เช้าวันที่ 24 มกราคม ทีมงานได้เดินทางไปศึกษาดูงานการวิจัยของชุมชน ตำบลเรือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โดยการนำของคุณเสวียน บุญศรี และคุณภาคภูมิ พรมสาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองน่าน และชาวบ้านของตำบลเรืองที่ร่วมเดินทางและทำอาหารกลางวันให้กับทีมงานได้รับประทานกันอย่างมีความสุขภายใต้ธรรมชาติของป่าที่เกิดจากการอนุรักษ์ของชุมชน

มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสร้างนักวิจัยชุมชน ของจังหวัดน่าน จากการสังเกตและสอบถามประสบการณ์ในการทำงาน พอสรุปได้ว่า มีการใช้กระบวนการที่สำคัญ เช่น
-
การสร้างนักวิจัยชาวบ้านอย่างเป็นระบบ ร่วมกับ NGO ฝึกให้ชาวบ้านเรียนรู้กระบวนการวิจัย โดยใช้เวลาเกือบ 1 ปี จึงเกิดนักวิจัยชาวบ้าน ดังนั้นการพัฒนาจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ...ไม่รีบเร่งหวังเพียงผล..แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างคน
-
ภายใต้กระบวนการวิจัยชาวบ้าน ได้ก่อให้เกิดความตระหนักในแต่ละบทบาทของทุกคน ทั้งของชาวบ้านเอง และนักส่งเสริมการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่อื่นๆ
-
เห็นความต่อเนื่องที่ต้องใช้ความอดทน ในเริ่มแรกก็มีจำนวนชาวบ้านที่สนใจมาก ต่อมาก็ค่อยๆ ลดลง ผ่านไประยะเวลาหนึ่ง เมื่อการวิจัยดำเนินไปได้ ชาวบ้านเริ่มเห็นประโยช์ของการวิจัยว่าสามารถสร้างการเรียนรู้ได้จริง เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา จึงเกิดนักวิจัยชาวบ้านเพิ่มจำนวนมากขึ้น และประเด็นเรียนรู้ที่หลากหลาย
-
การปรับตัวของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวในการทำงาน โดยการเกาะติดชุมชนและนำกระบวนการวิจัยมาปรับใช้ในงานได้เป็นอย่างดี
-
การยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลางในการทำงาน แม้ว่าอีกทางหนึ่งต้องทำหน้าที่ในบทบาทตามกรอบภาระกิจ ที่มักจะเปลี่ยนไปตามนโยบายและการกำหนดวิธีการปฏิบัติมาให้ แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าหากชาวบ้านได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง "การพัฒนาจึงจะยั่งยืน" เป็นต้น
นักวิจัยชาวบ้าน กับการวิจัยสิ่งที่อยู่ในวิถีชีวิตของเขาเอง คือการตัดต้นเมี่ยงเพื่อศึกษาผลตอบแทนในการผลิตเป็นใบชา (ตัดที่ 70 ซม.) ซึ่งเป็นการวิจัยรอบที่ 2 ของการตัดต้นเมี่ยง คาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาอีกประมาณ 1 ปี
สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ดีกับทีมงานมากครับ จึงบันทึกมาเพื่อเป็นการ ลปรร. ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 24/01/49
ตอนนี้ชาวบ้านฝึกเป็นนักวิจัย
นักส่งเสริมฯเริ่มฝึกตนเองและชาวบ้านให้เป็นงานวิจัยเพื่อผลงานจะเกิดความยั่งยืน คือ ยั่งยืนความคิด
แล้วผู้สนับสนุน(ส่วนกลาง) จะฝึกทำอะไรถึงจะเกิดความยั่งยืน หรือจะฝึกเป็น "หัวหน้าไปรษณีย์" แทน
ผลงานส่งเสริมฯตอนนี้คงไม่ต้องรอให้คนอื่นบอกให้ทำ เพราะเราไม่ใช่นายไปรษณีย์ และถ้ารอให้คนอื่นทำ ก็คงต้องรอต่อไป
วันนี้คุณทำอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่าเป็น "คนถ่วงคนทำงาน" ก็แล้วกัน มิฉะนั้นจะไม่ได้รู้อะไรที่ดีที่มีอีกมากมายในพื้นที่