ความจริงในใจ ของเด็กในกะลา จนวันนึง...

ในวันแรกที่ผมได้ฟังคำพูดของอาจารย์เกี่ยวกับ เยาวชน 1000 ทาง ว่าให้เขียนโครงการขึ้นมาแล้วส่งไป ตอนนั้นผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลย เหมื่อนคนที่พึ่งโดนชีดยาชาอ่าครับ มันไม่ทำให้ผมรู้สึกอยากทำขึ้นมาเลยจริงๆ จนเพื่อนๆในกลุ่มนักเรียนแกนนำ ต้องมาชวนไป ผมเลยจำใจ ขอย้ำ จำใจ ครับ แล้วก็มาร่วมเขียนโครงการกันตอนนั้นผมรู้สึกอยากให้มันจบๆไปเลยจริง เนื่องจากมีหลายเหตุผลน่ะครับ เพราะผมโดนอาจารย์ศิริวรรณ เป็นอาจารย์ที่ผมกลัวมาที่สุดในโรงเรียน พูดว่าเรื่องที่ผมไปอบรมจนการเรียนตกต่ำ ผมเลยไม่ค่อยอยากไปไหนเท่าไร หลังจากนั้น 2 อาทิตย์เพื่อนเอาโครงการที่ตัวเองอยากทำมาทั้งหมด 13 โครงการผมทิ้งไป 1 โครงการ แล้ววันนั้นเป็นวันสุดท้ายแล้ว ผมเลยต้องมานั่งส่งเมล์ เพราะว่าไปส่งไปรษณีย์ไม่ทัน ผมก็ส่งไปหมดแหละ 12 โครงการ แต่ส่งไปปรับมาเด้งกลับเลยครับ ไม่รู้เป็นไร ผมเลยส่งซ้ำอีก 1 โครงการ ได้ครับ คราวนี้ไม่มีการตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกเลยครับ หลังจากนั้น 2-3 วันพี่บุษได้โทรมาบอกอาจารย์ที่ปรึกษาผมว่าโครงการส่งไปได้แค่ 2 โครงการผมก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก เพราะคิดอยู่แล้วว่าต้องออกมาประมาณนี้ อาจารย์บอกว่า โครงการแรก ป้องกันเพศศึกษาในวัยเรียน ให้โยดูแล อีกอัน คูเมืองครับ โครงการนี้แหละที่ทำให้ผมแตกหักกับอาจารย์ อาจารย์เค้าว่าผมว่าทำอะไรไม่รับผิดชอบ เขียนแล้วได้งบแล้วจะไม่ทำ อาจารย์ผมไม่ได้ทำจริงๆนะครับ T-T พอผมโดนกดดันมาก ความคิดที่ว่าไม่อยากทำมันเปลี่ยนไปครับ ผมอยากทำไอ้โครงการที่เด็กที่ไหนส่งมาไม่รู้ให้เสร็จไปครับ ตรงนี้แหละเป็นจุดหักมุมเลย ที่ทำให้ผมอยากทำโครงการพันทาง หลังจากนั้นพี่บุษบอกว่าต้องไปอบรม 1-3 ผมก็เลยไม่อยากไปเพระกลัวซ้อม 0 ไม่เสร็จ แต่พอบอกว่าเลื่อนไป 3-5 ผมเลยสบายใจขึ้น ทางเราก็วางแผนไป 4 คน ผม ซัง โย และ เทพ ม.6 2คน ม.5 2 คน ไปเป็นคู่ๆ เพื่อการเรียนรู้ส่วนบุคคล พอถึงวันที่ 2 พี่บุษบอกว่ามีการเข้าใจผิด โรงเรียนอินทร์บุรี ได้ 1 โครงการอีกโครงการนึงไม่ใช่ผมเลย ก็อาการเบื่อสุดขีด -*- ย้ำ สุดๆของที่สุดแล้ว ผมเลยจะให้ โยไปกับซัง เพราะซัง ยัง ม.5 เค้าต้องการ Exp. ที่จะต้องมาดำเนินงานที่มากกว่าผม หลังจากนั้น 10 นาทีอาจารย์ที่ปรึกษาผมโทรมาอีก -*- บอกว่าให้ไป 4 คนนั้นแหละ 4 คน ตอนนั้นผมไม่อยากไปแล้วครับ เหมื่อนกับว่าไปเป็นตัวเสือกที่ทางนั้นไม่ต้องการอ่าครับ ผมก็เลยจำใจไปอย่างที่ตัวเองต้องทนกับสภาพที่ว่า ถ้าเกิดมีคนพูดว่าหน้าด้าน เค้าไม่ให้มาก็จะมา ผมเลยต้องเตรียมใจไว้ แต่ลึกแล้วก็ไม่อยากที่จะเจอกับคำแบบนั้นหรอก แต่คนเราบางทีมันหนีไม่ได้หรอก ใครจะไปรู้ ต่อจากนี้ไปข้างหน้าเราอาจจะเจอกับเรื่องเลวร้ายกว่านี้อีก และแล้วพวกผมก็ไปอบรมกัน 4 คนตามแผน A ช่วงเวลา 2 คืน 3 วัน ผมไม่ขออธิบายนะครับ มันไม่สามารถจะแปลความหมายออกมาเป็นตัวอักษรได้จริงๆครับ หลังจากอบรมเสร็จพอเข้าสู่ช่วงเวลาที่ผมจะต้องลงมือทำงานจริงๆแล้ว ความคิดในตอนแรกที่บอกว่าหน้าเบื่อมันหายไปเลยอ่าครับ ตอนนี้ ณ เวลานี้ผมกลับสนุกกับมัน สนุกมาก จริงๆ ถึงแม้ว่าเหลือเวลาอีกแค่ 1 วันก็จะถึงวันที่โครงการของเราจะเริ่มมีชีวิตแล้วผมตื้นเต้นมากเลย เรื่องในครั้งนี้ตัวผมเองได้เรียนรู้ว่า อะไรที่เราไม่เคยเจอไม่เคยทำ เราอาจดูมันว่าไม่สนุกไม่อยากทำ แต่ถ้าเราลองฝืนใจตัวเอง ลองทำดูเราจะรู้ว่า ยังมีอะไรอีกมากมายแอบแฝงอยู่ในสิ่งรอบตัวเราอยู่ถึงแม้ว่าเมื่อเราทำไปแล้ว มันอาจจะให้ความผลลับที่แตกต่าง แต่นั้นแหละก็คือสิ่งใหม่ๆที่ชีวิตเราได้รับ เมื่อเราได้มันมาแล้ว เราก็ลองนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและสังคมให้มากที่สุด ในแบบฉบับของเรากันเถอะครับ

 LIFE STYLE  เพราะทางเลือก มีมากกว่า 1