<p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">หากพิจารณาในแต่ละองค์ประกอบของ Fifth Discipline : The Art and Practice of Learning Organization ของ Senge จะพบว่า นพลักษณ์เป็นเครื่องมือหนุนช่วยในทุกวินัยในการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ </p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>ดิฉันขอเริ่มที่ Mental Models ก่อนนะคะ </p><p> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; line-height: 150%; tab-stops: 1.0in" class="MsoNormal">1. รูปแบบวิธีคิดและกลไกทางจิต (Mental Models) หมายถึง ทำอย่างไรให้บุคลากรในองค์กรมีอัตตาต่ำ เปิดใจ ยอมรับฟังความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่างออกไป รวมทั้งมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในศักยภาพของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำทั้งต่อตนเองและผู้อื่น การพัฒนาวินัยในข้อนี้ จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในองค์กรให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ตามสภาพความเป็นจริงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; line-height: 150%; tab-stops: 1.0in" class="MsoNormal"></p><p> ปัจจัยที่ก่อให้เกิดรูปแบบวิธีคิดและการมีมุมมองที่กว้าง (mental models) นั้น เริ่มจาก ทักษะและค่านิยม 5 ประการ ดังนี้</p><p>1. ทักษะการตรวจสอบความคิด (reflection skill) หมายถึง การมองสะท้อนและตรวจสอบความคิด ความเชื่อ และการกระทำของตนเองจากมุมมองของผู้อื่น</p><p>2. ทักษะการถาม (inquiry) หมายถึง กระบวนการถามตอบระหว่างตนเองและผู้อื่นเกี่ยวกับความคิดเห็น เบื้องหลังของความคิด ความเชื่อของแต่ละคน รวมทั้งความสามารถในการแยกแยะข้อมูลออกเป็นข้อเท็จจริงและเป็นความคิดเห็นได้</p><p>3. ความสมดุลระหว่างการยืนยันความคิดของตนเองและการถาม (inquiry and advocacy) กล่าวคือ เมื่อมีการตรวจสอบความคิดของตนเองแล้ว ยังคงยืนยันและมั่นคงในความคิดของตนเอง สามารถนำข้อมูลมาอ้างอิงเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของตนเอง และสามารถให้ผู้อื่นสอบถามได้</p><p>4. ค่านิยมการเปิดใจกว้าง (openness) หมายถึง การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของตนเองได้โดยไม่ยึดติด รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในการซักถามหรือแสดงความคิดเห็น </p><p>5. ค่านิยมความดีความชอบ (merit) หมายถึง ค่านิยมที่ยึดเอาผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก และยึดหลักความเสมอภาคของบุคคลในองค์กร </p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ในวินัยข้อนี้ “นพลักษณ์” จะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ในการช่วยให้บุคคลค้นพบตนเองว่า มีความเชื่อ ทัศนคติใด ที่เป็นกรอบคิด จำกัดตัวเองไว้ตลอดเวลา</p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ผู้ศึกษานพลักษณ์จะพบว่า