เธอเป็นพยาบาลที่เลือกออกตระเวนเยี่ยมคนไข้ตามบ้านเรือนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ทั้งๆที่เธอก็ป่วยแทบเอาชีวิตไม่รอด การตระเวนเช่นนั้น เรื่องราวความทุกข์ยากของจริงก็เผชิญต่อหน้าเธอจนหมดเปลือก เธอเห็น เธอสัมผัสว่าผู้ป่วยที่มาจากชนบทไปหาหมอที่โรงพยาบาลนั้นมาจากพื้นฐานที่บางครั้งเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะอยู่ในสภาพที่เธอได้เห็น ผิดกับรูปธรรมที่เธอเห็นคนไข้ที่โรงพยาบาล เพราะนั่นคือความยากจนที่เป็นภูเขาน้ำแข็งส่วนที่เห็นบนผิวน้ำเท่านั้น

ความทุกข์ยากของผู้ป่วยบางรายมิใช่แค่ป่วยเพียงคนไข้ที่อยู่ในบัญชีโรงพยาบาลเท่านั้น ในครอบครัวที่ป่วยก็มีอีกหลายคน แต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาลเท่านั้น อาจรียกได้ว่า ยังมีความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าผู้ป่วยที่มาหาคุณหมออีกมากมาย เมื่อเธอออกไปเยี่ยมความจริงต่างๆจึงไหลหลั่งออกมามากมายก่ายกอง ล้วนเป็นเหตุเป็นปัจจัยความป่วยของคนไข้ท่านนั้นๆด้วย ดังนั้นการรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเป็นการรักษาอาการป่วยเท่านั้น แต่ยังไม่ได้รักษาอาการป่วยของครอบครัว
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วนึกว่าผมต้องเขียนอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะผมนึกถึงหลายอย่างของความจริงในชนบทที่ผมทำงานอยู่ด้วย แต่ผมไม่ได้ทำงานเยี่ยมคนป่วยเพราะโรคภัยไข้เจ็บทางร่างกาย แต่ผมมีส่วนในการเยี่ยมชาวบ้านผู้ป่วยทางเศรษฐกิจ สังคม ความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติในการดำเนินชีวิตและการดิ้นรนให้ได้มาซึ่งปัจจัยต่างๆของชีวิตและครอบครัว เลยไปถึงสิ่งแวดล้อมของหมู่บ้าน ชุมชนและท้องถิ่น ที่ใกล้ชิดเรื่องนี้ที่สุดดูจะเป็นกิจกรรมการฟื้นฟูระบบรักษาโรคภัยด้วยภูมิปัญญาชุมชน และ ฯลฯ ซึ่งต่างล้วนเป็นองค์ประกอบการดำเนินชีวิต คุณภาพชีวิต
ผมนึกถึงคำว่าบูรณาการ ผมนึกถึงข้อเสนอแนะของผมที่มีวงสัมมนาหลายต่อหลายครั้งในเรื่องการผนวกแผนงานเข้าด้วยกันในระดับหมู่บ้าน นึกถึงวันที่แลกเปลี่ยนแนวคิดงานพัฒนากับชาวญี่ปุ่นท่านนั้นในเรื่องหมู่บ้านเข้มแข็ง ผมนึกถึงช่วงที่จิตใจผมล้นไปด้วยโทสะแล้วก็อาละวาดเอาบ่อยๆว่าระบบราชการเข้าไม่ถึงชุมชนอย่างแท้จริง กี่ร้อยปีมาแล้วที่ระบบราชการทำงานเช่นนี้แต่ไม่ได้ปฏิรูประบบเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาหมู่บ้าน ชุมชนอย่างมีพลัง แม่แต่หน่วยงานที่ผมทำอยู่ก็ดูจะยากที่จะปฏิรูปการทำงานให้ตอบสนองชนบทมากขึ้น เพื่อนฝูงที่เป็นข้าราชการดีดี จนเขาส่ายหน้าแล้วก็ก้มหน้าทำงานรักษาตัวรอดกันไป
