<div class="bz_msg"><div> me: กราบหลวงพี่ครับ </div></div><div class="bz_msg"><div> bmchaiwut: จ้า </div></div><div class="bz_msg"><div> me: กราบขอบพระคุณมากครับผม สำหรับเรื่อง King, Queen ของวิทยาศาสตร์ </div></div><div class="bz_msg"><div> bmchaiwut: ก็แปลกใจความเห็นนะ </div></div><div class="bz_msg"><div> me: ผมมองว่า ธรรมชาติ คือ วิทยาศาสตร์ กับ เหนือวิทยาศาสตร์ครับ </div></div><div class="bz_msg"><div> bmchaiwut: บอกแล้วว่า ชอบคณิตศาสตร์ ใครเข้าไปก็ต้องเข้าไปดู </div></div><div class="bz_msg"><div> me: เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกันครับ </div></div><div class="bz_msg">

bmchaiwut: เหนือวิทย์ เรียกว่า เมตาฟิสิกซ์
ภาษาไทยเรียก อภิปรัชญา

</div></span><div class="bz_msg"><div> me: เพราะผมจับที่ปรัชญาเปนตั้วต้นตอ ที่มาจากธรรมชาติอีกที </div></div><div class="bz_msg"><div> bmchaiwut: นักฟิสิกซ์ มักตั้งตัวเป็นนักอภิปรัชญาด้วย </div></div><div class="bz_msg"><div> me: ครับ ผมรวมสองอย่างนั้นใหเป็นธรรมชาติครับ </div></div><div class="bz_msg"><div> bmchaiwut: ถามว่า่ ธรรมชาติ คือ อะไร ? </div></div><div class="bz_msg">

me: คือทุกอย่างสรรพสิ่ง  อันนี้มองเอาเองนะครับ
ผมไม่มองว่าเหนือธรรมชาตินะครับ
ผมมองทุกอย่างเป็นธรรมชาติ
อาจจะคนละความหมายกับของหลวงพี่ครับ
เพราะเราไม่ได้รู้จักธรรมชาติทั้งหมด

</div></span><div class="bz_msg">

bmchaiwut: มิใช่
ว่ามา เรื่อยๆ

</div></span><div class="bz_msg">

me: แล้วเราจะทราบได้ไงว่านั่นเหนือธรรมชาิติ
ออครับ
ห้าๆๆๆๆ  ว่าต่อครับผม

</div></span><div class="bz_msg">

bmchaiwut: อาจารย์เม้ง เรียนคณิต หรือตรรกะมาเยอะ
และอยู่กับสิ่งเหล่านี้มาตลอด
เวลาคิดประเด็นเหล่านี้ จะเป็นระบบ
 
me: คือพยายามมององค์รวมนะครับ
bmchaiwut: องค์รวม ? เป็นอย่างไรในความเห็นอาจารย์เม้ง
me: แต่ก็อาจจะไม่ครอบคลุมครับ หลวงพี่มีประสบการณ์มากกว่าผม ก็รบกวนชี้แนะด้วยนะครับ
องค์รวมคือ ยูนิเวิร์สครับ
bmchaiwut: มิใช่ ผิดถูก ต้องการทราบความเห็น
นั่นไง แล้ว ยูนิเวร์ส เป็นอย่างไร ?
me: ทำหน้าที่รองรับทุกอย่าง ในระบบและเชื่อมโยงกันอย่างมีความสัมพันธ์ครับ
อันนี้ประมวลเอาสดๆนะครับ เพราะไม่เคยมีคนถามผมมาก่อนครับ
และไม่เคยอ่านหนังสือด้วยนะคับ ตามที่ประมวลเอานะครับ
bmchaiwut: นี้แหละ นักปรัชญา จะคุยกันทำนองนี้
5 5 5
 
