วันนี้สาขาวิชาวิชาชีพครู คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา จัดสัมมนาก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูขึ้นครับ บรรยากาศคึกคักมากครับ เลยเก็บภาพมาฝาก

(ประธานเปิดโครงการโดย อ.ชาฟีอีง บารู ผอ.สถาบันอัสสลาม)

อาจารย์หน้าตาที่สุดเท่าที่มีในสาขาวิชา (ฮาฮาฮา)

(เต็มห้องประชุมครับ กับนักศึกษารุ่น 7)


(ผช.หน.สาขาวิชากำลังชี้แจงการฝึกประสบการวิชาชีพครู)



สวัสดีครับ
อาจารย์ช่วยไขข้องใจให้ผมหน่อยเถอะครับ ว่าทำไมชายชาวมุสลิมจึงต้องไว้เคราครับ
สวัสดีครับคุณหมอ
คำถามของคุณหมอทำผมอื้งเลยครับ เพราะสิ่งที่ชายมุสลิมไว้เครา เพราะเป็นการตามแบบของท่านศาสนฑูตครับ แต่หากอาจารย์ต้องการคำถามตอบเชิงเหตุผล ผมก็ขอตอบว่า จริงๆ เรื่องของเคราเป็นเรื่องของธรรมชาติสำหรับผู้ชายครับ ผู้ชายมีเครา คำถามที่น่าจะเกิดขึ้นคือ ทำไมผู้ชายต้องโกนเครา
คนที่ไว้เครา หลายคนมองว่า ไม่สุภาพ ไม่เรียบร้อย แต่ก่อนผมก็เป็นอย่างนั้นครับ (ตอนที่ยังไม่ไว้เครา) แต่มาคิดดู ก็พบว่า การให้ค่าในสิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นเพราะการอบรมเลี้ยงดู การสร้างทัศนคติ แล้วสร้างค่านิยมว่า การไว้เคราไม่สุภาพเลย มากกว่า เป็นความจริง
จริงๆ มีข้อมูลถึงข้อดีของการไว้เคราในทางวิทยาศาสตร์อยู่ครับ เดี๋ยวผมจะรบกวนอาจารย์อีกท่านหนึ่งมาตอบให้ภายหลังนะครับ
ออ. อีกเหตุผล เป็นเหตุผลส่วนตัวครับ คือ เวลาผมมีเครา ผมดูหล่อขึ้นครับ ฮิฮิฮิ
ขอบคุณมากครับ กระจ่างขึ้นมาอีกนิด แต่ก็หยุดคิดเหมือนกันครับ ว่า คำถามที่น่าจะเกิดขึ้นคือ ทำไมผู้ชายต้องโกนเครา
ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ว่าทำไมเราต้องโกนเครา สังคมที่แวดล้อมทำให้เราต้องโกนเครา?
สังคมของผมที่กล่าวถึง ส่วนหนึ่งก็อาจจะมีภรรยารวมอยู่ด้วย เพราะผมอยากไว้เคราเหลือเกิน แต่เธอไม่ชอบนิ
ที่สำคัญก็คือ เธอบอกว่า เวลาผมมีเคราแล้ว ดูไม่หล่อครับ ฮ่า ฮ่า
มีอาจารย์ช่างตัดผมคนหนึ่งเคยพูดกับผมว่า ผู้หญิงที่โชคดีคือผู้หญิงที่ได้แต่งงานกับผู้ชายมีเครา หากผู้ชายคนนั้นโกนเคราได้เกลี้ยงเกลา เหตุผลเพราะเหมือนได้สามีแบบ 2 in 1 ฮาฮาฮา (อันนี้เป็นมุขของครูสอนตัดผม สมัยที่ผมไปหัดเรียนเป็นช่างตัดผมที่ กศน.)
ที่เอาคำพูดนี้มานำเสนอ ก็เผื่อว่า หมอจะลองเอาไปนำเสนอคนข้างๆ ดูบ้างนะครับ
เหมือนได้สามี 2 แบบนะครับ ไม่ใช่ 2 คน
ได้สามีสองคน คงไม่ไหวครับ