คุณยายพยอม  มีหลานหลายคน  ครูอ้อยจะเป็นหลานคนโต 

ดังนั้น  ญาติผู้ใหญ่ทุกคนจะ...เห่อกับหลานคนนี้ 

จะอุ้มอยู่บนเอว  ไม่ให้เดิน  กลัวล้ม  เดี๋ยวหลานจะเจ็บ 

ครูอ้อยจึงโชคดีที่เกิดมาเป็นหลานครอบครัวนี้...คนแรก  

คุณยายพยอมมารับหลานน้อย  คือ  ครูอ้อยไปทุกวันเสาร์ 

คุณแม่ก็ไม่อยากให้ไปหรอก  เพราะบ้านคุณยายนั้น  อยู่ริมน้ำ  กลัวครูอ้อยลอยตามน้ำไป  และกลัวยุงกัดด้วย...

ด้วยเจ้ายุงนี่ล่ะ  จึงเป็นเรื่อง...มันก้ดที่หน้า และตามตัวของครูอ้อย...

คุณยายกลัวคุณแม่จะต่อว่า...ที่เอาหลานมาแล้ว  ยุงกัด...คุณยายจึงนำความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้  ก็คือ...ปูนแดงกินกับหมาก 

นำมาบด บีบน้ำมะนาว 

คุณยายเล่าให้ครูอ้อยตอนโตขึ้นมาฟังว่า..ครูอ้อยน้ำลายไหลเลยตอนที่คุณยายบีบมะนาวใส่ปูนแดง  

แล้วคุณยายก็จัดการป้ายตามรอยที่ยุงกัดทันที...

พอจะกลับบ้าน  คุณยายพาอาบน้ำ  รอยยุงกัดนั้นก็จะหายไป...ครูอ้อยยังจำได้  และนำมาใช้กับลูกของตนเองด้วย 

มีคราวหนึ่งที่ครูอ้อยยังไม่ได้ย้ายมาโคราช  ลูกเอี่ยวได้รับการดูแลจากคุณปู่คุณย่า  เวลาปิดภาคเรียน  ครูอ้อยก็ไปหาลูก  ด้วยความรักและความน่ารักของลูกเอี่ยว  ครูอ้อยจึงหยอกเล่นกับลูก.... 

มีตอนหนึ่งที่ครูอ้อยเอาลูกเอี่ยวขี่คอ...มงเท่งมง  มงเท่งมง 

และพาวิ่งเหยาะๆ  ด้วยที่ครูอ้อยเป็นคนสูง  ศีรษะของลูกเอี่ยว  จึงไปโขกกับขื่อประตูบ้าน  ด้วยความขาวและผิวอ่อนบาง  จึงช้ำแดง และทำท่าจะปูดออกมา...

แย่แล้ว ...แย่แล้ว ครูอ้อยต้องถูกบริภาษแน่ๆ  ...

ทำอย่างไรดี.....ทำอย่างไรดี ....ปิ๊ง..

ครูอ้อยอุ้มลูกเอี่ยววิ่งไปหลังบ้านที่มีคนแก่กินหมาก   ขอปูนแดงของยายนิดนึงกลับมาบีบมะนาวและป้ายที่รอยนั้นทันที...

หายจริงๆด้วยค่ะ..ที่ศีรษะของลูกเอี่ยวไม่มีรอยเลย...

อูย...ใจหายหมดเลย...เคล็ด..ไม่ลับของคุณยาย..ทำให้รอดจากการถูกบริภาษได้ด้วย