me: องค์รวมคือหนึ่งเดียว ที่แยกไม่ออก เพราะว่ามันโยงใยเกี่ยวข้องกันหมด
bmchaiwut: คำว่า ทำหน้าที่รองรับ
me: ลากหนึ่งไป จำนวนอื่นก็ติดไปด้วยครับ
bmchaiwut: หมายถึง รองรับ อะไร ?
me: รองรับสมาชิกภายในระบบใหญ่ในองค์รวมนะครับ มันอาจจะมีระบบย่อยมากมาย ภายในครับ สิ่งหนึ่งกับสิ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เชื่อมถึงกันได้
bmchaiwut: ถ้าลากหนึ่งไป แสดงว่า หนึ่ง เป็นความจำเป็นจะต้องมีอยู่หรือ ?
me: ลากหนึ่งไป หมายถึงว่า หนึ่งก็มีความสัมพันธ์กับสองสามสี่อยู่ด้วยกันครับ มันไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวครับ
แต่เราคนเราทำให้มันเป็นการแยกออกจากกัน เพื่อให้มองภาพชัด
bmchaiwut: ถ้าอธิบายทำนองนี้ ส่วนย่อยๆ ซึ่งมีความหลากหลาย จะต่างจากส่วนรวมหรือทั้งหมดอย่างไร
me: ผมว่าเราต้องมองคำว่าเลข 1 ให้หลุดจากระบบว่าต้องเขียนอย่างนี้ครับ
หนึ่งหรือสองแทนสิ่งในระบบมากกว่า ตัวที่เราเขียนนะครับ
ประมาณว่า ในตัวผมกับตัวหลวงพี่ มีส่วนที่เกี่ยวข้องกันอยู่ สัมพันธ์กันอยู่
การมีส่วนประกอบบางอย่างที่คล้ายๆ กัน
มองระบบให้เป็นระบบปิดนะครับ
มองโลกให้เป็นระบบปิดก็ได้ครับ
แล้วมองการเคลื่อนที่ของน้ำ ในโลกใบนี้ครับ
ว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
มองน้ำให้เป็นหนึ่ง
bmchaiwut: ....
me: ปริมาณน้ำจริงๆ แล้วอาจจะคงที่ก็ได้ครับ
ในระบบปิด
แต่ถูกจัดเรียงไว้ในที่ต่างๆ กัน
bmchaiwut: น้ำ คือสิ่งที่ถูกมอง ส่วนเราผู้มอง จะมีความเหมือนหรือความต่างกันอย่างไร
me: มีโอกาสต่างกันได้สูงครับ
เพราะเรามองผ่านกรอบของเราเท่านั้น
bmchaiwut: มันเรียงตัวมันเอง หรือมีสิ่งอื่นมาจัดเรียงไว้
me: แล้วมองในมุมของคน กับสัตว์ก็ต่างกัน
นั่นนะซิครับ จะเห็นว่าแม้แต่ปรัชญาทางความคิดยังโยงใยหลากหลายมากๆ
เพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน
และสืบทอดมาจากปรัชญาที่ว่า
ส่วนอภิปรัชญานั้น ผมยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรบ้างครับ
bmchaiwut: ความต่างกันจากการมอง ขึ้นอยู่กับผู้มองเป็นผู้ประเมิน หรือว่ามิใช่
me: พอจะยกตัวอย่างได้ไหมครับ
ขึ้นกับกระบวนการมองของผู้มองและฐานระบบคิดที่เคยสั่งสมกันมาครับ
bmchaiwut: ที่กำลังคุยนี้แหละ คือ อภิปรัชญา
me: เพราะฐานแต่ละคนก็ต่างกัน
bmchaiwut: ความจริง คือ อะไร ?
me: ออหรือครับ ผมไม่รู้เลยนะคับเนี่ย
bmchaiwut: กำลังสนทนาเรื่องความจริง
me: ว้าาวววว ชอบจัง
 
