มีตัวช่วยให้หลายอย่างเช่น อบรมให้ความรู้เรื่องการวิจัยเพิ่มเติม จัดห้องศูนย์วิทยบริการที่มีสื่องานวิจัยให้ศึกษาค้นคว้า จัดที่ปรึกษางานวิจัยทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนมานั่งที่ศูนย์วิทยบริการเพื่อให้ครูได้มาขอคำปรึกษาแนะนำ จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยทั้งในโรงเรียนและกับโรงเรียนเครือข่าย เป็นต้น”

        วันที่ 28 กันยายน 50 ได้ไปร่วมงานตลาดนัดงานวิจัยของ CoPวิจัยโรงเรียบนสตรีนนทบุรี เป็นปีที่ 2  ปีนี้มีผลงานวิจัย และนวัตกรรมของครูโรงเรียนสตรีนนทบุรี และโรงเรียนเครือข่ายมานำเสนอมากกว่าเมื่อปีที่แล้ว  ดูเป็นบรรยากาศทางวิชาการที่คึกคักมาก  มีผู้มาร่วมงานเต็มหอประชุมขนาดใหญ่  ภายนอกห้องประชุมก็มีผลงานวิจัยที่นำมาแสดงร่วม 200 เรื่อง
                    งานตลาดนัดวิจัยปีนี้ นอกจากจะนำเสนอเป็นเอกสารนอกห้องประชุมแล้ว  ยังมีการเสนอผลงานวิจัยในห้องประชุมเช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว แต่มีจำนวนผู้เสนอผลงานวิจัยมากขึ้น  ตลอดทั้งวันมีผูนำเสนอรวม 15 คน  มี รศ.ดร.สมคิด  พรมจุ้ย จาก มสธ.และ ผม มาช่วยวิพากษ์ให้ข้อเสนอแนะงานวิจัยด้วย  ซึ่งครูส่วนใหญ่จะทำวิจัยกันได้ถูกต้อง เพราะได้รับการอบรม และการให้คำปรึกษาแนะนำมาโดยตลอด  แต่จุดที่เราเสนอแนะเป็นพิเศษคือ ความสอดคล้องกันตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ  วัตถุประสงค์ กรอบวิจัย  วิธีดำเนินการและการสรุปอภิปรายเสนอแนะ 
             โดยเฉพาะการกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย ที่มักจะกำหนดว่า เพื่อสร้าง/พัฒนานวัตกรรม(ระบุประเภท) และเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากความก้าวหน้าในการใช้นวัตกรรม  เราก็เสนอแนะว่าว่านวัตกรรมนี้ นอกจากจะศึกษาผลการใช้นวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาด้านความรู้(ผลสัมฤทธ์ฯ)แล้ว ก็น่าจะศึกษาผลการพัฒนาด้านทักษะ(คือดูผลงาน/ชิ้นงานนักเรียน) และด้านเจตคติ(ความพึงพอใจเมื่อเรียนกับนวัตกรรมนี้)ด้วย เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียนครบถ้วนทั้งด้านความรู ทักษะ และจิตใจ
         
        
คุณครูวรรณพรรณ
   แกนนำคนหนึ่งของงานนี้ บอกว่า
        
เฉพาะงานวิจัยของสตรีนนทบุรีปีนี้มีร่วม 140 เรื่อง  เนื่องจากปีนี้นอกจากเราจะอยู่ใน CoP วิจัยฯที่ทำกันต่อเนื่องแล้ว เรายังได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจด้วย  จึงได้บูรณาการทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อโครงการว่า  โครงการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนโดยใช้งานวิจัยเป็นฐาน  โดยมีเป้าหมายให้ครูทุกคนคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและดำเนินการในรูปแบบของการวิจัย  ที่เรียกว่า หนึ่งคนหนึ่งนวัตกรรม  พร้อมทั้งมีตัวช่วยให้หลายอย่างเช่น  อบรมให้ความรู้เรื่องการวิจัยเพิ่มเติม  จัดห้องศูนย์วิทยบริการที่มีสื่องานวิจัยให้ศึกษาค้นคว้า  จัดที่ปรึกษางานวิจัยทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนมานั่งที่ศูนย์วิทยบริการเพื่อให้ครูได้มาขอคำปรึกษาแนะนำ  จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยทั้งในโรงเรียนและกับโรงเรียนเครือข่าย เป็นต้น
            ผมถามต่อว่า 
ทำไมจึงคิดทำกิจกรรมส่งเสริมได้หลายอย่าง  ก็ได้รับคำตอบว่า
           
เราได้ผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำทางวิชาการ คือท่าน ผอ.สุวรรณ เค้าฝาย  ท่านเข้ามานำให้พวกเราร่วมคิดร่วมทำ  พร้อมทั้งจัดทรัพยากรสนับสนุนอย่างเต็มที่  นอกจากนี้ยังมีระบบกำกับติดตาม ประเมินผลและให้ขวัญกำลังใจแก่พวกเรามาโดยตลอด  และเรายังมีทีมงานที่ปรึกษาทางด้านวิจัยในโรงเรียนที่มีความรู้เป็นที่ยอมรับของครู เช่น คุณครูสมจิต  คุณครูก่องแก้ว เป็นต้น รวมทั้งมีคณาจารย์ด้านวิจัยจาก มสธ.มาให้ความอนุเคราะห์โดยตลอดด้วย
          
ปีหน้าคิดจะทำอะไรต่อ 
          
สองปีมานี้เราลงลึกเรื่องการวิจัยในชั้นเรียนที่เน้นการสร้างนวัตกรรมประเภทสื่อ เช่น บทเรียนสำเร็จรูป  ชุดการสอน  เอกสารประกอบการสอน เป็นต้น  แต่ปีต่อๆไปอยากจะขยายสู่การคิดค้นนวัตกรรมเชิงวิธีการ  เพื่อให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น  เช่น พัฒนารูปแบบการสอน  เทคนิคการสอนที่ดี  เป็นต้น แล้วจะพยายามขยายเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิจัยให้กว้างขวางยิ่งขึ้นด้วย