พรุ่งนี้คือวันที่กลุ่มบ้านดอนไชย และอีกหลายกลุ่มที่จะต้องทำกิจกรรมรวมคน และรวมทุนในชุมชนกันที่วัด หรือสถานที่แต่ละกลุ่มได้กำหนดในการออมบุญวันละหนึ่งบาทฯ
หลังจากที่ทางเครือข่ายได้เข้าร่วมประชุมสัมมนาระดับชาติ ในครั้งที่แล้วทางเลขาจำเป็นก็คงจะเป็นผู้รายงานให้กับกลุ่มของบ้านดอนไชยได้รับทราบด้วย จากที่ได้เข้าร่วมแบ่งกลุ่มย่อยได้มีประธานในกลุ่มได้ให้ข้อเสนอและปัญหาที่ประธานกลุ่มที่ 3 ในการประชุมกลุ่มย่อยวันนั้นว่านโยบายที่แล้วมาเมื่อทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ และมีแต่ปัญหา แต่เลขาจำเป็นคิดว่า ปัญหามีหนทางแก้ไข
-อยู่ที่คนทำงานจะยอมแก้ไขหรือไม่
-อยู่ที่สมาชิกให้ความร่วมมือหรือไม่
-คนทำงานต้องมีความโปร่งใสแล้วทำให้เกิดความศรัทธาด้วย
-สมาชิกต้องทำความเข้าใจให้มากกับการมีส่วนร่วมในกลุ่ม
-ไม่ทำงานแล้วยังสร้างความแตกแยกให้กับคนทำงานและสมาชิกไม่เอานะค่ะ
และอีกหลายเรื่องที่จะต้องร่วมมือกัน ฉะนั้นมันอยู่ที่คนพร้อมทุกด้านที่ทำให้งานนั้นประสบผลสำเร็จ ระบบ99% ก็คงจะใช้ได้และสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ก็คงไปถึงไม่อยาก จากที่ทำงานในระดับพื้นที่ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนา
การทำงานจะต้องพัฒนาไปตามกาลเวลา เพราะการทำงานแต่ละครั้งจนถึงปัจจุบัน เลขาจำเป็นได้ข้อแลกเปลี่ยนกับที่ปรึกษาและคนทำงานในกลุ่มตลอด จึงคิดว่าการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุดเลย
ตอนนี้เกิดความคิดที่จะทำงานให้เกิดค่าใช้จ่ายน้อยลง แต่เป็นการลงทุนครั้งเดียวที่มากแต่ก็จุดคุ้มทุนคงจะใช้ได้ผลในระยะยาว
จากการที่คนทำงานต้องเขียนใบเสร็จให้กับสมาชิกและลงบันทึกในเล่มทำให้คนทำงานต้องทำงานหลายขั้นตอนและความถูกต้องแม่นยำยังไม่ค่อยจะแน่นอน เพราะตัวหนังสือของแต่ละคนอ่านไม่ค่อยออกก็มี เลขาจำเป็นคิดว่าจะพัฒนาให้เกิดความแม่นยำในระบบที่ตั้งรองรับไว้บ้างแล้ว เพราะเลขาจำเป็นเห็นการทำงานในระบบราชการ และบริษัททำให้คนที่เข้าไปใช้บริการเกิดความมั่นใจ มากกว่า ที่ชาวบ้านอย่างพวกเราได้ทำงานให้ อยากจะพัฒนาให้รวดเร็วและแม่นยำมากกว่านี้ โดยให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากๆ จึงจะทำให้เป็นการทำงานมีความเชื่อมั่นมากขึ้น
เมื่อเกิดความเชื่อมั่นสิ่งที่กลุ่มได้รับก็คือการเข้าสมัครมาเป็นสมาชิกก็จะเพิ่มขึ้นตามมา การบริหารจัดการมีความโปร่งใส และการปฏิบัติที่มีความเสมอภาคของทุกคนที่เข้ามาเป็นสมาชิกจึงเป็นที่พอใจกับทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคนทำงานและสมาชิก
ตอนนี้ทางเลขาจำเป็นคิดว่าจะเป็นธนาคารสวัสดิการ เป็นการฝากเพื่อจัดสวัสดิการแต่ใช้ระบบการฝากแบบธนาคารแต่จ่ายดอกเบี้ยเป็นสวัสดิการตามที่ได้จัดไว้ให้กับสมาชิกที่ปฏิบัติตามข้อบังคับ
คงจะเป็นการหาทางลดค่าใช้จ่ายในการทำงานลดลงบ้าง
นกน้อยทำรังแต่พอตัว
ธนาคารสวัสดิการ ถ้าจะเพิ่มระบบที่ไม่ใช้เงินขึ้นด้วยจะเป็นไปได้ไหม คือ สมาชิกมาใช้แรงงานแลกเปลี่ยนกัน โดยมีธนาคารเป็นผู้จัดการให้ ใครต้องการอะไรทั้งรับและฝากก็มาขั้นบัญชีไว้ที่ธนาคาร นอกจากเงิน แรงงานแล้ว สินค้าก็สามารถหมุนเวียนเป็นสวัสดิการช่วยเหลือกันได้ ไม่รู้ว่าผู้จัดการธนาคารที่เป็นนกน้อยจะทำรังใหญ่เกินไปหรือเปล่า?