ดึกแล้ว
ดึกแล้ว - แต่ผมยังไม่มีความรู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย ตัวเลขหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่งบอกว่าบัดนี้เป็นห้วงเวลาของวันใหม่ -
ผมยังไม่ง่วง และไม่มีความอ่อนล้าโรยแรงอย่างที่เคยเป็น ...
ผมพลิกกลับไปดูภาพกิจกรรมอันแสนงามของนิสิตอย่างมีความสุข ภาพแล้วภาพเล่า กิจกรรมแล้วกิจกรรมเล่า ... รอยยิ้มของนิสิตอิ่มงามไปด้วยความฝัน รอยยิ้มของเด็กในหมู่บ้านทอประกายอย่างไม่แห้งโหย

ผมมีความสุขกับภาพชีวิตอันมากมายเหล่านั้นอย่างเต็มล้น และยังหยอกเล่นกับตัวเองด้วยคำถามอันแสนทะลึ่งว่า “หากต้องพักวางชีวิตลงอย่างกะทันหัน หรือแม้แต่วางมือจากงานกิจกรรมเสียตั้งแต่บัดนี้ ผมได้ทำอะไรมากพอดังที่ใจอยากจะทำหรือยัง ?...”
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
“ไม่รู้สิ…”
ผมรำพึงรำพันแทนคำตอบทั้งปวงที่ตนเองไม่เคยคิดที่จะตอบ </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ห้วงดึกเช่นนี้ และ
ณ วินาทีนี้
ผมมีความสุขอย่างมหาศาล -
มหาศาลจนผมรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังสำลักความสุขทั้งปวงนั้นออกมาเททับเป็นกอง
ๆ อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
หวนกลับไปเช้าวันที่ 2 กรกฎาคมกันอีกสักครั้ง, .....เช้าวันนั้น ผมพาตัวเองหลบออกไปจากสำนักงานอันจำเจ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การท่องตระเวนไปยังหมู่บ้านในละแวกมหาวิทยาลัย
ผมขับรถไปอย่างไม่รีบเร่ง หัวใจเบิกบานและลิงโลดอย่างเสรี ท้องถนนสงบเงียบราวไม่มีการสัญจร สองฝั่งฟากถนนมีทุ่งข้าวสีเขียวเป็นพรมยาวเหยียดประดับประดา ขณะที่บางห้วงถนนพบวัวฝูงเล็ก ๆ ถูกต้อนออกจากหมู่บ้านมู่งสู่หัวไร่ปลายนาที่ไหนสักแห่ง .....
ผมปิดมือถือตัวเองอย่างสุภาพ ...ปิดแอร์รถยนต์ลงอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็กดปุ่มเปิดกระจกรถทั้งสองฝั่งเพื่อต้อนรับสายลมอันอ่อนละมุน พร้อมกับค่อย ๆ แล่นรถไปตามท้องถนนราวกับคนกำลังหลงรักอะไรสักอย่าง ! ...
ผมค้นพบโรงเรียนเล็ก ๆ อันเงียบสงบแห่งหนึ่งอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ...
โรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยในราว 10 กิโลเมตร มีครู 3 คน มีนักเรียน 21 คน และนอกจากนั้นก็มี “ความขาดแคลนทางการศึกษา” เต็มล้นอยู่ในโรงเรียนอย่างน่าตกใจ
ผมกลับจากที่นั่นในราวเที่ยงเศษ ความรื่นรมย์ทั้งปวงที่ก่อนหน้านี้มีอยู่อย่างหลากล้นได้อันตรธานหายไปอย่างเงียบ ๆ ...
ผมกลับมายังมหาวิทยาลัยพร้อมด้วยเรื่องราวอันมากมายไหลเวียนอยู่ในหัวสมอง ภาพชีวิตของเด็กนักเรียนผุดขึ้นมาในมโนทัศน์ของผมอย่างไม่รู้จบ ...
ผมคิดและคิดอย่างเงียบ ๆ ถึงหนทางของการช่วยเหลือเด็ก ๆ .... ผมก้มมองดูสองมืออันน้อยนิดของตนเองอย่างสะเทือนใจ แต่เมื่อก้มมองลึกเข้าไปถึงห้องใจของตนเองกลับรู้สึกราวกลับว่าภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยประกายความฝันที่ไม่เคยสิ้นหวัง
ผมนำเรื่องราวที่พานพบ ณ โรงเรียนแห่งนั้นบอกกล่าวเล่าแจ้งในหมู่มวลนิสิตอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง ... บอกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้สึกเบื่อ ...

กระทั่งวันหนึ่ง, ...นิสิตกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งเข้ามาคุยกับผมพร้อมแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ว่า “อยากไปแต้มรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ ...”
ห้วงนั้น, ผมรู้สึกในทันทีว่า “ความงดงามของชีวิตมีอยู่จริง และมีอยู่อย่างไม่แห้งแล้ง” พร้อม ๆ กับการให้เบอร์โทรศัพท์ของผู้บริหารโรงเรียนนั้นแก่นิสิตไปอย่างไม่รีรอ
9 กันยายนที่ผ่านมา ...
นิสิตกลุ่มดังกล่าวลงสู่โรงเรียนพร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมากมาย อาทิ จัดห้องสมุด พัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ปลูกต้นไม้ ทำรั้ว จัดบอร์ด แข่งกีฬา และอื่น ๆ อีกจิปาถะ
ผมไม่มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมในครั้งนั้น เพียงเพราะมีราชการทับซ้อนที่ไม่อาจเลี่ยงหลบไปได้ แต่อีกอย่างก็เจตนาที่จะไม่ไปร่วมกิจกรรมครั้งนั้นด้วยเหมือนกัน เพราะต้องการให้นิสิตได้ทำอะไรด้วยตัวของเขาเองอย่างเต็มที่ ...
