ชาวบ้านล้วนมีความคิด มีวิธีการจัดการตนเอง ศักยภาพชุมชน เป็นสิ่งอัศจรรย์จริงๆ

   เคยแต่ได้ยินคนโบราณว่า คนบ้านโน้น ไม่เหมือนคนบ้านนี้ คือความเป็นอยู่ ความคิด แต่ละหมู่บ้านมีความแตกต่างกันเสมอ อันนี้ผู้เขียนได้เข้ามาทำเวทีชาวบ้าน หลายวันมานี้ ก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ

    ที่จริงควรจะนำเรื่องโครงการทำความดีถวายในหลวง ของบ้านเขาคันทรง หมู่ที่ 4 มาเล่าให้ชาวG2K ได้ทราบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่มีเหตุการณ์ วิกฤตภัย 7 ชั่วโมงเกิดขึ้นเสียก่อน แต่ก็ดี เพราะ จากเหตุการณ์นี้ ส่งผลกระทบให้กับโครงการที่เขาคิดมากทีเดียว

    เวทีหมู่4 นี้มีคนเข้าร่วมมากถึง 17 คน ทั้ง อบต. อสม. และการเสนอความคิดเห็นก็หลากหลายมาก ตั้งแต่จะปลูกดอกไม้ริมทางให้สวยงามตลอดทาง จะทำบ้านน่าอยู่ จะทำธนาคารเลือดในหมู่บ้าน จะถากถางหญ้าข้างถนนให้เกิดความปลอดภัยเวลาเด็กนักเรียนเดินทาง จะจัดบ้านปลอดยุงลาย จะทำปุ๋ยหมักใช้ในครัวเรือน .... งานนี้เจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ ป้อนคำถาม เพื่อให้เขาเห็นประโยชน์ในสิ่งที่จะทำ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงไหเท่านั้น เช่น ทำแล้วใครได้ประโยชน์ เกิดความสามัคคีไหม ฝืนวิถีชีวิตตัวเองหรือเปล่า ที่สำคัญ ความต่อเนื่องยั่งยืนของกิจกรรม ถึงตรงนี้ มีการอภิปรายกันยกใหญ่ ต่างก็มีเหตุผลในการส่งเสริม หรือหักล้าง แก้โจทย์ที่ตั้งไว้ให้

  ในที่สุดก็มาสรุปลงที่"โครงการหมู่4 บ้านเขาคันทรงรวมใจตั้งธนาคารเลือดถวายพ่อหลวง "โดยเริ่มต้นที่ 100 ขวดเช่นกัน แล้วในวันรุ่งขึ้น ก็เกิดเหตุการณ์ กลิ่นมหาภัยขึ้นในหมู่บ้าน หลังจากที่ช่วยกันค้นหาแหล่งต้นเหตุ คือการเผาแผงวงจร คอมพิวเตอร์ กองใหญ่ ของบริษัทแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดการเผาไหม้สารตะกั่ว ส่งกลิ่นจนทำให้ คนในหมู่บ้าน เกิดอาการ หายใจไม่สะดวก เมื่อเหตุการณ์สงบลง ผู้เขียนเลยเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อพบ อสม.ให้ช่วยกันสำรวจผู้มีอาการมาก ให้ไปตรวจร่างกายที่ สถานีอนามัย และก็ได้พบภาพๆหนึ่ง ที่จะขอนำมาเล่าให้ทราบกัน คือเห็น อสม. กำลังนั่งชุมนุมกัน มีสมุด ปากกาเหมือนกำลังจดอะไรสักอย่าง ขณะนั้น มีหญิงคนหนึ่ง ขับมอร์เตอร์ไซด์มาขายขนม และผู้เขียนทันเข้าไปได้ยินการสนทนาของคนกลุ่มนั้น ฟังแล้วถึงกับชื่นใจ เพราะ เขากำลังทำการชักชวน ให้คนในหมู่บ้านเป็นอาสาสมัครบริจาคเลือดนั่นเอง โดยกล่าวถึงภัยเงียบที่พี่งจะพ้นผ่านไปหยกๆ และว่า ถ้าภัยครั้งนี้ เป็นการเจ็บป่วยที่ต้องใช้เลือด เราจะทำอย่างไรกัน หญิงสาวผู้นั้น ถึงกับลงชื่อสมัครทันที พอผู้เขียนมองไปที่สมุด ก็เห็นจำนวนอาสาสมัครนับได้ 7 คน

  ชาวบ้านล้วนมีความคิด มีวิธีการจัดการตนเอง ศักยภาพชุมชน เป็นสิ่งอัศจรรย์จริงๆ ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานชุมชน จึงมักมีความสุขเสมอ เหมือนการเฝ้าดูดอกไม้ ที่ให้ดอก ค่อยๆบาน ส่งกลิ่นหอม ชื่นใจ ชื่นตา ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องเร่ง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ

   เป็นวันที่รู้สึกดี และอยากจะเผื่อแผ่ความรู้สึกนี้แก่ชาวG2K ทุกท่าน ให้ดีใจว่า คนในแผ่นดินเดียวกันนี้ เขาทำอะไรเพื่อพ่อกันบ้าง   สวัสดีค่ะ