร้อย-พัน-หมื่น-แสน-ล้าน-โกฎิ-ตือ(กือ) การนับหน่วยนี้ยังนำมาใช้ขนานนามพระพุทธรูปบ้าง พระนามพระเจ้าแผ่นดินบ้าง เช่น พระเจ้าแสนแซว่ พระเจ้าล้านตอง พระเจ้าเก้าตื้อ เป็นต้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> อนึ่ง ในการบันทึกภาษาล้านนาสมัยก่อน ผู้คนไม่นิยมเขียนหรือไม้เคร่งครัดในการเขียนวรรณยุกต์มากนัก เช่นคำว่า นี้แล หากเขียนเป็นภาษาล้านนาเขียน นีแล แต่เวลาอ่านผู้คนที่รู้ๆกันจะอ่านว่า นี้แล ดังนั่นแม้อักษรล้านาจะเขียน ลานนา แต่ต้องอ่านว่า ล้านนา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ที่สับสนคำว่า ลาน ในภาษาล้านนาหมายถึงต้นไม้คล้ายต้นตาล คนใช้ใบมาบันทึกพระธรรม บันทึกตำรายาสมุนไพร หรือนำใบลานมาสานเป็นเครื่องใช้ ของเล่นเช่นปลาตะเพียน เป็นต้น บางครั้งนำเอาลูกลานมาต้มรับประทานเป็นของกินเล่น อย่างที่คนล้านนาเปรียบเทียบคนที่ทำตาโตขณะที่ไม่พอใจส่า “ต๋าเท่าบ่ะลานต้ม”(ทำตาโตเหมือนลูกลานต้ม)</p> หากเอ่ยถึงลาน ในภาษาล้านนาจะพูดว่า “ ข่วง” เช่น ข่วงประตูท่าแพหมายถึงลานประตูท่าแพ ข่วงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์หมายถึง ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เป็นต้น โดยนัยดังกล่าว เคยมีการถกเถียงและมีข้อยุติกันแล้วราวๆ พ.ศ. 2525ว่า ให้ใช้คำว่าล้านนา นั้นถูกต้องแล้ว ดังนั้น การที่จะศึกษาเรื่องราวของบ้านเมืองใด ควรเข้าใจในรากเหง้าของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ จะไม่ทำให้เกิดความสับสน และไม่ต้องเกิดความแตกแยกทางความคิด ไม่เสียเวลาถกเถียงกันให้เสียเวลา
ล้านนา
คำว่าล้านนานั้นมีความหมาย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
บรรจง ผอ.ไอซีที · 14 ต.ค. 2550
โอ๋-อโณ · 14 ต.ค. 2550
prapapron · 14 ต.ค. 2550
bigmomma · 14 ต.ค. 2550
oatband · 14 ต.ค. 2550
นายช่างใหญ่ · 14 ต.ค. 2550
prapapron · 14 ต.ค. 2550
สวัสดีครับ คงจะคล้ายๆ “พันนา” นะครับ แต่ว่า ล้านนา นี่มหาศาลเหลือเกิน บางทีคำเก่าๆ เข้าใจง่าย แต่ว่าเรานึกไม่ออก
เชื่อแล้วคร๊าบว่าเป็นเจ้าพ่อล้านนาตัวจริง
มาอ่านได้รับความรู้ค่ะ...อยากรู้เรื่องของเขา ต้องศึกษาเขาก่อน..ใช่ไหมคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความคิดเห็น และเป็นกำลังใจให้คนแก่
ตอนต่อไปจะเล่าเรื่องซะป๊ะ(จิปาถะ)ของชาวล้านนา ที่ได้ใช้ผะหญาภูมิปัญญาสร้างสรรค์ผลงานเป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันครั้งในอดีต แต่บัดนี้สูญหายไปแล้วก็มี เกือบจะสูญหายก็มี อย่างไรเสียในบล้อกนี้ก็จะร่วมบันทึกผะหญาภูมิปัญญาของบรรพชนชาวล้านนาเอาไว้ ให้ชาวโลกได้รับรู้ครับ...
ขอไหว้สาจากใจจริงจากลุง
นิคม พรหมมาเทพย์