9 ตุลาคม ...
ผมได้รับภาพถ่ายจำนวนหลายสิบรูปจากนิสิตเหล่านั้น ภาพแต่ละภาพยืนยันได้ว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้นมีความเป็นรูปธรรมอย่างเห็นได้ชัด ... แตะต้องสัมผัสได้ทั้งด้วยกายและใจ และที่สำคัญก็คือ “ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของนิสิต พร้อมด้วยรอยยิ้มอันแสนงามของเด็ก ๆ “ ที่ผมพบเห็นได้ไม่บ่อยนักในโลกแห่งความขาดแคลนทางการศึกษา
.....
10 ตุลาคม 50
01 : 44 น.
ยามนอนที่หัวใจยังไม่ยอมนอน
เพราะความสุขที่เต็มล้นและหลากไหลอยู่ในหัวใจอย่างไม่รู้จบ ....
แวะมาอ่านและทักทายสั้นๆ ด้วยความชื่นใจครับ
สวัสดีครับ น้องแผ่นดิน
ขอบคุณครับ
ขอบคุณอ.แผ่นดินครับ
อิ่มใจไปกับ อ.แผ่นดินด้วยครับ
บางครั้งเมื่อเราไปพบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างแล้วอยากไปทำหลายๆสิ่งหลายอย่างแต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย แล้วเราได้เล่าไปบอกเรื่องราวให้ผู้คนที่แวดล้อมเราทราบ แล้วเขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมา บางครั้งทำดีกว่าที่เราคิด มันก็อิ่มบุญเหมือนอาจารย์นี่แหละครับ
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ขอยินดีที่มีหลาย ๆ อย่าง ที่อาจารย์และนักศึกษาทำเพื่อสังคมคะ
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณครับมนุษย์มหัศจรรย์
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
อ่านแล้วซาบซึ้งจังเลยค่ะ
กิจกรรมดี ๆ ที่ก่อให้เกิดความสามัคคี การมีน้ำใจให้กันและกันเห็แล้วประทับใจค่ะ
สวัสดีครับ...
ดีใจมากครับที่บันทึกนี้ทำให้ท่านอื่นมีความสุขและรื่นรมย์ไปด้วย
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ลืมไปครับ...อ.ลูกหว้า
แล้วอย่าลืมออกเกรดให้นักศึกษาเร็ว ๆ นะครับ...
สู้ ๆ ..
สวัสดีครับ พี่สมนึก
สวัสดีครับ...
ขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างมากที่นำพาความชื่นเย็น..และเขียวงามมาสู่ชีวิตผม
ดีใจมากที่มีโอกาสได้เห็นข้าวเริ่มออกรวง ...
มันช่วยให้เรามองเห็นอนาคตอันใกล้ของชาวนาอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงว่า อีกไม่นานเกินรอ เมื่อลมหนาวมาเยือนฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตก็จะมีขึ้น
ผมสดชื่นและมีกำลังใจมากจากภาพที่นำมาฝาก
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ..
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ...
หลายครั้งที่เราพบเจอในบางสิ่งแต่เราไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำนั้นได้ ดีที่สุดก็คือการนำเรื่องราวต่าง ๆ บอกกล่าวต่อคนรอบข้าง แล้วที่สุดนั้น คนรอบข้างก็นำไปต่อยอดตามเจตนารมณ์ของเรา
และแทบไม่น่าเชื่อ .. พวกเขาทำได้สมบูรณ์กว่าที่เราคิดเอาไว้ "มาก" ซึ่งรวมครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน
....
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ
กิจกรรมครั้งนี้อย่างน้อยผมก็ได้เห็นมิติที่สำคัญคือ การทำให้สภานิสิตได้ก้าวออกไปจัดกิจกรรมนอกสถานที่ในด้านบำเพ็ญประโยชน์ และน่าจะเป็นครั้งแรกที่สภานิสิตได้จัดกิจกรรมในทำนองนี้ เพราะที่ผ่านมาสภานิสิต มักจะทำหน้าที่นั่งพิจารณาโครงการและแผนงานของแต่ละองค์กรในห้องประชุมเป็นหลัก
ประการต่อมาก็คือ การจับมือกันระหว่างองค์กร เพราะโดยปกติองค์กรแต่ละองค์กรมักฉายเดี่ยวออกไปจัดกิจกรรมอยู่เสมอ ไม่ค่อยนิยมแตะมือไปร่วมจัดกิจกรรมกันนัก
และประการสุดท้ายก็คือ การช่วยให้องค์กรนิสิตได้ตระหนักถึงกิจกรรมที่ควรจะมีขึ้นในบริบทของสถานที่ใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัย นั่นเอง...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ..
ค่ายเป็นต้นทุนที่ดีที่จะช่วยให้นิสิตเกิดกระบวนทัศน์ในการพึงรับผิดชอบสังคม
ผมเชื่อเช่นนั้นครับ
สวัสดีครับ
ผมรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ ...
ทุกครั้งที่หม่นเศร้า ท้อแท้ .. รวมถึงเห็นความอ่อนแอของสังคมรอบข้าง ผมเองก็มักนึกถึงกิจกรรมดี ๆ ที่เคยได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมนั้น ๆ อย่างน้อยก็ทำให้เรามองโลกและชีวิตในแง่ดี ...ศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่และไม่สิ้นหวังที่จะทำอะไรสืบต่อไป
และการคิดเช่นนั้น ก็ย้ำให้เรารู้สึกว่า ความดีงามยังคงมีอยู่อย่างหลากหลายในโลกใบนี้
ขอบคุณครับ