Passion Plan

เมื่อวานได้บันทึกเรื่อง "C&D ตามบริบทของตนเอง" 

และเช้านี้ได้เปิดอ่านพบว่าท่านผอ.ทนัน ภิวงศ์งาม 

P ท่านได้ร่วมแจมอย่างน่าคิดต่อ...ดังนี้ค่ะ

  • เมื่อวานได้มีโอกาสไปร่วมพิธีเปิดการอบรมกลุ่มผู้สนใจการเลี้ยงกบและปลาดุก (เป็นแขกในพิธีเปิด) ก็มีความรู้สึกดี ๆ ครับ
  • เมื่อได้มาอ่านบันทึกนี้ ฉุกคิด เลยหยิบเอากำหนดการอบรมของเขามาดูอีกครั้ง
    เช้าบรรยายโดยวิยากร - ให้ได้ยินกับหู
    บ่ายดูงาน - ให้ได้ดูกับตา
    จบลงเพียงเท่านั้น
  • ขาดไปจริง ๆ ขาดอีกขั้นตอนหนึ่งดังว่า "พัฒนาให้ตรงกับบริบทของตนเอง" โดยปกติเรา(ผู้จัดการความรู้) ปล่อยให้เขา(ผู้เรียนรู้)ไปปรับเปลี่ยนกันเอาเอง ละไว้ในฐานที่เข้าใจ หรือไง? หรือนึกไม่ถึง!!!
  • เราน่าจะจัดเวทีนี้ให้เขานะครับ
  • ได้ยินกับหู - ได้ดูกับตา - ได้พัฒนาให้เหมาะกับบริบท

การแสดงความคิดเห็นข้างบนนี้ทำให้ตนเองนึกถึงการจัดอบรมที่หน่วยงานจัดบ่อยๆ ค่ะบางครั้งก็ให้แค่ทฤษฎี  บางครั้งบวกเชิงปฏิบัติการ  และมีอีกหลายโครงการที่เราอบรมแล้วจบท้ายด้วยการให้ผู้เข้าอบรมได้ทำกิจกรรม "สัญญาใจ ไฟปรารถนา"

สัญญาใจ  ไฟปรารถนา  เป็นการให้ผู้เข้าอบรมได้เขียนแผนว่า...จากสิ่งที่ได้รับรู้ในการอบรมนั้น  แต่ละคนจะนำไปปรับ ปรุง พัฒนา หรือนำไปใช้กับงานและตนอย่างไรบ้าง ซึ่งก็เหมือนที่ตัวเองได้เคยได้ทำกิจกรรมนี้ครั้งแรกที่เข้ารับการอบรมเรื่องการจัดการความรู้เมื่อ ปี 2547 ที่ จ.นครปฐม ที่เป็นกิจกรรมชื่อ Passion Plan

สำหรับตนเองคิดว่า เมื่อได้ยินกับหู - ได้ดูกับตา - ได้พัฒนาให้เหมาะกับบริบท แล้วต้องมีการตามไปดูเพื่อท้าพิสูจน์(ติดตามประเมินผล) ว่าสิ่งที่นำไปทำนั้นผลเป็นอย่างไร เพื่อนำข้อที่ยังไม่สมบูรณ์ไปปรับปรุงคต่อยอดต่อไป ซึ่งคงเป็นการพัฒนาที่เป็นลักษณะลูกโซ่ ( อาจมีหลายโซ่หลายห่วงพ่วงกันไป)เรียนรู้กันตลอดชีวิตค่ะ

ขอขอบคุณท่าน ผอ. ทนัน มากค่ะที่ให้เช้านี้เป็นบรรยากาศที่จุดประกายความคิดดีๆค่ะ