เด็ก จะเรียนรู้ได้อย่างไรว่าแม่ของตนมีคุณค่าควรแก่การเคารพ ผู้ใดเป็นผู้กำหนดโครงสร้างจิตใจของลูก ผู้ใดที่วางแม่ไว้ในตำแหน่งสมาชิกของครอบครัวที่พึงเคารพ และเป็นที่รัก.... แทนที่จะเป็นผู้อำนวยการฝ่ายโยธาและพลาธิการ (ขัดพื้นและหุงหาอาหาร)
ประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดที่จะทำหน้าที่ประกาศเกียรติคุณของแม่ก็คือ พ่อนั่นเอง พ่อจะเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างสูงที่จะจูงใจให้เด็กเห็นภาพของแม่ หรือรูปแบบของผู้หญิงทั่วไปในช่วงต้นของการสมรสระหว่างผมกับภรรยา ผมได้เรียนรู้ว่าการโต้เถียง และความระหองระแหงระหว่างเราสองคนส่งผลต่อพฤติกรรมของลูก ดูเหมือนเด็กๆ จะคิดกันวา "ถ้าพ่อขึ้นเสียงเถียงกับแม่ได้ พวกเราก็ทำได้เหมือนกัน" ผมเรียนรู้แน่ชัดแล้วว่า การแสดงความรักและความนับถือต่อภรรยาถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าเราสองคนจะมีความขัดแย้งที่ต้องสะสางให้เข้าใจตรงกัน... ลับหลังลูกๆ
ในโลกที่ผู้หญิงไม่ได้ออกมาแสดงอยู่หน้าเวทีท่างกลางแสงไฟ เธอทำหน้าที่ดูแลเหย้าเรือนให้เรียบร้อยและราบรื่นจนผู้คนมองไม่เห็นความสำคัญ คุณสามีทั้งหลายก็มีหน้าที่ที่จะประกาศย้ำให้ลูกๆ ได้ตระหนักว่า "แม่ของเราเป็นหญิงประเสริฐ เธอทำงานหนักและควรได้รับการยกย่องในงานที่เธอทำ หากจะถามความเห็นของพ่อ.... เธอเป็นสตรีที่ดีที่หนึ่งเลย"
ลูกๆ จะรับทราบความนับถือของพ่อที่มีต่อแม่ ผลสะท้อนจะเห็นได้จากพฤติกรรมที่ลูกๆ แสดงต่อแม่
งานประชาสัมพันธ์ประกาศเกียรติคุณของแม่ จึงมีแต่พ่อเท่านั้นที่จะทำได้
บทความดีจาก Dr.James Dobson แปลโดยนพดล เวชสวัสดิ์
สวัสดีครับคุณ fixedstar
เป็นบทความที่เยี่ยมมากครับ ผมถือเรื่องนี้มากเลยครับ เพราะเมื่อไรที่เราทำให้ลูกรู้สึกดังเช่นที่บทความว่าไว้ ความรุนแรงในครอบครัวจะเกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างไม่มีสิ้นสุด เด็กจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สามีจะจัดการกับภรรยาและอยู่เหนือภรรยาในทุกเรื่อง และการให้เกียรติภรรยาก็น้อยลงครับ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