ทักษะการตรวจสอบความคิด (reflection skill) หรือการมองสะท้อนและตรวจสอบความคิด ความเชื่อ และการกระทำของตนเองจากมุมมองของผู้อื่น ตามลักษณ์ดังนี้</p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ลักษณ์ 1 (คนสมบูรณ์แบบ) ฉันเป็นคนที่รับผิดชอบ ใส่ใจในความถูกต้องทุกรายละเอียด ฉันทำงานมีมาตรฐานสูง ซึ่งหากจะมองในมุมของคนอื่นแล้ว ฉันพบว่าเขามองว่าฉัน จู้จี้ ขี้บ่น ชอบหงุดหงิด ชอบจับผิด บ้างานไม่รู้จักพักผ่อน และเรียกร้องคนอื่นให้ทำตามมาตรฐานของตัวเอง คนอื่นมักมองว่าฉันชอบตัดสินพวกเขาทั้งๆ ที่ฉันแค่หวังดีอยากให้เขาทำงานได้สมบูรณ์แบบขึ้น</p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ลักษณ์ 2 (ผู้ให้) ฉันเป็นคนน่ารัก ฉันเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น เอาอกเอาใจคนเก่ง รู้ใจผู้คน มีน้ำใจ แต่เมื่อเข้ากลุ่มนพลักษณ์แล้วพบว่า คนลักษณ์อื่นมักมองฉันว่า ฉันเป็นพวกไม่รู้ความต้องการตนเอง อยากได้อะไรก็ต้องทำแบบอ้อมๆ พูดตรงๆ ไม่เป็น เป็นพวกชอบชักใยคนอื่น และมักโกรธอย่างไม่มีสาเหตุเวลาไม่ได้ดังใจ (ก็ไม่เคยบอกตรงๆ นี่) </p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ลักษณ์ 3 (นักแสดง / ผู้ไฝ่สัมฤทธิ์) ฉันเป็นคนเก่ง ฉันทำได้ทุกอย่าง ฉันประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่ต้องการทำ พอรู้จักนพลักษณ์พบว่า คนอื่นมองฉันว่า บ้างาน พุ่งไปสู่เป้าหมายมากเกินไปจนละเลยเรื่องสัมพันธภาพกับผู้คน และบางทีทำได้ทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ โดยไม่สนใจวิธีการ เช่น โกหก หลอกลวงหรือฉกฉวยผลงานของเพื่อนร่วมงาน ในกรณีที่ฉันไม่ค่อยรู้ตัวว่าทำอะไร เพราะมัวแต่มุ่งความสำเร็จมากเกินไป </p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"> ลักษณ์ 4 (คนโศกซึ้ง) ฉันเป็นคนพิเศษ มีความคิดสร้างสรรค์ ลึกซึ้งในเรื่องราวที่ฉันสนใจ แต่มักรู้สึกว่าคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจฉันเท่าไรนัก ชอบมองว่าฉันแปลก เวลาฉันร้องไห้ไม่ได้หมายความว่าฉันเศร้าโศก บางครั้งมันคือความรู้สึกประทับใจ ปลื้มปิติ และฉันกำลังดื่มด่ำกับอารมณ์นั้นๆ อยู่ แต่คนอื่นมักมองว่าฉันมีปัญหา</p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ลักษณ์ 5 (นักสังเกตการณ์) ฉันเป็นคนรักสันโดษ ฉันมีความรู้ ฉันถนัดที่จะคิด วิเคราะห์มากกว่าการพบปะพูดคุยกับผู้คน ฉันชอบอยู่ของฉันเงียบๆ กับหนังสือ หรือเรื่องที่ฉันสนใจ ฉันพร้อมที่จะแลกเปลี่ยน หรือ แชร์ในเรื่องงาน แต่เรื่องส่วนตัวฉันไม่ชอบให้ใครมายุ่งด้วย ฉันแบ่งแยกเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวชัดเจน และแยกแยะอารมณ์ความรู้สึกออกจากเรื่องราวต่างๆ ได้ดี และคาดหวังว่าคนอื่นน่าจะทำได้เหมือนฉัน แต่คนอื่นมักคิดว่า ฉันเป็นคนที่เข้าหาได้ยาก ปิดตัว หวงข้อมูล หลายคนมองว่าฉันหยิ่ง และไร้อารมณ์</p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> ลักษณ์ 