เล่าเรื่องสิงคาลกสูตร ๑๙

จากครั้งก่อน ( เล่า...๑๘) ค้างอยู่ในข้อเปรียบเทียบว่า ออมโภคสมบัติเหมือนแมลงผึ้งผนวกรัง และ โภคสมบัติย่อมถึงความสั่งสมดุจจอมปลวกอันตัวปลวกก่อตัวขึ้น ซึ่งในครั้งนี้จะนำมาขยายความต่อไป...

ประการแรกนั้นหมายถึง ให้ขยันทำงานเก็บออมเหมือนแมลงผึ้ง  ซึ่งประเด็นนี้ก็เข้าใจไม่ยากนัก...  ส่วนในอรรถกถาท่านขยายความว่า  ค่อยๆ  เก็บให้ทรัพย์สมบัติเพิ่มพูนขึ้นมา เหมือนดัง แมลงผึ้งก่อสร้างรวงรัง โดยการนำเกสรดอกไม้มาด้วยจงอยปากบ้าง โดยขาและปีกสองบ้าง สามารถสร้างรังให้มีขนาดเท่าล้อรถได้... ประมาณนั้น

อนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งก็คือวิธีการทำงานของผึ้ง เฉพาะในอรรถกถาสิงคาลกสูตร ท่านกล่าวไว้แต่เพียงว่า ผึ้งไม่ได้ทำลายสีและกลิ่นของดอกไม้ นำมาแต่เพียงเกสรเท่านั้น ซึ่งนั้นคือ ลักษณะการทำงานอย่างหนึ่งของผึ้งนั่นเอง.... ส่วนในที่อื่น (จำที่มาไม่ได้) ผู้เขียนฟังพระเถระท่านหนึ่งปาฎกถาลักษณะการทำงานของผึ้งไว้ ๕ ประการ กล่าวคือ

  • ขยันทำมาหากิน
  • บินไม่สูงนัก
  • รักษาความสะอาด
  • ฉลาดสะสม
  • นิยมความสามัคคี

ความขยันของผึ้ง หลายท่านก็คงจะเข้าใจดี ดังคำพังเพยว่า ขี้เกียจเป็นแมลงวัน ขยันเป็นแมลงผึ้ง ... บินไม่สูงนัก นั่นคือ รู้จักประมาณกำลังและความสามารถของตน... รักษาความสะอาด กล่าวคือ ผึ้งแม้จะอยู่กับน้ำหวานมียางเหนียว แต่ก็ไม่ติดยางเหนียวฉันใด ในการทำงานของคนเราก็ควรจะรักษาความสุจริตซึ่งเป็นความสะอาด และหลีกเลี่ยงความสกปรกซึ่งเป็นทุจจริต ฉันนั้น...

ฉลาดสะสม ก็คือเก็บมาครั้งละเล็ก ครั้งละน้อย จนสามารถก่อเป็นรวงผึ้งได้ ซึ่งตรงกับข้อเปรียบเทียบในคาถาประพันธ์บทนี้ .... และ นิยมความสามัคคี นั่นคือ ผึ้งทำงานเป็นทีม มีระบบการจัดการเป็นเยี่ยม เช่น มีผึ้งงาน ผึ้งตัวผู้ทำหน้าที่ผสมพันธ์ และนางพญาผึ้งทำหน้าที่วางไข่ เป็นต้น ซึ่งในการทำงานของคนเราก็ควรจะเน้นความสามัคคีกลมเกลียว... ทำนองนี้ 

................

ส่วนการก่อตัวขึ้นมาของทรัพย์สมบัติที่เกิดจากความขยันหมั่นเพียรนั้น ในคาถาประพันธ์เปรียบเหมือนตัวปลวกที่สร้างจอมปลวกขึ้นมาได้อย่างมั่นคงแข็งแรง ซึ่งข้อนี้ก็เข้าใจไม่ยากเช่นเดียวกัน....

ในคัมภีร์อรรถกถาสิงคาลกสูตร ท่านมิได้กล่าวแก้ประเด็นความเหมือนและความต่างระหว่าง รวงผึ้ง กับ จอมปลวก (อาจมีแก้ไว้ในที่อื่น แต่ผู้เขียนไม่เคยเจอ) ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้...

ข้อเปรียบเทียบทั้งสองประการนี้ เป็นความงามด้านการเปรียบเทียบ นั่นคือ ผึ้งสร้างรวงรังขึ้นมาใหญ่โตได้ เราก็เห็นชัดเจน... ปลวกสร้างจอมปลวงขึ้นมาใหญ่โตได้ เราก็เห็นชัดเจน... เมื่อนำข้อเปรียบเทียบนี้มาซ้อนกัน ก็ทำให้เรามองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น... นัยนี้บ่งชี้ถึงความงามด้านการเปรียบเทียบของพระผู้มีพระภาคเจ้าในฐานะพระบรมครูนั่นเอง...

อีกนัยหนึ่ง การทำงานของผึ้ง เราเห็นได้ง่ายและชัดเจน ถ้าบอกว่าให้ขยันทำงานเก็บออมรอมริบเหมือนแมลงผึ้ง ทำนองนี้ เราก็เข้าใจ... แต่ถ้าถามว่า รวงรังของแมลงผึ้งมั่นคงหรือไม่ ? ก็อาจไม่มั่นคง เพราะอาจถูกทำลายได้ง่าย ดังนั้น จึงอาจมีข้อบกพร่องอยู่ในการก่อตัวขึ้นมาของรังผึ้ง.... ประมาณนี้

แต่ การทำงานของปลวก เราเห็นได้ยากและไม่ชัดเจนนัก เฉพาะจอมปลวกที่โตใหญ่เท่านั้นที่เราเห็นชัดเจน ซึ่งนี้คือข้อแตกต่างกันระหว่างผึ้งกับปลวกที่เราสามารถสังเกตได้...

อีกอย่างหนึ่งก็คือ จอมปลวกมีความมั่นคงแข็งแรง ทำลายให้สูญสิ้นได้ยาก เพราะมีทั้งส่วนที่ก่อตัวขึ้นมาสูงอยู่เหนือภาคพื้น และมีส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้ภาคพื้น... ดังนั้น การสะสมทรัพย์สมบัตินั้นจะต้องมีความมั่งคงแข็งแรงเหมือนจอมปลวก และยากที่จะสูญสลาย ล้มละลาย หรือใครๆ ไม่อาจทำลายได้ง่ายๆ  ซึ่งมีนัยตรงกันข้ามกับรังผึ้ง... ประมาณนี้

เมื่อถามว่า ทรัพย์สมบัตินี้เพื่อประโยชน์อะไร และเราจะใช้จ่ายอย่างไร ? ประเด็นนี้มีคำตอบในคาถาประพันธ์ตอนสุดท้าย ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าต่อไป....