ขอพูดถึงคนดี 2 ท่านนี้ไว้พร้อมๆกัน คุณหมอรวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล และ อ.ประมวล เพ็งจันทร์

สัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกว่าชีวิตมีเรื่องให้ทำที่ไม่เป็นระบบระเบียบต่างไปจากช่วงก่อนๆ แต่ก็จัดการทุกอย่างที่ต้องทำให้ลุล่วงไปได้ตามสมควร รู้สึกว่าตัวเองไม่วุ่นวาย เคร่งเครียดมากเท่าที่เคยเป็น เรียนรู้ที่อยู่กับปัจจุบันขณะได้มากขึ้น กังวลและคาดหมายกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงน้อยลงมาก และไม่วุ่นวายย้อนคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ (แต่ก็เก็บสิ่งที่ควรแก้ไขเอาไว้ในใจเพื่อใช้ในอนาคต) ทำให้รู้สึกว่าชีวิตจิตใจค่อนข้างสงบราบเรียบ มีความสุขกับสิ่งที่เห็นและเป็นไป

คิดว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการได้อ่านหนังสือ เดินสู่อิสรภาพ ของอ.ประมวล เพ็งจันทร์ ที่มีความหนา 500 หน้าอย่างละเอียดทุกตัวอักษร สมัยที่มีเวลามากๆกว่านี้ คงจะนั่งอ่านรวดเดียวจบเป็นแน่ เพราะความดีของตัวอักษรที่บรรจุอยู่ภายใน ที่สื่อให้รู้สึกถึงความตั้งใจที่จะบอกเล่าสิ่งที่อาจารย์ประมวลได้รับ จากการละ เลิกยึดมั่นในวัตถุสิ่งของ ดำเนินชีวิตแต่ละวันด้วยความไม่คาดหวัง และเชื่อมั่นในจิตใจที่ดีทั้งของตนเองและผู้อื่น แต่คราวนี้ใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้มาทุกวัน ทุกเวลาที่พอมีเวลาว่าง จนกระทั่งมาถึงหน้าสุดท้ายในวันนี้ ในหลายๆวรรคตอน เกิดความรู้สึกตื้นตัน จนน้ำตาไหลเอง เป็นความซาบซึ้งในความรู้สึกและความดีของจิตใจคนที่สื่อสารผ่านตัวอักษรออกมา

ถึงตอนนี้ สิ่งที่ยังคงติดอยู่ในในใจ นอกจากความเชื่อมั่นในการคิดดี ทำดีแล้ว ก็ยังมีอีก 2 เรื่องคือ เรื่องปรัชญาที่ดีที่สุดสำหรับใช้เพื่อการดำรงชีวิต และการอยู่กับปัจจุบันขณะ

อ.ประมวลพูดถึงเรื่องปรัชญานี้เอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจว่า

 "...ความหมายและความสำคัญของปรัชญาอยู่ที่ตัวเราที่จะครุ่นคิดให้เกิดความคิดความเชื่ออันเป็นข้อกำหนดการตัดสินใจเลือกที่จะรับหรือปฏิเสธสิ่งต่างๆที่เข้ามาสู่ชีวิตเรา การรับหรือการปฏิเสธนี้ก่อให้เกิดเป็นความหมายในการมีชีวิตอยู่ พวกเราแต่ละคนมีความหมายชีวิตที่แตกต่างกัน ก็เพราะเราเลือกที่จะรับหรือปฏิเสธแตกต่างกัน นี่คือความหมายของปรัชญา และปรัชญาที่ผู้อื่นคิดไว้ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก แต่ปรัชญาที่เราคิดยึดถือเป็นตัวของเราเองมีบทบาทและความหมายต่อตัวเรายิ่งนัก...."และ

