วิพากษ์ไม่ใช่การวิจารณ์
ใครเคยเป็นผู้วิพากษ์ หรือถูกวิพากษ์บ้างคะ
ท่านผู้อำนวยการสถาบันฯ
เป็นท่านหนึ่งที่วิพากษ์โรงพยาบาลโดยผู้ถูกวิพากษ์ไม่หมดกำลังใจ
และไม่รู้สึกเสียหน้า ท่านได้เขียน Tactic
ในการวิพากษ์ไว้จึงขอนำมาเล่าต่อนะคะ
เทคนิคการวิพากษ์ที่ใช้
1)
จดบันทึกการนำเสนอทั้งหมดที่สามารถทำได้
2)
ระหว่างฟังก็ย้อนกลับไปตรวจสอบดูสิ่งที่จดไว้ว่าตรงไหนเป็นประเด็นที่สามารถชมเชยได้
ตรงไหนเป็นสิ่งที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
ตรงไหนเป็นข้อเสนอแนะเพื่อให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น
(สังเกตว่าไม่ได้เสนอแนะเพื่อปรับปรุงวิธีการทำงาน)
3)
ใช้การชมเพื่อช่วยดึงกลุ่ม
คนที่ทำได้ไม่ดีย่อมรู้ตัวเองอยู่แก่ใจ
ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาตอกย้ำให้ช้ำใจ เพียงแค่ชมในสิ่งดีๆ
ที่ใครก็ได้เป็นผู้ทำ
กลุ่มก็จะเห็นเองว่านั่นคือส่วนขาดของคนที่ยังไม่ได้ทำ
คนที่ทำได้ไม่ดีแต่มีความพยายาม ควรอย่างยิ่งที่จะได้รับกำลังใจ
เช่น
“เมื่อเริ่มต้นด้วยกระบวนการที่ถูกต้องเหมาะสม
ผลลัพธ์ที่ต้องการก็น่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า “ข้อนี้ขอเพิ่มเติมนะคะ
ขอยืมคำจากท่านอาจารย์วิจารณ์มาใช้ คือการดมกลิ่น
เพื่อจะมองหาความสำเร็จจิ๋วที่ซ่อนอยู่ค่ะ
เห็นภาพชัดไหมคะ”
4) การช่วยสรุปประเด็นสำคัญจะช่วยตอกย้ำว่าเราฟังอย่างตั้งใจ
แต่ต้องไม่ใช่การพูดซ้ำ เป็นการใส่ความเห็นเข้าไปด้วย
เช่น
“จากการที่ระดับคะแนนจากการประเมินตนเองกับคะแนนจากการตรวจประเมินโดยบุคคลภายนอกมีความแตกต่างกันมาก
แสดงว่าการทำความเข้าใจกับทีมงานของโรงพยาบาลมีความสำคัญมาก”
5)
การเสนอแนะเพื่อสร้างองค์ความรู้เป็นสิ่งที่เป็นกลางๆ
ไม่มีใครเสียหน้า มีแต่ได้ประโยชน์ มีแต่คนเห็นด้วย เช่น
“น่าจะมีการศึกษาในหัวข้อที่มีความแตกต่างกันมาก
แยกแยะว่าอะไรเกิดจากการปรับปรุง อะไรเกิดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน
แล้วนำประเด็นที่เข้าใจไม่ตรงกันมาทำคำอธิบายที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์สำหรับโรงพยาบาลที่จะเริ่มต้นใหม่”
สิ่งที่พึงหลีกเลี่ยง
1)
การซักถามข้อมูลในรายละเอียดบางเรื่อง
ซึ่งไม่ชัดเจนว่าเรานำมาใช้ประโยชน์เพื่อให้ที่ประชุมเรียนรู้ได้อย่างไร
2)
การท้วงติงการใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้อง
หากต้องการให้ที่ประชุมเรียนรู้ด้วยก็ควรจะพูดให้ที่ประชุมทราบ
แต่หากคิดว่าที่ประชุมส่วนใหญ่เข้าใจถูกต้องแล้ว
ต้องการให้ผู้นำเสนอได้ปรับแก้ในส่วนของตนเป็นหลัก
ควรจะบอกเป็นการส่วนตัวภายหลังจากการนำเสนอเสร็จสิ้น
ผู้ได้รับข้อมูลจะรู้สึกขอบคุณ รู้ว่าเราปรารถนาดี
และไม่รู้สึกเสียหน้า ต่อไปเขาจะบอกกับเพื่อนๆ
ในกลุ่มเองว่าสิ่งที่เขาใช้ไม่ถูกต้องอย่างไร
ขอแจมนิดนึงซิครับ พึงหลีกเลี่ยงอีกข้อหนึ่งครับ อย่างแกล้งชม (เสแสร้ง) เพราะจะเป็นลบทั้งคนชม และคนถูกชม ครับ ต้องเลือกชมของจริงและดีจริง (เกี่ยวไหมครับ)
ต้องแยกประเด็นการชมในความสำเร็จจิ๋ว กับแกล้งชมค่ะ คนละความหมายนะคะ
ถ้าทำได้อย่างนี้ คนที่วิพากษ์และคนถูกวิพากษ์ก็จะมีความสุขมากเลยค่ะ