แถมด้วยภาพประทับใจจากลูกเล็กเด็กแดงที่พบเห็นในงานนี้นะคะ

สำหรับภาพจากงานครั้งนี้ของพวกเรา สามารถเปิดชมได้อย่างจุใจ ที่เว็บไซต์ของภาควิชาฯที่นี่นะคะ 

ในงาน

PathoSportDay2007 

เสริมสุขภาวะ สร้างสามัคคี สู่วิถีคุณภาพ

ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ เราจะแข่งกีฬา 3 ประเภท ดังที่เล่ารายละเอียดไว้แล้ว สัปดาห์แรกเราแข่งแชร์บอลหญิง ทำให้ทุกสีต้องเฟ้นหาตัวนักกีฬากันจ้าละหวั่น สำหรับตัวเองนั้น เนื่องจากปีที่แล้วลงไปเล่นฟุตบอล และเล่นแชร์บอลเพียงเล็กน้อย ก็โดนเกณฑ์ไปด้วย

 ต้องบอกว่าแต่ไหนแต่ไรไม่เคยเล่นกีฬาเป็นทีมกับใครได้เลย สมัยเรียนก็ไม่เคยเล่นกีฬาทีมมาก่อนเลย ถนัดแต่กีฬาเดี่ยวๆ เพราะรู้สึกว่าตัวเองคิดไม่เหมือนคนอื่น เวลาแข่งกีฬาไม่เคยรู้สึกอยากเอาชนะ จะรู้สึกต้องการแข่งกับตัวเองมากกว่า ดังนั้นถ้าเลือกได้อยากเลือกกีฬาแบบที่จับเวลามาแข่งกัน หรืออะไรทำนองนี้มากกว่า คือเราสามารถวัดได้ว่า ตัวเราเองทำได้ดีกว่าครั้งก่อนๆหรือไม่ แล้วถ้าดีกว่าคนอื่นไปด้วยก็ถือว่าเป็นรางวัลพิเศษ สรุปว่าเล่นแบบทีมไม่เป็น แต่งานนี้ยินดีเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมเพื่อร่วมด้วยช่วยกัน และเรามีคุณพินิจ-โค้ชมืออาชีพ (จริงๆเป็นโค้ชแบดมินตัน) ที่ช่วยเรื่องวางแผนการเล่น บอกสิ่งที่เราควรทำในเกมการเล่น

จริงๆจุดใหญ่ใจความของการแข่งกีฬานี้ ก็เพื่อให้ได้ออกกำลังกาย มาทำความรู้จักพบปะกัน ได้มาร่วมร้องเพลงเชียร์ มีกิจกรรมสนุกสนาน แต่พอถึงเวลาลงสนาม ก็จะพบว่าวิญญาณของการเอาชนะจะสิงสู่พวกเรากันเป็นส่วนใหญ่ สำหรับตัวเองยังคงไม่เปลี่ยนนะคะ แต่ก็พยายามทำหน้าที่ตามที่โคชสั่งเอาไว้ แต่วันนี้ก็ยังเผลอเชียร์ทีมฝ่ายตรงข้าม เพราะเห็นว่าเขาได้คะแนนน้อย และโค้ชไม่มืออาชีพแบบของเรา (เท่าไหร่) และเราชนะค่อนข้างห่างมากแล้ว

ระหว่างที่อยู่ในสนาม ได้เรียนรู้ว่า การเป็นนักกีฬานั้นต้องมีไหวพริบปฏิภาณปรับสิ่งที่โค้ชบอกให้เข้ากับเกมให้ได้ เรียนรู้คนที่เราเล่นด้วย ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายตรงข้าม ในวันแรกที่ลงแข่ง เราเล่นแบบไม่มีทิศทาง เอาชนะกันอย่างเดียว เพราะโค้ชติดธุระมาดูไม่ได้ โค้ชมือสองอย่างนายดำ ก็ไปวิ่งจัดการอุปกรณ์ต่างๆอยู่ กว่าจะมาอำนวยการก็ช่วงหลังแล้ว ซึ่งการเล่นแบบนี้ทำให้เครียด แต่พอวันต่อๆมาที่เรามีโค้ช คอยดูและบอกว่าต้องทำตัวอย่างไร อยู่ตรงไหน จุดอ่อนจุดแข็งที่ต้องแก้และใช้คืออะไร ทำให้การเล่นออกมามีทิศทาง และเล่นได้ค่อนข้างสนุก

คิดเปรียบเทียบกับการทำงานในชีวิตประจำวัน รู้สึกเลยว่าเราได้เรียนรู้สิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆกับงานของเราจากการลงไปเล่นร่วมทีมและมีโค้ชแบบนี้ (เล่าเหมือนเล่นเยอะเลยนะคะ แต่จริงๆลงไปเล่นนัดละไม่น่าจะเกิน 5 นาที เล่นมา 3 ครั้งยิงลงตะกร้าไปตั้ง 1 ลูกเท่านั้นเอง)

มีภาพประทับใจที่งานนี้ เราได้พบเห็นว่า "ครอบครัวพยา-ธิ"ของเรานั้นเป็นครอบครัวใหญ่ ที่อบอุ่นอบอวลจริงๆค่ะ