bmchaiwut: กำลังนึกอยู่
อาจารย์เม้ง น่าจะมาเป็นลูกศิษย์หลวงพี่
me: ดีจังครับ กราบขอบพระุมากครับ
bmchaiwut: คนไม่ค่อยเข้าใจเรื่องทำนองนี้
หลายๆ คน จบพีเอชดี ปรัชญาก็ยังไม่เข้าใจ
สาเหตุคือ จินตนาการไม่ถึง
อาจารย์เม้ง พยายามอธิบาย ความจริง ตามความเห้นส่วนตัว
me: ความจริงใช่ไหมครับ
ความจริงคืออะไรใช่ไหมครับ
ความจริง ได้มาจากการประมวลผลทางตรรกพื้นฐานที่คิดว่าจริงร่วมเป็นเนื้อของข้อสมมติว่าสิ่งนี้จริง เป็นฐานแล้ว สิ่งต่างๆ ที่ตามมาจะจริงตามมาครับ ตามหลักทางตรรกะ
นี่นับว่าเป็นการทดสอบสมองผมแบบฉับพลันได้เลยนะครับ เพราะว่าผมตอบสดๆ เลยครับ
bmchaiwut: [nose smile]
me: หลุดไปหรือครับ
รบกวนชี้แนะด้วยครับ ที่ตอบไปนั้น ล้วนคิดเอาเมื่อกี้ทั้งสิ้นครับ
bmchaiwut: พักเครื่อง เปิดนานแล้ว
me: ไม่เคยศึกษาธรรมมาก่อนด้วยครับ
bmchaiwut: จะปิดอยู่สองครั้งแล้ว แต่คุยกับอาจารย์เม้งติดลม
me: ออครับผม
bmchaiwut: อาจารย์เม้ง ตอนนี้เริ่มเป็นนักอภิปรัชญาแล้ว
มิใช่ธรรมะ ของพุทธศาสนา
แต่เป็นพื้นฐานปรัชญาทั่วๆ ไป
สอนศาสนาพราหมณ์ ฮินดู เทอมนี้ มีเรื่องนี้แหละ
นักเรียนไม่เข้าใจเลย
me: ขอแค่ปรัชญาก่อนก็ได้ครับ ผม เพราะอภิเหมือนว่าสูงส่งยังไงไม่รู้ครับ อยากเป็นแบบธรรมดานะครับ
bmchaiwut: รู้สึกปลื้มที่อาจารย์เม้งอธิบายนะ
me: คือผมตอบตามที่ประมวลได้ตอนนั้นนะครับ
bmchaiwut: มิใช่ อภิปรัชญา ก็คือ เมตาฟิสิกส์
เป็นศัพท์บัญญัติิ
นั่นแหละ ถูกต้องแล้ว
หลวงพี่พูดตั้งแต่ครั้งแรกว่า่ นักคณิตศาสตร์ มักจะคิดเป็นระบบ
เป็นความชำนาญทางระบบคิดของอาจารย์เม้ง เอง ไง
me: ออครับ คงต้องลองดูศึกษาครับ
คือผมสนใจเอาเองไม่ได้ไปอ่านเลยครับ ส่วนใหญ่อยู่กับแต่คณิต คอมพ์ ธรรมชาติ ต้นไ้ม้
bmchaiwut: ไม่จำเป็นต้องเรียน ก็คิดได้
me: ครับผม หากแบบนี้สนุกครับผม
คือไปเรียนนี่ เรียนกับหลวงพี่นี่คือยังไงครับ
ผมยังคิดต่อไปว่า ที่ในฝันผม บอกให้ผมไปเรียนหรือบวชกับหลวงพี่หรือเปล่าหนอ
bmchaiwut: อ๋อ ไม่หรอก
me: ส่วนที่หลวงพี่โดนทำร้าย เป็นการรับเคราะห์หรือช่วยสนับสนุนผมบางอย่างหรือเปล่า
 