"ไม่มีลัทธิปรัชญาใดดีที่สุด หากแต่ปรัชญาระบบใดก็ได้ ที่เมื่อเรานำมาใคร่ครวญพิจารณาแล้วสามารถทำให้เรารักผู้อื่นได้ รักผู้อื่นเป็น ปรัชญานั้นแหละคือปรัชญาที่ดีสำหรับเรา การมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ สิ่งมีค่าและงดงามที่สุดคือ ความรัก ความรักไม่ใช่ความปรารถนาที่จะครอบครองและได้จากผู้อื่น แต่ความรักคือความรู้สึกเป็นสุขที่ได้ทำให้คนที่เรารักมีความสุข" 

และสำหรับการอยู่กับปัจุบันอาจารย์ ได้พูดไว้กับเยาวชน 2 คนที่ท่านผ่านพบว่า

"...ถ้าหนูนั่งอ่านหนังสืออย่างมีความสุขทีละหน้า หนูสามารถอ่านหนังสือทั้งหมดในห้องสมุดของโรงเรียนจบภายในเวลาไม่นาน และถ้าหนูเรียนหนังสือแต่ละวันอย่างมีความสุข หนูจะเรียนจบปริญญาได้โดยง่าย ถ้าหนูเดินทีละก้าวอย่างมีความสุข หนูสามารถเดินรอบโลกใบนี้ได้ภายในเวลาไม่นาน"

อาจารย์เขียนไว้ก่อนหน้าท่อนนี้ด้วยว่า

"...และด้วยการก้าวเดินทีละก้าวอย่างมีความสุขนี้แหละ ถ้าหากจะมีถนนจากโลกนี้ไปสู่ดาวดวงไหนก็ตาม เราก็สามารถก้าวเดินไปสู่ดาวดวงนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะการก้าวเดินทีละก้าวอย่างมีความสุขในทุกๆย่างก้าว สามารถทำให้เดินไปที่ใดก็ได้"

เป็นถ้อยคำง่ายๆแต่อ่านแล้วทำให้คิดได้ถึงการมีสติกับปัจจุบันขณะซึ่งส่งผลดีอย่างยิ่งเช่นที่ตัวเองกำลังรู้สึกอยู่นี้เอง

บอกไม่ถูกว่าอะไรที่ทำให้คิดถึงคุณหมอรวิวรรณ หาญสุธิเวชกุล ผู้ซึ่งเป็นบล็อกเกอร์ท่านหนึ่งที่ได้รู้จักผ่าน GotoKnow ได้ติดตามตัวตนและการทำงานของท่านมาอย่างสม่ำเสมอด้วยความชื่นชมและศรัทธา อยากแนะนำให้ใครๆตามไปอ่านเรื่องที่คุณหมอหน่อยเขียนเล่าสิ่งที่ทำทั้งในบล็อก pedaids ChiangRai และ ร่วมกันสร้างหมอใหม่หัวใจเต็มร้อย ความท้าทายอันยิ่งใหญ่ รวมทั้งตัวตนที่น่ารักและมีความสุขกับการใช้ชีวิตทุกๆวันของคุณหมอในบล็อกชีวิตที่มีความสุข  ซึ่งนำพาความสุขมาสู่ใจเราเสมอ เพราะสิ่งดีๆที่ท่านพยายามทำด้วยความรักที่มีต่อผู้อื่นซึ่งมีโอกาสน้อยนิดในสังคมทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ

บอกเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมจึงเชื่อมโยง คนดีๆ เรื่องดีๆ 2 เรื่องนี้ถึงกัน รู้แต่ว่าท่านทั้ง 2 ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมกับการมีชีวิตอยู่ และอยากขอบคุณด้วยการกระทำอะไรสักอย่าง สำหรับบันทึกนี้เขียนเพื่อขอบคุณอ.ประมวล เพ็งจันทร์ และตั้งใจไว้ว่าจะซื้อหนังสือเล่มนี้ส่งไปให้คุณหมอหน่อยเพื่อขอบคุณจากใจค่ะ

และต้องขอบคุณ GotoKnow ที่ทำให้ได้มีโอกาสเผยแพร่เรื่องดีๆคนดีๆ ไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