วันนี้ วันหยุดอยู่กับบ้าน กลัวได้หายใจทิ้งโดยไม่มีประโยชน์ ว่าแล้วก็ลุย 5 ส. บ้านค่ะ ..มุมที่อาฆาตมานานเห็นจะเป็น ชั้นหนังสือ ที่วางเลอะเทอะ เลื่อนเปื้อน ขัดหูขัดตา ..มานาน ... และตามธรรมเนียมทุกครั้งที่จัด ตู้หนังสือ ..หนังสืออันไหนที่หลงหู หลงตามานาน ..เราก็จะเปิดอ่าน ..บางทีก็อ่านจนลืม..ทำงานต่อให้เสร็จก็มี ..(แหะๆๆ ..พูดแล้วอาย ไปบอกเขาทำไมเนี่ย)..
ไปเจอหนังสืออยู่เล่มหนึ่งค่ะ เป็นประวัติของ J.K.Rowling ผู้เขียนนิยายเด็กชื่อดังHarry Potter ..ที่ผู้เขียนเองชื่นชอบ..มาก ๆ ...หนังสือเล่มนี้ได้มาจากเพื่อน...ที่รักการอ่านเหมือนกันคนหนึ่ง..คุณ J.K.Rowling เธอเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ ..ช่วงที่ชีวิตลงมาถึงช่วงที่ตกต่ำสุด ๆ ..งานเขียนเล่มแรกของเธอ “Harry Potter and the Philosopher’s stone” แก้ไขแค่เล็กน้อย ก็ดังเป็นพลุ ..ขายดี ..และพลิกชีวิตเธอได้..มาบางอ้อ ว่าเธอเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ที่ประสพความสำเร็จได้อย่างไร ...เพราะเธอเคยเป็นคุณครู นะเอง...เป็นคุณครูนี่ดีจังเนอะ..
โดยส่วนตัวแล้ว..ผู้เขียน ไม่ born to be นักเขียน ไม่ได้ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ... แต่สิ่งที่ถนัด น่าจะเป็น การพูด ..ซะมากกว่า ..พูดง่าย ๆ คือ เป็นนักจัดอบรม ..เป็นวิทยากร ..เป็น Moderator ..เหล่านี้จะถนัดมากกว่า ..และจะลื่นมาก ถ้าเป็นกลุ่มชาวบ้านและเยาวชน..งานนี้ของถนัดค่ะ..
สิ่งที่ทำได้ใกล้เคียงนักเขียน ..ที่สุดคือ ไดอารี่ เยิน ๆ ไม่กี่เล่ม ..ที่ไม่ชอบเหตุผลหนึ่งคือ ..ไม่ชอบลายมือตัวเอง ..เป็นลายมือไม่สวย อ่านยาก..ยุ่งเหยิง..ชอบสะกดอะไรผิด ๆ ให้ตัวเองขายหน้าบ่อย ๆ .. เป็นคนชอบใช้ดินสอ(ชอบเขียนไป วาดไป เขียนลายเส้น..ยุ่ง ๆ เหยิง ๆ ) ..แต่งานเขียนที่เป็นดินสอ..เวลาผ่านไปมันก็จะเลือน ๆ ไป ..อ่านไม่ค่อยออก..บางทีจำต้นตอเกือบไม่ได้..ตั้งแต่มีคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นมาในโลก..ก็ช่วยอะไรได้เยอะ ค่ะ..แต่..แค่ลายมืออย่างเดียวคงไม่ได้ช่วยให้เรา เขียนเก่งใช่ไหมคะ ..
การเขียนจะว่าไป ก็เหมือนการพูด ...ก็คือ มันต้องผ่านกระบวนการคิด อย่างน้อย 1 ชั้น ..เพราะฉะนั้นจะพูดได้ เขียนได้ ก็ต้องคิดให้เป็นด้วย ... การคิดเป็นคำพูดได้ การเขียนความคิดออกมาได้ ก็ใช่ว่าจะเขียนออกมาได้ดี ..น่าสนใจหรือจับใจคนอีก ...เขียนได้ดีอันนี้ต้องใช้มากกว่าสติปัญญา ...เพราะมันหมายถึงศิลปะ...ศาสตร์แห่งศิลป์ ในการเขียน หลาย ๆ คนไม่ได้มาจากพรสวรรค์อย่างเดียว ...มันคงต้องผ่านการอ่านเยอะ ๆ การฝึกฝน..ลองผิดลองถูกกันไป...คนที่จะพัฒนาได้ดีคือ คนที่ได้รับการ ติ..ชม หรือ ..วิพากษ์ หลาย ๆ ครั้ง ..(หรือเปล่านะ)...