ผมนึกถึงหลายครั้งที่เข้าหมู่บ้านแล้วชาวบ้านวิ่งมาหาเราด้วยใบหน้าเป็นทุกข์ และสายตาเขาหวังว่าเราจะเป็นที่พึ่งเขาได้ เพราะเขาไม่มีใครที่รู้จักในระบบราชการ มีแต่ข้าว ทุ่ง นา ควายและเสื้อผ้าเก่าๆกับความทุกข์ใจ อยากให้ทางการออกเอกสารสิทธิ์ให้ เสนอไปหลายปีแล้วยังไม่เห็นคำตอบหรือข่าวคราวเลยว่าไปถึงไหนอย่างไร อยากให้ช่วยหากากน้ำตาลมาให้ ก็สนใจทำปุ๋ยน้ำหมักที่โครงการและราชการไปส่งเสริม เมื่อสนใจจริงๆอยากจะทำก็ไม่มีวัสดุอุปกรณ์ที่จะทำ ช่วยหน่อย อยากเรียนรู้เรื่องผึ้ง มีเพียง 2-3 คน ไม่เข้าเกณฑ์ทางวิทยาลัยชุมชน หรือ กศน. อยากได้ท่อส่งน้ำ ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหน ผู้นำบางคนอยากได้ ม้วนเทป ฯลฯ ผมก็รับปากจะพยายามจัดทำ จัดหามาให้เท่าที่จะทำได้ แต่หลายเรื่องก็รู้ๆว่า ไม่ได้หรอก
ผมนึกถึงโปรแกรมทางราชการทั้งระดับอำเภอและจังหวัดที่ทำโครงการ อำเภอ/จังหวัดเคลื่อนที่ ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวบ้านมาก แต่จัดเดือนละครั้ง น้อยเกินไป และมันเป็นรูปแบบทางการเกินไป ยังมีเรื่องราวมากมายที่ชาวบ้านต้องการปรึกษา พึ่งพาราชการ แต่เข้าไม่ถึง
ผมนึกไปถึงว่าหากจังหวัด หรืออำเภอจัดคณะย่อยๆ ขนาดเล็กลงมาจากอำเภอหรือจังหวัดเคลื่อนที่ อาจจะประกอบด้วย พยาบาล เกษตร ที่ดิน ฯลฯ ออกตระเวนเยี่ยมเกษตรกรเป็นรายหมู่บ้าน ไปตอบคำถาม ไปแนะนำ ไปทำความเข้าใจ เอาข่าวสารไปให้ ไปรับเรื่องราวทุกข์ร้อนต่างๆ แล้วก็อาจจะได้สิ่งที่กลายเป็นแผนงานสำหรับปีงบประมาณต่อไป เกิดความสนิทสนม เกิดการแก้ไขปัญหาที่ตรงกับความต้องการของหมู่บ้านอย่างแท้จริงมากขึ้น ไม่เป็นทางการ ฯลฯ แนวคิดนี่เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้วแต่ย่อยกลุ่มให้เล็กลงมา และเยี่ยมบ่อยๆ กระบวนการนี้ทำไปสักพักก็จะพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมมากขึ้นว่าแบบใดที่เหมาะและสอดคล้องกับสภาพชุมชนและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ปัญหาหลายอย่าง ชาวบ้านต้องเดินทางเข้ามาที่สำนักงานในตัวอำเภอหรือจังหวัด ปรับให้ง่ายลงมาได้ไหม เพราะหลายครั้งที่ชาวบ้านไปที่อำเภอหรือจังหวัด นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายสำหรับเขามากนัก อาจจะต้องเช่ารถปิคอัปในหมู่บ้านออกมากัน ค่าเช่ารถนั่น เขากินได้เป็นเดือน หลายครั้งมาอำเภอ จังหวัดก็ไม่จบในวันเดียว ดีขึ้นที่หลายหน่วยงานพยายามทำ ครบวงจรให้จบในช่วงสั้นๆ แต่เพียงบางเรื่องที่ง่ายๆอย่างนั้น โดยเฉพาะเรื่องระเบียบ ต้องเอาลูกทุกคนมาเซนต์ชื่อพร้อมกันต่อหน้าราชการจึงจะทำเรื่องโอนที่ดินให้ได้ โอย...ก็บางคนมันไปทำงานต่างประเทศ บางคนได้ผัวเป็นฝรั่ง กี่ปีมันจะกลับมาเล่า..โอย.... ชาวบ้านนั้นไม่มีปากมีเสียงอะไรหรอก เขาว่าอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น..

