วันที่ 5 พฤษภาคม 2548

รายการธรรมมะกับชีวิต

เปิดสถานี 05.00 .

-          เปิดเพลงเบาๆ(เพลง น้ำค้างบนใบบัว)

ธรรมะคือธรรมประจำจิต                    ธรรรมะพาชีวิตให้แจ่มใส

ธรรมะพาทุกท่านก้าวเกินใคร              ธรรมะพาจิตใจให้เบิกบาน

-          พูดต้อนรับผู้ฟังเปิดรายการ

สวัสดีครับท่านผู้ฟังที่เคารพทุกท่าน พบกันอีกครั้งทางสถานีวิทยุชุมชน Rain Radio  

105.20 MHz ในรายการธรรมมะกับชีวิต กับผม ลูกพระธรรม ตั้งแต่ 05.00 น. เป็นต้นไป วันนี้วันพุธที่ 5  พฤษภาคม พุทธศักราช 2548 ตรงกับวันแรม 12 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา

          ครับในวันนี้ธรรมะที่ผมจะมาคุยกันวันนี้ เป็นเรื่องของการป้องกันการหย่าร้าง ที่ว่า

ตาไม้ หูกระทะ กายผ้าขี้ริ้ว ใจแผ่นดิน

การประคับประคองชีวิตคู่ ของพ่อแม่ให้ลูกดู ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอันดับแรกคือการป้องกันการหย่าร้าง ระหว่างพ่อแม่เองและอันดับสอง คือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ลูกสามารถเลือกคู่ครองเป็นและสามารถประคับประคองครอบครัวให้ตลอดรอดฝั่งเมื่อเขาเติบโตอยู่ในวัยที่มีคู่ครองได้แล้ว
          สำหรับเรื่องนี้ โบราณได้ให้หลักธรรม ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ลดปัญหาการกระทบกระทั่งในชีวิตคู่ และป้องกันปัญหาการหย่าร้างไว้ ๔ คำด้วยกันคือ
๑. ตาเหมือนตาไม้
๒. หูเหมือนหูกระทะ
๓. กายเหมือนผ้าเช็ดเท้า

๔. ใจประดุจแผ่นดิน
          ก่อนที่เราจะมารู้จักกันว่า
ตาไม้ หูกระทะ กายผ้าขี้ริ้ว ใจแผ่นดิน มีความหมายว่าอย่างไรเรามาฟังบทเพลงเพราะๆมีความหมายกันสักหนึ่งบทเพลง (อยากให้เธอสมหวัง)

๑) ที่ว่าตาเหมือนตาไม้

ถ้าพูดเต็มๆ ต้องบอกว่า ตาเหมือนตาไม้ไผ่ ตาไม้ไผ่ ถ้าเราไม่ริดเสีย ปล่อยให้ติดลำไผ่ไว้เป็นแขนงยาวประมาณสักคืบกว่าๆเราเหลือไว้อย่างนี้ตลอดลำไม้ไผ่ ก็ใช้สำหรับเป็นที่เหยียบขึ้นแทนบันไดได้สบายๆซึ่งเรียกว่า "พะอง"ชาวบ้านที่อยู่ในดงต้นตาล จะรู้จักประโยชน์ของพะองดีว่าใช้สามารถเป็นบันไดสำหรับขึ้นต้นตาลสูงๆ ตาเหมือนตาไม้ไผ่ อุปมาข้อนี้หมายถึงว่า นัยน์ตาของเรานั้นอะไรที่ไม่ควรดูก็อย่าไปดูมันเลย เหมือนอย่างตาไม้ไผ่ซึ่งสักแต่ว่าเป็นตาแต่ใช้ตาดูไม่เป็นหรอก
          ปู่ย่าตายายใช้อุปมาเช่นนี้ก็เพื่อจะบอกว่า อะไรที่ไม่ควรดูก็อย่าไปดู
ไม่ควรมองก็อย่าไปมอง อย่าเที่ยวไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านมากนักเดี๋ยวใจจะฟุ้งซ่าน เดี๋ยวจะมีเรื่องร้อนๆ เข้ามาในบ้าน ให้ทำตาเหมือนตาไม้ไผ่โดนเหยียบขึ้น ไปๆ มันก็เฉย ไม่เอาเรื่องกับใคร ใครทำได้อย่างนี้ก็เป็นการลดการกระทบกระทั่งทางตาเป็นการพาให้ใจสงบในชั้นที่ ๑