อย่างผู้เขียนนี่ ..พูดได้คำเดียวว่า “พูดได้..ก็เก่งแล้วค่ะ” เอิ้ก ๆๆ ..ไม่อาจหาญเอาฝีมืออันต่ำต้อย ..ไปเทียบขั้น กับ blogger ชั้นครู และ blogger ที่เป็นคุณครู (อาจารย์) ใน go to know ที่นี้ อย่างแน่นอน....ไม่ได้อยากเป็น blogger ชั้นแนวหน้า ที่ใคร ๆ เห็นก็อยากกระโดดกอดเหมือนป้าแดง..หรือ มี ทั้งสาวและหนุ่มคลั่งใคล้ เหมือนน้องเอก นะคะ ...เอิ้ก ๆๆ ...ขอเป็นคนเล่าความคิด...ในมุมที่อบอุ่น ไปพลาง ๆ ละกันค่ะ ..และ ..ขณะเดียวกันก็จะขอเฝ้ามองการเติบโต..ของพันธมิตร ..ที่ผ่านทางมาก็แล้วกันนะคะ..
...ขอบคุณที่อดทนอ่านค่ะ . ..ภูมิปัญญา อันน้อยนิดของผู้เขียน น้อมรับคำติชมค่ะ
..

...
..เวลาเขียนสัพเพเหระแบบนี้ ไม่รู้จะจัดลงกลุ่มไหนค่ะ..แห ๆๆ ..
ขอบคุณสำหรับกาแฟ ในรอบที่ตอบในห้วขอ เต่าสายตาสั่น กับกระต่ายสายตายาว อร่อยมากแต่ขอหวานเพิ่มนิดๆนะครับ
ปัญหาเรื่องสุขภาพที่จะถามมีอยู่ว่า ผมในตอนนี้ประกอบอาชีพเป็นผู้รับปรึกษาคดีความ มีปัญหามากในเรื่องปวดท้อง เคยไปหาหมอมาทีหนึ่งแล้วครับ หมอก็ให้ยามากินแต่ยังรู้สึกไม่ดีขึ้น ผมเลยสงสัยว่าจะพอมียาหรืออาหารที่เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัด โดยไม่ต้องใช้ยาของหมอ พอมีม่ะครับ
ทดสอบ ว่าร้านกาแฟยังเปิดอยู่หรือเปล่า
สวัสดีอีกครั้งค่ะ อาจารย์
. ขจิต ฝอยทอง
คิดว่ารู้เหตุผลที่อาจารย์ได้รับรางวัล เกียรติยศ นั่นแล้วค่ะ เอิ้ก ๆ อาจารย์ขยันตามมาอ่านทุก บทความเลย ได้เรื่องมั่งไม่ได้เรื่องมั่ง ยังตามให้กำลังใจเลย..ขอบคุณนะคะ ที่ให้กำลังใจ ..
..เอากาแฟ มาคารวะ ค่า..
เห็นถ้วยกาแฟ ก็ได้กลิ่นหอมๆ
นนี้หลังอาหารกลางวันก็เลยดื่มไปแล้ว ล่ะ
อ้อ ถ้าเป็นกระเพาะอาหาร กาแฟเป็นของต้องห้ามอย่างหนึ่ง อาหารธรรมชาติอบำบัดที่ใช้ได้แก่ กล้วยน้ำหว้าสุกห่ามๆ / ขมิ้นชัน และสำคัญ อย่าให้ความเครียดมาเยี่ยมบ่อยจ้า
สวัสดีค่ะ คุณ
. Geramy
แหม คุณ Geramy ก็ช่างใจร้อน coffee's cornor นะคะ ไม่ใช้ seven-eleven ..อิอิอิ..จะชอบกาแฟขนาดไหนก็ต้องไปหลับ ไปนอนมั่งล่ะค่ะ ...
