ผมเล่าเรื่องการทำแผน KM กรมอนามัยไปบ้าง วันนี้จะขอเล่าที่ผมเปรียบเทียบเรื่องแผน KM กับแผนการสอนของครูว่า

ถ้าครูคนหนึ่งต้องสอนนักเรียน วิธีสอนนักเรียนที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการเขียนแผนการสอน แต่คือ การรู้จักนักเรียน การทำงานกับนักเรียน

ครูคนหนึ่งอาจจะเขียนแผนการสอนได้ดีมาก แต่สอนนักเรียนได้แย่มาก ในทางกลับกัน ครูที่ไม่ได้เขียนีแผนการสอนเลย ก็อาจสอนหนังสือได้ด

้การทำงาน KM ก็คล้ายๆ อย่างนั้น พวกเราต้องไปทำงาน KM ในหน่วยงานของพวกเรา จนคนของเรามีความเข้าใจ และมีความสามารถในการจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กร และสะสมความรู้ให้กับองค์กร

เป้าหมาย KM ็มีอยู่ 3 อย่าง คือ (1) ทำให้การทำงานดี (2) ทำให้ตัวเราเองเรียนรู้เป็น (3) องค์กรของเรามีความรู้สะสมมากขึ้น ถ้าเอา 3 อย่างมาดูให้เห็นพร้อมกันจะพบว่านี่็ไม่ใช่เรื่องของการฝึกอบรม ไม่ใชการทำประชุมกลุ่ม่ brain storming ไม่ใช่เรื่อง planning เพราะว่าการทำงานให้ดีขึ้นนั้น brain storming ก็มีส่วน planning ก็มีส่วน แต่ไม่ใช่แค่ brain storming ไม่ใช่ planning

การทำงานสำเร็จได้ก็ต้องมีอีกหลายอย่าง และหนึ่งในหลายอย่าง็คือว่า เราต้องทำกิจกรรมที่เรียกว่า การจัดการความรู้

กิจกรรมหลักหลายอย่างในการสนับสนุนให้เิดการจัดการความรู้อาจไปเขียนแผนไม่ได้ก็ได้ ในทางกลับกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้ง 3 ข้างต้น  ี้ เราต้องทำให้เกิดการพัฒนาระบบ พัฒนาองค์กร ทำกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งควรต้องเขียนไว้ในแผน เพราะถ้าไม่เขียนไว้ อาจลืม 

เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นโดยคนกลุ่มหนึ่งมาช่วยสนับสนุนอำนวยความสะดวก  

สิ่งที่ผมไม่อยากเห็น คือ เราทำ KM กันเพราะว่า กรมฯ สั่ง เพราะว่า กพร. อยากเห็น แล้ว กพร. ก็ไป follow วิธีที่เขาทำได้ไม่ยาก คือดูว่า มีแผน มีการประเมินตามแผน และพยายามให้เขียนทุกอย่างไปในแผน แต่ความจริงมันอาจไม่พอ และไม่ practical

หน่วยงานต่างๆมีประสบการณ์การทำแผน KM ยังไงเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันหน่อยสิครับ