ช่วงเช้าของวันที่ 25 มกราคม ทีมงานโดยการนำของคุณภาคภูมิ จากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองน่าน ได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ คุณลุงพงศ์สนิท  ใหม่ธิมา เกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวาน และคุณบุญพร้อม  สมศิริ นักส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน

          เริ่มด้วยการเล่าประสบการณ์ในการปลูกส้มเขียวหวานของเกษตรกรท่านนี้ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานของอำเภอบ้านหลวง หลังจากต้นส้มตายประมาณปี พ.ศ. 2536 -37 ได้พยายามแก้ไขปัญหากันเรื่อยมา จนปี พ.ศ. 2545 ได้เริ่มนำส้มติดตาต้นตอทรอยเยอร์ มาปลูกทดแทน และขณะนี้ได้เริ่มให้ผลผลิตแล้ว แต่เกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวาน ยังพบปัญหาส้มต้นตอก็คือ ติดดอกมากตามปกติ แต่ไม่ติดลูก ในเบื้องต้นสรุปได้ว่า ที่อำเภอบ้านหลวงส้มกิ่งตอน น่าจะให้ผลผลิตดีกว่าส้มที่ปลูกจากต้นตอ

                                          อธิบายการปลูกพืชคลุมดิน  

         จากการเข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกส้มของคุณลุงพงศ์สนิท ตั้งอยู่เลขที่ 62 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน มีการปลูกส้มเขียวหวานประมาณ 400 ต้น อายุประมาณ 3 ปี  พบว่าแทบจะไม่มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงเลย แต่จะใช้สารสกัดชีวภาพแทน ซึ่งทางกลุ่มได้คิดค้นและนำไปเผยแพร่ให้แก่กลุ่มสมาชิกด้วยกัน เรียกว่า "สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่และฆ่าแมลง" โดยมีสโลแกนว่า "ใช้สารเคมีอยู่ทำไม ? ใช้สมุนไพรดีกว่า"  ส่วนปุ๋ยเคมีจะใช้น้อยมากประมาณ 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี นอกนั้นจะใช้น้ำหมักหอยเชอรี่และปุ๋ยคอก

          สิ่งที่เห็นพร้อมทั้งฟังจากการเล่าอธิบาย คุณลุงพงศ์สนิท และคุณบุญพร้อม ได้มีการประสานงานกันเป็นอย่างดี และได้มีการนำกระบวนการวิจัย/วิธีคิดที่เป็นเหตุเป็นผล ไปปรับใช้ในการทำสวนส้มเขียวหวาน มีการทดสอบทดลองแต่เสียดายที่บางส่วนไม่ได้มีการบันทึกไว้ และมีเวลาอันจำกัดเพียงครึ่งวัน ทำให้การพูดคุยแลกเปลี่ยนได้ไม่มากประเด็น แต่พอจะสรุปเป็นประเด็นที่ได้เห็นและได้เรียนรู้ ดังนี้

                                          โจ้หรือขาหมา เครื่องมือที่นำมาใช้เก็บกิ่งส้มในขณะตัดแต่ง

  • การเรียนรู้และปรับตัวของเกษตรกร  มีการเรียนรู้และปรับตัวในกระบวนการผลิตส้มเขียวหวานมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ขณะนี้ส้มยังต้นเล็ก ก็มีการปลูกผักเพื่อเป็นรายได้ และเป็นพืชคลุมดิน (น่าจะเป็นพืชล่อแมลงได้ด้วย)
  • การใช้ความรู้เดิมที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ เช่น มีการใช้หญ้าสาบแร้งสาบกา เป็นพืชคลุมดินทำให้ได้ทั้งปุ๋ยพืชสดเวลาตัด ลดการให้นำลงได้หลายวัน และเป็นพืชไล่แมลงเพราะมีกลุ่มฉุน เป็นต้น
  • มีการประยุกต์เครื่องใช้ทางการเกษตร คือ  โจ้ หรือขาหมา (ดูภาพประกอบ) ที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวข้าว มาใช้ในเวลาตัดแต่งกิ่งส้มเขียวหวาน เพื่อให้เก็บทิ้งได้ง่าย กิ่งไม่กระจาย และไม่ต้องก้มลงเวลาเก็บกิ่งทั้ง
  • ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำการผลิตพืชหลายๆ อย่าง เป็นทั้งเพื่อการบริโภคและเป็นรายได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น มูลวัว ผลไม้มาทำเป็นปุ๋ย เป็นต้น

                                           พี่บุญพร้อม และลุงพงศ์สนิท อธิบายการตัดแต่งกิ่งส้มติดตา

  • กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้ม มีการรวมกลุ่มขณะนี้มีสมาชิกประมาณ 30 คน และจะมีการพบปะพูดคุยกันทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อสอบถามปัญหาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำสวนส้มเขียวหวานกันอย่างต่อเนื่อง
  • ความต่อเนื่องในการทำงานของนักส่งเสริมการเกษตร ข้อนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญที่นักส่งเสริมทุกคนจะต้องนำไปวางแผนและปฏิบัติในพื้นที่  เพราะคุณลุงพงศ์สนิท พูดถึงนักส่งเสริมว่ามีส่วนสนับสนุนการทำสวนส้มของคุณลุงเป็นอย่างดี มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน น่าภาคภูมิใจครับ

         บันทึกมาเพื่อ ลปรร. ครับ

    วีรยุทธ  สมป่าสัก 25/01/49