เจ ธนวลัย 46310892

  ติดต่อ

  -  
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

 

 

 

 

1.คาดว่าในปี 2548 มูลค่าการนำเข้าน้ำผึ้งขยายตัวสูงกว่าการส่งออก กล่าวคือคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าน้ำผึ้งจะยังคงอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่องจากปี 2547 เนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลให้ปริมาณน้ำผึ้งเพิ่มขึ้นไม่มากอย่างที่มีการคาดการณ์ ในขณะที่ปริมาณความต้องการน้ำผึ้งในประเทศคาดว่าจะยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2547 นับเป็นปีแรกที่มูลค่าการนำเข้าน้ำผึ้งของไทยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการนำเข้าจากแหล่งนำเข้าหลักอย่าง ออสเตรเลีย เวียดนาม และจีน นอกจากนี้ยังมีแหล่งนำเข้าใหม่ คือ ฟิลิปปินส์และพม่า

 

2.คู่ค้าน้ำผึ้งของไทยเป็นทั้งตลาดส่งออกและนำเข้า จากข้อมูลการส่งออกและนำเข้าน้ำผึ้งจะสังเกตเห็นได้ว่าคู่ค้าน้ำผึ้งของไทยนั้นเป็นทั้งตลาดส่งออกและนำเข้า เนื่องจากลักษณะเฉพาะตัวของน้ำผึ้ง คือจะมีความแตกต่างกันทั้งในด้านของสี และคุณค่าทางโภชนาการโดยขึ้นอยู่กับประเภทของพืชอาหารของผึ้งในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งน้ำผึ้งจากไทยยังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มชาวจีนโดยเฉพาะน้ำผึ้งจากเกสรลำไย ซึ่งเชื่อว่ามีคุณสมบัติในลักษณะของการเป็นยาบำรุงกำลัง ในขณะที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำผึ้งเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมอาหาร โอกาสการขยายตลาดน้ำผึ้งของไทยจึงอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ให้ตลาดโลกได้รับรู้ถึงคุณค่าที่แตกต่างของน้ำผึ้งไทย ซึ่งเหมาะสำหรับการบริโภคในฐานะของอาหารเสริมสุขภาพ

 

3.จีนเป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่ง ปัจจุบันจีนเป็นคู่แข่งในตลาดสหรัฐฯและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกน้ำผึ้งที่สำคัญของไทย กล่าวคือ จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตน้ำผึ้งของอเมริกัน(The American Honey Producers' Association) รายงานว่าการที่สหรัฐฯนำเข้าน้ำผึ้งราคาถูกจากจีนและอาร์เจนตินาส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้เลี้ยงผึ้งในสหรัฐฯ แม้ว่าจะยังคงมีข้อถกเถียงว่าการนำเข้าน้ำผึ้งจากจีนและอาร์เจนตินานั้นสามารถช่วยบรรเทาภาวะการผลิตน้ำผึ้งที่ตกต่ำในสหรัฐฯ ซึ่งการที่สหรัฐฯหันไปนำเข้าน้ำผึ้งจากจีนมากขึ้นส่งผลให้การนำเข้าน้ำผึ้งจากไทยลดลง สำหรับในตลาดสหภาพยุโรปในช่วงปี 2541-2542 ที่ผ่านมานี้ภาวะการผลิตน้ำผึ้งในจีนจะประสบปัญหาอันเนื่องจากภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวยและโรคที่ทำลายรังผึ้ง ในปี 2545 สหภาพ ยุโรปตรวจพบคลอแรมฟินิคอล ซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะต้องห้ามในน้ำผึ้งของจีน ทำให้สหภาพยุโรปห้ามนำเข้าน้ำผึ้งจากจีน แต่ในปี 2548 นี้ทางสหภาพยุโรปเริ่มอนุญาตนำเข้าน้ำผึ้งจากจีนได้ตามเดิม ดังนั้นไทยต้องเร่งเพิ่มปริมาณการผลิตและเจาะขยายตลาดโลกแข่งขันกับจีน นอกจากนี้ไทยยังมีโอกาสที่จะเจาะขยายตลาดจีนด้วย เนื่องจากชาวจีนนิยมบริโภคน้ำผึ้งไทยมาก แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือมีโอกาสที่ไทยจะนำเข้าน้ำผึ้งจากจีนเพิ่มขึ้น เพราะราคาน้ำผึ้งของจีนต่ำกว่า ซึ่งในอนาคตตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีจีนจะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ถ้าการนำเข้าน้ำผึ้งจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลให้ผู้เลี้ยงผึ้งของไทยอาจต้องรับผลกระทบจากปัญหาด้านราคาจำหน่ายน้ำผึ้งที่จะมีแนวโน้มลดลง

 

การผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นไปมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในการส่งออกน้ำผึ้งในตลาดโลกนั้น ปัจจัยสำคัญคือ การที่รัฐบาลมีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาผึ้งและผลิตภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำผึ้งจาก 10,000 ตันในปี 2547 เป็น 25,000 ตันในปี 2551 และส่งออกน้ำผึ้งจาก 3,000 ตันเป็น 5,000 ตัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชมรมคนรักผึ้ง

หมายเลขบันทึก: 13535, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-08 14:46:39+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)