6 (นักปุจฉา) ฉันเป็นคนที่ไว้ใจได้ ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ ฉันรอบคอบในทุกสถานการณ์ที่อาจจะมีความเสี่ยง หรือไม่มั่นคง ด้วยการไต่ถาม ตรวจสอบเรื่องราวทั้งเรื่องงาน และเรื่องความสัมพันธ์ คนอื่นๆ จึงมักมองว่า ฉันเป็นคนที่ช่างลังเล สงสัยในทุกเรื่อง จนเหมือนว่าฉันไว้วางใจคนอื่นยาก พวกเขามักรู้สึกว่าการที่ฉันถามมากๆ คือการตรวจสอบ จับผิด ไม่ไว้ใจ คนอื่นมักจะงงกับอาการ กล้าๆ กลัวๆ ของฉัน หลายคนบ่นว่าฉันเข้าใจยาก </p><p>ลักษณ์ 7 (นักเสพสุดยอด) ฉันฉลาด ฉันมีทางเลือกให้กับชีวิตได้ทุกวินาที ฉันมีความสุขและชอบทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย ใครๆ อยู่กับฉันมักจะบอกว่าฉันมองโลกในแง่ดี ฉันไม่เคยทุกข์ แต่พอเรียนนพลักษณ์ เพื่อนร่วมงานมักสะท้อนว่า เหมือนฉันจับจด ไม่สามารถอยู่กับอะไรนานๆ ได้ ฉันหาเรื่องโฉบไปเรื่องอื่นที่สนุกกว่าได้ตลอดเวลาโดยมีข้ออ้างสารพัด ฉันได้รับคำแนะนำว่า ฉันควรจะพยายามอยู่กับงานตรงหน้าที่เป็นปัจจุบัน มากกว่าการอยู่กับงานในความคิดหรือในหัวของฉันที่เป็นงานในอนาคต</p> <p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">ลักษณ์ 8 (เจ้านาย) ฉันเป็นคนที่เข้มแข็ง ฉันชอบช่วยเหลือคนด้อยโอกาส ฉันเป็นที่พึ่งได้ ฉันมีพลังเยอะ ฉันมีความจริงใจให้กับผู้คน ฉันเป็นผู้รักษาความยุติธรรมในโลกนี้ ทำอะไรก็ทำจริงจัง แต่พอให้คนอื่นสะท้อนความเป็นตัวฉันแล้วพวกเขามักจะบอกว่า บุคลิกภาพของฉันก้าวร้าว พลังงานของฉันไปกระแทกคนอื่นให้เจ็บบ่อยๆ โดยฉันไม่รู้ตัว ฉันก็แค่บอกความรู้สึกของฉันไป แต่มันแรง และเร็ว (เสียงดัง หน้าตาดุดันไปหน่อย) ถ้าฉันไม่บอกออกไปก็เหมือนฉันไม่จริงใจกับความรู้สึกของตัวเอง บอกเสร็จแล้วก็จบกัน แต่คนอื่นมักไม่จบกะฉันเลย </p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> ลักษณ์ 9 (ผู้ประสานไมตรี) ฉันเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ฉันชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ฉันไม่ชอบความขัดแย้ง ชอบบรรยากาศสมานฉันท์ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ฉันทุ่มเทให้องค์กร แต่คนที่บ้านมักบ่นว่า ฉันละเลยตัวเองและครอบครัว เพื่อนร่วมงานมักสะท้อนให้ฉันฟังว่า ฉันพูดจาวกวน ไม่ค่อยชอบตัดสินใจ (ก็ในบางเรื่องตัดสินใจไปแล้วมันเกิดความรู้สึกว่ามันจะมีความขัดแย้ง ฉันก็มักจะทนไม่ค่อยได้นี่นา) </p><p> </p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal">นพลักษณ์ทำให้มองเห็นว่า โลกทัศน์ของแต่ละลักษณ์ เป็นสิ่งที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง และเปิดโลกกว้างให้แต่ละคนเห็นว่า คนในลักษณ์อื่นๆ ก็มีโลกทัศน์ ความคิด ความเชื่อของเขาที่แตกต่างกันไป ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “รู้จักตัวเอง และเข้าใจคนอื่น” (openness) ได้ง่ายขึ้น </p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: distribute; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; line-height: 150%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"> ติดต่อฝึกอบรมได้ที่สมาคมนพลักษณ์ไทย โทร 02-224 5999 หรือ 081 9229161ศึกษาข้อมุลเพิ่มเติมได้ใน www.enneagramthailand.comหรือหนังสือเกี่ยวกับนพลักษณ์ ติดต่อ มูลนิธิโกมล คีมทอง www.Komol.com </div>
