ความคิดสองขั้วมันต่อสู้กัน จนกว่า...จะมีฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้

 

 

           ผมนั่งเปิดบันทึกคิดว่าจะเขียนความรู้สักเรื่อง

           แต่กลับรู้สึกอ่อนล้า   ไม่รู้จะเริ่มอะไรดี

           ผมจมอยู่ในภวังค์  นั่งนิ่ง  นึกอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

 

           อะไรต่อมิอะไรมันวิ่งเข้าโจมตีโสตประสาทผมทุกๆ ด้าน ราวกับข้าศึกที่ถาโถม ระลอกแล้ว ระลอกเล่า! 

 

           ผมเป็นอะไร?  เสียงภายในถาม  อีกเสียงตอบสวน

 

           ไม่รู้สิ   มันตื้อ!    ........

 

           ความล้ามันแล่นจับหัวไหล่  แขน ขา กระทั่งดวงตาก็สุดจะเบิกกว้างตามปกติได้  มันหรี่ลง จนผมต้อมยอมแพ้ความอ่อนล้านั้น  หลับตาลง แต่นิ้วมือยังคาอยู่ที่แป้น 

 

          ผมปล่อยเวลาอันแสนทรมานนั้นต่อไป นานเท่าใดไม่ทราบ แต่มาสะดุ้งกับเสียงปลุกของลูกศิษย์ 

 

         "อาจารย์ขา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? "  เธอถาม สายตาดูเป็นห่วง

 

         "ครูไม่เป็นอะไรหรอก !  แค่เพลียนิดหน่อย  เธอมีอะไร?"  ผมถาม

 

        "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อยากเอางานมาให้อาจารย์ตรวจและขอคำแนะนำน่ะค่ะ"

 

         ผมขยับตัว หยิบงานมาดู แต่สมองมันไม่ทำงาน  ความขี้เกียจมันจู่โจมหัวใจอีกครั้ง  ผมพลิกงานกลับไปกลับมาหลายรอบ แต่ก็ไม่คิดที่จะตอบอะไร  แวบหนึ่งผมจึงเอ่ยมั่วออกไปว่า  โอ.เค.  ใช้ได้แล้ว  ทั้งๆ ที่ผมนึกอะไรไม่ออก แต่อยากให้เธอกลับไป  เพราะความเกียจคร้าน และอ่อนล้ามันเกาะกุมชะตาผมไว้แน่นเสียแล้ว

  

        เธอกล่าวขอบคุณ ด้วยสายตาดีใจเห็นได้ชัด  เพราะน้อยนักที่ผมจะไม่ติติงงานใคร พอ เธอสาวเท้าออกไปผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก

 

       ผมเหลือบมองบันทึก คลิกไปเรื่อยๆ คนแล้วคนเล่า อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง  ถึงจะอ่านสมองก็ไม่ได้คิดตามอะไร 

 

       ผมอยู่ในห้วงเวลาที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรกว่าครึ่งชั่วโมง  เจ้าความเบื่อมันวิ่งกระโจนเข้ามาในความคิด แล้วบีบบังคับผมให้เลิกยุ่งกับไอ้เจ้าคอมพิวเตอร์นี่เสีย   เร็วเท่านึก!  ผมคลิกปิดเครื่อง แล้วขยับจะลุกขึ้น !  

 

        แต่แล้ว!  ผมก็ต้องชะงัก   เสียงหนึ่งก้องดังในโสตประสาท มันแรงพอที่จะทำให้ผมหยุด   " เปิดเครื่อง!  แล้วทำต่อไป  จะเบื่อ จะล้าอะไร คุณก็มีสิทธิ์  แต่คุณไม่มีสิทธิ์ละทิ้งหน้าที่ ความรับผิดชอบในงานที่คุณทำ  โดยเฉพาะ งานที่คุณรัก   พักได้  แต่อย่าเลิก  อย่ายอมแพ้ให้กับไอ้เจ้าตัวขี้เกียจร้ายกาจพวกนั้น  มันไม่เคยให้คุณแก่ใคร"

 

        ให้ตายเถอะ!  นี่มันอะไร?  เจ้าความรับผิดชอบ  เจ้าตัวหน้าที่  มันกระโดดเข้ามารุมเจ้าตัวขี้เกียจ อ่อนล้า  มันต่อสู้ทำสงครามแย่งชิงผม มันไม่เคยใส่ใจผมเลยว่า จะรู้สึกอย่างไร?  เกลียดตัวเองชะมัด

 

       .....เวลาไม่นาน ที่ผมยืนเซ่อมองเครื่องคอมพิวเตอร์ จะขยับขาออกไป ก็ไม่ขยับ   จะกลับลงนั่งพิมพ์บันทึก ก็หาทำไม่  ความคิดสองขั้วมันต่อสู้กัน  จนกว่า......จะมีฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้!

 

           สุดท้าย.....ฝ่ายความรับผิดชอบก็ควบคุมได้ทั้งหมด  

 

          ผมนั่งลง    

  

         เปิดเครื่อง

 

         ลงมือเขียนบันทึก   แต่......

 

        ขอระบายความรู้สึกเมื่อสักครู่ก่อนนะครับ   สมองต้องรอชาร์ตแบตเตอรี่  อีกสักพักคงเต็มครับ 

 

        > > > > >......................................................