ปัญหา ในช่องท้อง ยากที่จะบอกอย่างเจาะจงได้นะคะ ว่าเป็นอะไรได้บ้าง เพราะข้อมูลที่คุณให้มาน้อยนิดเหลือเกิน ..ความรุนแรง..ของโรคในช่องท้องโอกาสมันเป็นไปได้ ตั้งแต่ อาหารไม่ย่อย , การมีแผลในกระเพาะอาหาร หรือ ลำใส้ ไปจนถึงพวกมะเร็งแน่ะ ..ไม่ได้พูดให้กังวลนะคะ ..แต่จะบอกว่าข้อมูลน้อยไปนิดน่ะค่ะ ...มองจากงานที่คุณทำ ..คิดได้หลายอย่างนะคะ ..เช่น อาจเป็นกรดในกระเพาะที่หลั่งมากผิดปกติจากความเครียด...เกิดจากพฤติกรรม ที่ทำเป็นนิสั เช่น ประเภทอาหาร ..พฤติกรรมการทานอาหาร ..การทานยาจากแพทย์ เป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ ถ้าพฤติกรรมเราแก้ไม่ได้ ก็ไม่มีวันหายหรอกค่ะ ..
พูดถึงธรรมชาติบำบัด ..ก็เข้ากับแนวคิดคุณเปี๊ยบ ..แนวทางธรรมชาติบำบัด จะเชื่อว่าร่างกายมนุษย์ มีกลไกในการส่งสํญญาณ อันตราย และรักษาตัวเองได้อย่างเยี่ยมยอดไม่ต้องพึ่งยา ..แต่อาจต้องปรับแค่พฤติกรรม .. โอยจะคุยเรื่องนี้ ยาวแน่ ...เอาไว้คุณมีคำถามที่เจาะจงกว่านี้ คงตอบได้ตรงจุดขึ้นนะคะ ...
อ่อ ทานกาแฟหวานไปไม่ดี นะคะ เดี่ยวนี้คนไทยเค้าต้องอ่อนหวาน ..ค่ะ .. เบาหวานจะได้ไม่ถามหาไงคะ ..อิอิอิ ..รักษาสุขภาพนะคะ ..
เขียนได้ขนาดนี้เยี่ยมมากแล้วครับ ผมว่าคุณเป็นนักเขียนได้สบาย ๆ ( หากเป็นดาราหรือผู้ประกาศข่าวปากกล้า 555 )
แต่บันทึกของคุณ "ติดกาแฟ" อ่านแล้วสนุกครับ เคยอ่านคำคม ๆ ของคนมีชื่อเสียงล่ะ ในเรื่องการเป็นนักเขียนนี่ล่ะ ( จำไม่ได้ว่าใครพูดไว้ ) เขาบอกว่า "หากคุณอยากจะเป็นนักเขียน ก็จงเลิกอ่านเสีย" น่าจะจริงนะครับ อยากเป็นนักเขียนก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เขียนงานของตัวเองซะ มัวแต่อ่านงานของคนอื่นอยู่ ก็ไม่มีงานเราเสียที
ผมเป็นกำลังใจให้ครับ เขียนงานดี ๆ แนวฮา ๆ ตามที่คุณถนัด ผมว่า เวร์ค ๆ มอร์
สวัสดีค่ะ
. mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
ขอบคุณ ที่แวะมาให้กำลังใจค่ะ ... สงสัย..เราคงเป็นกูกทางแล้วล่ะ ..เป็นนักอ่านง่ายกว่าเป็นนักเขียนเยอะ ..เอิ้ก ๆๆ ..
ทำไงดีละคุณ Blog นี้ ไม่ใช่ de-caf Blogs ซะด้วย ..ถ้าเกิดติด ขึ้นมาจริง ..เชิญมาที่คลินิก ..นะคะ ..
ไม่เคย ลองทำ "คลินิกอด Blog " ซะทีนะ ..แต่ถ้าไหน ๆ จะมีคนแรก ก็ยินดีค่ะ ..เอิ้ก ๆๆ ..
...เอากาแฟมามอมเมาคุณ สุมิตรชัยนะคะ เอิ้ก ๆๆ...