เธอผู้สวมหมวกขาวท่านนี้คือ นางพยาบาลที่ชื่อ หยดน้ำ.. ผมได้รับหนังสือเล่มนี้มาจากท่านอาจารย์กมลวัลย์ อ่านสิ่งที่เธอเขียนแล้วได้อารมณ์เหลือเกิน คิดอะไรต่ออะไรตามมาอีกมากมาย รวมทั้งข้อคิดเห็นในการปรับปรุงงานที่จะทำในอนาคตด้วย ขอขอบคุณอาจารย์กมลวัลย์ที่หยิบยื่นสื่อชีวิตที่มีคุณค่ามาให้ ขออนุโมทนากุศลแก่คุณ “หยดน้ำ” ผู้สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก ขอขอบคุณตัวละครชีวิตจริงทั้งหมดที่ตอกย้ำจิตสำนึก ขอขอบคุณนางพยาบาลอีกจำนวนมากที่ปิดทองหลังพระครับ
เธอผู้สรวมหมวกขาวท่านนี้คือ พยาบาลที่ชื่อ หยดน้ำ
นี่คือจิตอาสาอย่างแท้จริงค่ะ
ชื่นชมจริงๆๆค่ะ
นำรูปธรรมชาติมาฝากค่ะ แต่เห็นสวยๆบ่อยๆแล้วใช่ไหมคะ
สวัสดีครับ
1. sasinanda
สวัสดีครับป้าแดง อิ อิ
สวัสดีค่ะคุณบางทราย
สิ่งที่พี่หยดน้ำทำนี้มีคุณค่าจริงๆ นะคะ ไม่ไ้ด้รอให้คนอื่นทำ แต่ทำเองด้วยจิตอาสาจริงๆ ตัวเองนับถือบุคคลเช่นนี้มากๆ เลยค่ะ
ที่ส่งให้พี่บางทรายด้วยเพราะคิดว่าเป็นคนทำงานให้ชุมชนเหมือนกัน อยากจะบอกว่านับถือน่ะค่ะ ^ ^ ตัวเองมีความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ไกลมาก ได้แต่ทำบุญเมื่อมีโอกาส
จริงๆ น้องออต
ก็เป็นคนหนึ่งที่คิดถึงว่าจะส่งให้เหมือนกัน แต่เกรงว่าจะต๊กกะใจ ว่าทำไมจู่ๆ ส่งหนังสือมาให้ ตอนนี้รู้แล้วว่าสนใจอยากอ่าน จะส่งไปให้ตามที่อยู่ในประัวัตินะคะ ^ ^
สวัสดีครับน้องออต
สวัสดีครับ
5. ออต
สวัสดีครับอาจารย์
7. กมลวัลย์
สวัสดีครับพี่บางทราย
"หมอแพทย์ทายว่าไข้ ลมคลุม
โหรว่าเคราะห์แรงรุม โทษให้
แม่มดว่าผีกุม ลงโทษ
ปราชญ์ว่า กรรมเองไซร้ ก่อสร้างมาเอง"
การเยี่ยมบ้าน ( Home visit , Home health care ) เป็นการบริการสุขภาพแบบผสมผสาน ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสภาพ เป็นการบูรณาการอย่างหนึ่งครับ
เป็นการดูมิติอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการเจ็บป่วย แต่ครอบครัว สังคม ความเชื่อ หรืออะไรอีกมากมาย "เป็นการรักษาคน ไม่ใช่แค่รักษาไข้"
แน่นอนว่าหากผู้คนจะสุขภาพดีได้ไม่ใช่หมอ พยาบาล หากแต่เป็นหน้าที่ของทุกคนครับ เพราะสุขภาพดีคือ ร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ประกอบด้วย อาหาร อากาศ อารมณ์ อาชีว
การแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยจึงต้องร่วมกันแก้ครับ พี่บางทรายเป็นหนึ่งในแพทย์ผู้ให้การรักษา องค์ประกอบทางสังคมและจิตวิญญาณ เป็นเรื่อง อาหาร อากาศ อารมณ์ และอาชีว อย่างชัดเจนครับ
ขอบคุณที่ช่วยกันครับ
ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เช่นกัน ดร.กมลวัลย์กรุณาส่งไปให้ คุณพยาบาลคนนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านที่ปากท่าค่ะ
มีความเห็นเช่นเดียวกับพี่บางทรายเลยค่ะเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้
สวัสดีครับ
12. mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
พยาบาลที่สวมหมวกหลายใบมายกมือค่ะ อิอิ แต่ตอนนี้ไม่มีหมวกสีขาวเลยอ่ะค่ะ
แย่จัง
อิอิ แต่จริงๆสมัยทำงานในรพ. หนิงก็เคยทั้งหมวกเขียว (scrub nurse) หมวกขาว(ward)และไร้หมวก(รักษาการเภสัชชุมชน หน.ห้องยา,ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ ค่ะ ชอบอันหลังมากที่สุดค่ะ อิอิ ชอบงานอนามัยโรงเรียน และออกหน่วยพอสว. ปจว.ค่ะ
ช่วยกันเมมให้คุณแม่ผมหน่อยนะงับ ขอบคุณงับ จากลูกปลาป็อก3ตัว ถ้าใครได้อ่านหนังสือของแม่ผมคงจะรู้ความหมายที่ผมเมมนะงับ ขอบคุณคุณลุงบางทรายและคุณอาจารย์ป้ากมลวัลย์ และกัลยาณมิตรของคุณแม่ทุกท่านงับ ขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุนหนังสือแม่ผมนะงับ จากลูกปลาป็อก3ตัว
สวัสดีครับ . พยาบาลไร้หมวก
ไม่เป็นไรคร๊าบบบบบบบบ
ขอบคุนมากเลยนะงับ
จากปลาป็อกตัวที่3งับ
คุนแม่ผมจะพิมพ์หนังสือครั้งที่สองเพื่อให้รับกับความต้องการของร้านหนังสือและผู้ที่ต้องการ มีมากขึ้น
ถ้าวางร้านหนังสือจะดีไหมคร๊าบบบบบบบบ
คุนลุงบางทรายว่าอย่างไรคร๊าบบบบบบบบบบบ