ปัจจัยสำเร็จขององค์การแห่งการเรียนรู้ (2)
Mental Models หมายถึง ทำอย่างไรให้บุคลากรในองค์กรมีอัตตาต่ำ เปิดใจ ยอมรับฟังความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่างออกไป รวมทั้งมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในศักยภาพของเพื่อนร่วมงาน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 25 ก.ย. 2550
นาย ศราวุธ จ้อน อยู่เกษม · 25 ก.ย. 2550
นาย ศราวุธ จ้อน อยู่เกษม · 25 ก.ย. 2550
นาย ตระการ ก๊อต คุณทรัพย์ · 25 ก.ย. 2550
คุณช่วยบอกหน่อยว่าคนที่คิดว่ามีความสมบูรณ์คือคนอย่างไรครับ
คุณสนิทคะ
คือยังไม่เข้าใจคำถามค่ะ รบกวนช่วยเข้ามาเพิ่มรายละเอียดของคำถามด้วยค่ะ
ส่วนการจะบอกว่าใครเป็นคนลักษณ์ไหนนั้น ต้องเป็นเจ้าตัว หรือคนๆ นั้นเองค่ะ ที่ศึกษาข้อมูล กลไกการทำงานทางจิตของคนทั้ง 9 ลักษณ์ แล้วศึกษาตนเอง ปอกเปลือก ของตัวเองออก แล้วพิจารณาว่า ตนเองเป็นคนลักษณ์ไหนค่ะ
ตรงนี้ยาก เพราะนี่คือหัวใจของการพัฒนาตนเองค่ะ
หากเราไม่รู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ (ดิฉันชอบใช้คำว่า "ล่อนจ้อน" ) เราเองก็คงไม่สามารถก้าวข้ามจุดด้อยของตนเองไปสู่สิ่งที่เรียกว่า "พัฒนา" ได้หรอกค่ะ
ดังนั้น วิทยากร หรือพี่เลี้ยงในการอบรมนพลักษณ์ จึงทำหน้าที่เป็นแค่ "ผู้อำนวยความสะดวก" และ ออกแบบกระบวนการอบรมให้แต่ละคน สามารถที่จะค่อยๆ ถอดเกราะ หรือเปลือก ของตัวเองออกทีละเล็ก ทีละน้อย เพื่อให้เห็นแก่น และตัวตนที่แท้จริง (ทั้งน่ารัก และน่าเกลียด ของตัวเอง) ค่ะ
หลังจากที่เรารู้ว่าเราเป็นลักษณ์ไหนบ้างแล้ว เราควรรู้ หรือทำอะไรต่อไป อย่างไรเพื่อ
ให้เราเป็นคนน่ารักมากขึ้น และเป็นตัวเองได้ด้วยค่ะ
หลังจากรู้ลักษณ์แล้ว แนวทางการศึกษาเพิ่มเติมก็คือ การสร้างการตระหนักรู้ตนเอง ทั้งในแง่มุมที่เป็นศักยภาพ และเป็นจุดอ่อน เราจะเห็นประเด็นที่เราปะทะสังสรรกับคนต่างลักษณ์ได้เร็วขึ้นว่า หลายๆครั้งเหตุแห่งความคับข้องใจนั้นเกิดจากมุมมองในแบบของเรา
ทำให้เกิดภาวะก้าวข้าม หลังการตระหนักรู้ แล้วเราก็อยู่บนโลกใบนี้่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเบาสบายขึ้นค่ะ
เช่น ดิฉันเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง หากใครเข้ามาเซ้าซี้มากก็จะรำคาญ แต่พอเรียนนพลักษณ์แล้ว เราเห็นมุมมองที่แตกต่างไป ว่าคนที่เค้าเข้ามาเค้าอยากจะเอาใจ อยากจะดูแล แสดงความรัก ....เราก็แค่ปรับทัศนคติตนเอง เปิดรับผู้อื่นได้มากขึ้น (กลายเป็นกำจัดจุดอ่อนเรื่องการไม่มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนอื่นไปได้ด้วย)