ข้อคิดจากการฟังเทศน์

..เมือคืน.ไปงานศพ..แม่ของน้าสะใภ้..

เสียชีวิตด้วยโรคชรา...เจ็บป่วยมานาน..4-5..ปีแล้ว

ลูกๆหลานๆก้อมาดูแล..อย่างเต็มที..ที่สุดแล้ว

พระท่านเทศน์เรื่องควงามอตัญญูต่อบิดา-มารดา..

มีประโยคหนึ่งท่านบอกว่า

คนเรานะ..ที่เกิดมาในโลก..มี..2..แบบ

1..บุญดีที่ได้เกิดเป้นคน

2..เป็นคนเกิดมามีบุญ

นั่งฟังพระก้อเห็นด้วย..คนเราดีแล้วมีบุญได้เกิดมาเป็นคน

เมือเป็นคนสามารถที่สะสมความดีไว้มากๆ..กระทำสิ่งดีๆเพื่อต่อไปตาย

ไปแล้ว..อาจเกิดมาเป็นคนมีบุญบ้าง..ไม่น้อยใจที่เกิดมาไม่ร่ำรวย

แต่เรามีกินมีอยู่ถึงไม่ได้เหมือนคนอื่น..แต่ทำได้อย่างคนอื่น...

หันไปมองพวกที่ไม่ได้เกิดมาเป็นคน..พวกเขาไม่มีโอกาสได้กระทำสิ่ง

ดีให้ตนเองเพื่อเป็นการสะสมบุญ...

สำหรับคนที่เกิดมาเป็นคนมีบุญ..กลุ่มนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างสารพัดนึก

อยากได้อะไร..เงินทองสมบัติ..มีมากมาย..แต่ถ้าเขาไม่รู้จักการเก็บ

ออมต่อหรือสะสมบุญต่อ..ภายหน้าเขาอาจไม่มีโอกาสมีบุญแบบนี้ได้

อีก..ต้องตกระกำลำบากได้เหมือนกัน..

พระท่านบอกว่า..เวลาอยู่งานศพ

สิ่งที่ไม่ควรทำมีอะไรบ้าง

1.การนั่งกินเม็ดทานตะวัน...คงเข้าใจเนาะว่าเสียงดังรบกวนมาก

2.การเลี้ยงน้ำเต้าหู..พระท่านคงได้ยินเสียงคนตักน้ำเต้าหู..เสียงแก้ว

ดังรบกวนมากๆ

3.การเลี้ยงข้าวต้ม..อันนี้พระท่านคงเห็นว่าเหมือนกับข้อ3.

4.การเอาเด็กมางานศพด้วย..พระท่านบอกว่า.เด้กเล่นซุกซน

พ่อแม่คอยส่งเสียงห้าม..หรือก้อลงมือลงโทษ..ทำให้เกิดเสียงดัง

รบกวนการฟังเทศน์

ช่วงสุดท้าย..ท่านบอกว่า..อาหาร..4..ประเภท

ขออย่านำไปถวาย..หรือใส่บาตร

1.อาหารที่ประเภทหน่อ..เช่นยำหน่อ..แกงหน่อ

เป็นอาหารที่รัปทานแล้วหยุดไม่ได้..กินได้มากจนอ้วนได้

2.ตำหรือยำมะเขือ..ท่านบอกว่าทานครั้งแรกอร่อยๆนานไปมากเกินจน

เบื่อมากๆ

3.แค๊บหมู..ท่านบอกว่าฟันไม่ดี..อยากจะกินเห็นแล้วน้ำลายไหล

แต่กัดเคี้ยวกินไม่ได้ทรมานมาก

4..แกงกระด้าง..หน้าหนาวมีเยอะ..มีไขมันมากแล้วเวลาสายหน่อย

ก้อละลายบู๊ด..ยังไม่ทันได้กิน..

ทั้งหมดท่านเทศน์เพื่อให้ผุ้ฟังได้ฟังแล้วคลายเครียด..

แต่แฝงความจริงในนั้นด้วย...

ฟังแล้วนำไปคิดก้อจะเห็นสาระในคำเทศน์

แต่บางคนอาจฟังแล้วคิดว่าเป็นเรื่องตลก

ก้อถือเป็นประโยชน์..คลายเครียดก้อแล้วกันเนาะ..