bmchaiwut: แซวเล่นๆ ไง
นึกถึงตอน หลวงพี่สอนไง
เบื่อนักเรียนไม่รู้เรื่อง
me: คือไปเรียนแบบไปนั่งคุยด้วยเรียนรู้นี่หล่ะครับ
bmchaiwut: ช่างเถอะ เรื่องนั้น ผ่าน
me: นักเรียนหลวงพี่นี่คือใครครับ
bmchaiwut: นิสิตมจร. ระดับปริญญาตรี
ปี๓ มีวิชาศาสนาพราหมณ์ -ฮินดู
ซึ่งมีปรัชญา อไทวตะ
อไทวตะ แปลว่า ไม่มีสอง
หมายถึง สรรพสิ่งคือสิ่งเดียว
สิ่งเดียวที่ว่านี้คือ พรหมัน
me: ว้าาาววว
สรรพสิ่งคือสิ่งเดียว ชอบสุดๆ แต่ผมไม่ชินกับ อไทวตะ เพราะผมจะต้านๆ ศัพท์นะครับ
แต่ผมชอบแก่นมัน เช่น สรรพสิ่งคือสิ่งเดียว
bmchaiwut: นั่นคือ อาตมัน คือ ตัวตนแต่ละคน กับ สรรพสิ่ง เป็นสิ่งเดียว
หลวงพี่ก็เทียบเคียงอยู่ว่า อาจารย์เม้ง อธิบายใกล้เคียง ปรัชญาสำนักนี้
me: นั่นก็ชอบอีกครับ เพราะเรากับสรรพสิ่งคือสิ่งเดียวกัน
bmchaiwut: ความเหมือนในความต่าง
ความหลากหลายที่เป็นหนึ่งเดียว
me: ผมไม่รู้มาก่อนครับ และไม่รู้จัก อภิปรัชญามาก่อนด้วยคับ
ใช่ครับ แบบนั้นผมชอบครับ
 
bmchaiwut: แต่ พุทธปรัชญาเดิมจะค้านความเห็นนี้
me: เพราะอะไรครับ
bmchaiwut: มีสำนักต่างๆ มากมายที่อธิบายเรื่องนี้ มีทั่วโลก ตั้งแต่หลายพันปีมาจนถึงปัจจุบัน
me: อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันก็ได้ครับ คือ เหมือนในความต่างไงครับ
bmchaiwut: สรุปความว่า เป็นไปทำนองเดียวกับที่อาจารย์เม้งอธิบายมานั่นแหละ
เครียด
ขี้เกียจอธิบาย
บอกตรงๆ นะ
อยากฟังคนอื่นอธิบาย
me: อิๆๆๆๆ
ั้นไวผมไปคิดต่อครับ
หลวงพี่ทิ้งโจทย์ไว้ให้ผมคิดก็ได้
bmchaiwut: หลวงพี่จะต้องนำโน้นนำนี้ มาโยงอีก
เฉพาะ อไทวตะ นี้ มี ๓ ความเห็นย่อยใหญ่ๆ
1. สิ่งเฉพาะกับสิ่งทั้งหมด คือสิ่งเดียวกัน ไม่มีความแตกต่างกัน
2. สิ่งเฉพาะกับสิ่งทั้งหมด คือสิ่งเดียวกันก็จริง แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียด
3 สิ่งเฉพาะกับสิ่งทั้งหมด มีความแตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน
me: อาหารสมองแท้ๆครับ
bmchaiwut: แนวคิดแรก เจ้าสำนักชื่อ ศังกราจารย์
2 คือ รามานุชะ
3 คือ มัธวาจารย์
ค้นดูในเน็ต จะมีพวกนี้อยู่
 
bmchaiwut: มีคัมภีร์ที่พวกนี้แต่งไว้ และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมันก็รู้สึกว่ามี
อาจารย์เม้งไปหาอ่านได้เลย
me: ออครับผม
bmchaiwut: ต้องหาคำอังกฤษก่อน
หลวงพี่เขียนไม่ถูก ต้องไปเปิดหนังสือ
Sent at 4:59 PM on Tuesday
me: ครับ ไว้ว่างๆ ครับผม
กราบขอบพระคุณมากๆ นะครับ
bmchaiwut: sankara
นี้คนแรก
ประวัติก็สุดยอด อายุ 30 กว่าๆ ก็ตาย
ว่ากันว่า นักปราชญ์ที่ฉลาดที่สุด และอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งของโลกก็คือ คนนี้แหละ
ทุกสิ่งทุกอย่าง คือสิ่งเดียว ไม่แตกต่างกัน นี้แหละ ความเห็นของเขา
เชิญอาจารย์เม้ง ตามสบาย
me: ดีจังครับ จะค้นดูคับผม
หลวงพี่เด็ดมากๆ ครับ เรื่องเหล่านี้
bmchaiwut: .........
 
me: กราบขอบพระุคุณมากครับผม ได้ความรู้มากมายเลยครับผมวันนี้
ไดู้้รู้จัก ความจริง  อภิปรัชญา
 
 
 

</div></span>