สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: center; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal" align="center">ข้อที่   1  </p>

บทความสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา

</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>การบริหารและจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียน เพื่อให้เกิดคุณภาพ  การศึกษา ตามหลักการบริหารนั้นและการประกันคุณภาพภายในเป็นกระบวนการบริหารจัดการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ หลักการและกระบวนการบริหารดังกล่าวเป็นสิ่งที่ใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ โดยมีกระบวนการวางแผน      ทำตามแผน      ตรวจสอบ ประเมินผล       และปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ      เพื่อให้การทำงานได้ผลและมีคุณภาพ ครูและผู้บริหาร  ผู้ปกครอง   ต้องร่วมกันพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพดี และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง       ผู้บริหารและครูในสถานศึกษาทำงานเป็นทีม  มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ว่าต้องการพัฒนานักเรียนให้มีคุณสมบัติอย่างไร          ต้องช่วยกันคิด และช่วยกันวางแผน (Plan)     ว่าจะต้องทำอย่างไร      แล้วช่วยกันทำ (Do)      ช่วยกันตรวจสอบ (Check)      และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง (Action) เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา        ระบบสารสนเทศทางการศึกษานั้นมีความสำคัญ เพราะ ระบบสารสนเทศทางการศึกษาเป็นการรวบรวมข้อมูลทางการศึกษา ดำเนินการประมวลผลและวิเคราะห์ให้เป็นสารสนเทศ ระบบสารสนเทศที่ดีจะต้องเป็นตัวแทนของเหตุการณ์ มีหลักฐาน มีการวิเคราะห์แปลความหมายของข้อมูล มีการเสนอ รายงานสรุปและการเผยแพร่ ระบบสารสนเทศจึงเป็นระบบที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับข้อมูลดังต่อไปนี้ (วีระ, 2539 : 7) คือ                  1.  รวบรวมข้อมูลทั้ง  ภายใน ภายนอก ซึ่งจำเป็นต่อหน่วยงาน                    2.  จัดระบบเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อให้เป็นสารสนเทศที่พร้อมจะใช้ประโยชน์ได้            </p><p>                          3.  จัดให้มีระบบการจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกต่อการค้นหาและนำไปใช้             </p><p>                          4.  มีการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอ เพื่อให้อยู่ในสภาพดีมีคุณภาพทันสมัยตลอดเวลา  สถานศึกษาที่มีระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์ ครบถ้วน เป็นปัจจุบันเรียกใช้ได้สะดวก และตรงกับความต้องการ จะช่วยให้สถานศึกษาสามารถดำเนินงานพัฒนาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างความมั่นใจอยู่บนฐานวิชาการ หลักฐานข้อเท็จจริงตรวจสอบได้ มีการวิเคราะห์ประมวลผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะสารสนเทศทั้งหลาย นอกจากใช้ในการวางแผนและประกอบการตัดสินใจแล้ว ยังนำไปสู่การพัฒนาความคิด และแสดงทางเลือกใหม่ ๆ ในการดำเนินการต่าง การจัดระบบสารสนเทศภายในสถานศึกษา เพื่อให้เหมาะกับการนำไปใช้ โดยจำแนกเป็นระบบย่อยพอสรุปได้ ดังนี้             </p><p>                1.  ระบบสารสนเทศเป็นพื้นฐานของสถานศึกษา ประกอบด้วยข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวกับภาพรวมของสถานศึกษา                </p><p>             2.  ระบบสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียน เป็นระบบสารสนเทศที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียนทั้งหมด                  </p><p>            3.  ระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการ เป็นการจัดระบบสารสนเทศเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนการสอน                  </p><p>       4.  ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ สารสนเทศประเภทนี้ต้องประมวลผลรวมมีการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างถูกต้องทันสมัย                  </p><p>       5.  ระบบสารสนเทศเพื่อการรายงาน เป็นการนำข้อมูล     สารสนเทศเหล่านี้มารวมกับส่วนที่กล่าวข้างต้น มาสรุปรวมกันแล้วเขียนเป็นรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  สรุปได้ว่าการจัดระบบบริหารของสถานศึกษานั้นต้องเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นระบบ และสารสนเทศต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล ครอบคลุมงานทุกด้าน ถูกต้องทันสมัย และจัดเก็บเป็นหมวดหมู่สามารถนำมาใช้ได้อย่างรวดเร็วทันความต้องการรวมทั้งใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจได้เป็นอย่างดี </p><p>อ้างอิงมาจาก </p><p>นายอภิรักษ์   น้ำทับทิม.  การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก http://km.neo-2.net/index.php?option=com_content&task=view&id=941&Itemid=57.    2006  </p><p> </p>