๒) ที่ว่าหูเหมือนหูกระทะ

ก็คือ หูกระทะไม่ได้มีไว้ฟัง แต่มีไว้สำหรับหิ้วหรือแขวนตัวกระทะ ปู่ย่าตายายใช้อุปมานี้ เพื่อหมายถึงว่า เรื่องอะไรไม่สมควรไปฟังก็อย่าไปฟัง ไม่อย่างนั้นเขาว่าเราไปฟังเอง ฟังแล้วโกรธทำไมเล่าก็ทำหูเป็นหูกระทะเสียก็หมดเรื่อง เขาอยากด่า ด่าได้ก็ด่าไป คำด่าถ้าเราไม่ไปรับไว้ก็คืนเข้าตัวเขาเองนั่นแหละ
          ปู่ย่าตายายมักเตือนหลายบ่อย ๆ ว่า คนเราถูกด่าแล้วพอฝึกใจถึงจุดหนึ่งก็เลยไม่โกรธ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเก่ง ที่เก่งกว่านั้นยังมีคือชมแล้วไม่ยิ้ม ใครชมแล้วไม่ยิ้ม คนนี้ละเก่งจริงๆเพราะคนเราทั่วไปพอได้รับคำชมแล้วยิ้ม โดยเฉพาะฝ่ายหญิงลูกถึงได้เต็มบ้านหลานถึงได้เต็มเมือง ไปได้ยินคำชมว่า น้องจ๊ะ น้องจ๋า สวยจริงๆเลย ก็เลยไปเลี้ยงลูกกันเป็นพรวน ถ้าชมแล้วยังเฉยเสียได้ ก็สบายป่านนี้ก็ไม่ต้องปวดหัวเรื่องนอกใจอะไรทั่งนั้นเพราะฉะนั้น ใครทำหูเหมือนหูกระทะได้ก็เป็นการลดการกระทบกระทั่งทางหู พาให้ใจสงบสุขได้เป็นชั้นที่ ๒

(เพลง ชีวิตใหม่)

๓) ที่ว่ากายเหมือนผ้าเช็ดเท้า

ก็คือธรรมดาผ้าเช็ดเท้า เวลาใครเอาเท้าสกปรกๆมาเช็ด มันเคยบ่นไหม ไม่เห็นมันบ่นเลย ไม่มีผ้าเช็ดเท้าบ้านไหนบ่นได้ปู่ย่าตายายใช้อุปมานี้ ท่านตั้งใจจะเตือนว่าคนเราจะทำงานอะไรก็ทำให้เต็มกำลังลงไป เป็นคนไม่ถือเนื้อถือตัวไม่เลือกงานกันแหละ ขอให้งานนั้นเป็นงานอาชีพ สุจริตก็ทำเข้าไป
         คุณยายของผู้เขียน ท่านพูดเสมอๆ ว่า ตั้งแต่เป็นเด็กมาแล้ว
ถ้ามันถึงคราวจะต้องไปรับจ้างเขาเทกระโถนล้างกระโถนก็เอาเพราะมันเป็นอาชีพบริสุทธิ์ แต่จะให้ไปลักขโมยใครเขา หัวเด็ดตีนขาดยายไม่ยอมทำจะทำกายอย่างกับผ้าเช็ดเท้า ใครจะโขกจะสับอย่างไรก็ยอมละ เพื่อให้ได้อาชีพที่สุจริตแต่จะให้ไปโกงไปกินเขา เพื่อจะได้แต่งตัวสวยๆ ไม่เอาเด็ดขาดเพราะฉะนั้น ใครทำกายเหมือนผ้าเช็ดเท้าได้ ก็เป็นการลดการกระทบกระทั่งทางกาย พาให้ใจสงบสุขได้เป็นชั้นที่ ๓

๔) ที่ว่าใจประดุจแผ่นดิน

            ก็คือใจของคนเราส่วนใหญ่ไม่เหมือนแผ่นดินแต่เหมือนขี้ผึ้งลนไฟ มันอ่อนปวกเปียกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยตรัสเรื่องใจ เหมือนแผ่นดินกับพระราหุลว่าแผ่นดินนี้ ใครเอาน้ำหอมไปรดไปราดมันมันดีใจไหม ไม่ดีใจมันก็เฉยๆเอาของเหม็นไปรดไปราด มันทุกข์ใจไหม มันก็เฉยๆราหุล...เธอทำใจให้ได้อย่างนั้นแหละ ใครมาทำอะไรเธอก็อย่าไปเอาเรื่องเอาราวกับเขา ตั้งใจปฏิบัติธรรมของเธอไปแล้วเธอจะหมดกิเลสได้เร็วถ้าทำใจเหมือนแผ่นดินได้อย่างนี้ธรรมะต่างๆที่จะงอกงามขึ้นมาในใจก็อยู่แค่เอื้อม แต่เพราะคนเราใจไม่หนักแน่น เขาด่าเขาว่าเข้าหน่อย เจ็บใจ ทั้งๆ ที่มันก็แค่ลมมากระทบหูพัดลมเป่ายังแรงกว่านั้นอีก ลมปากเป่าเบาๆ หน่อยเดียว อุ๊ย! เจ็บใจถ้าอย่างนี้ก็คงมีเรื่องเจ็บช้ำน้ำใจไปตลอดชาติเพราะฉะนั้น ใครทำใจเหมือนหนักแน่นแผ่นดินได้ก็จะเป็นฐานรองรับคุณธรรมความดีต่างๆ ให้งอกงามในจิตใจอย่างสูงส่งยิ่งขึ้นไปพาให้ใจสงบสุขได้เป็นชั้นที่ ๔ และจะส่งต่อให้ใจสงบสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

ครอบครัวใดก็ตาม ที่ทั้งสามีภรรยาหรือพ่อแม่ลูกต่างก็ถือหลักร่วมกันอย่างนี้ การกระทบกระทั่งก็จะไม่เกิดแล้วต่างคนก็จะมีจิตใจที่สูงขึ้นไปแล้วถ้าทำได้กันอย่างนี้ทุกครอบครัวในประเทศไทย ปัญหาการหย่าร้างก็จะลดลง

สำหรับวันนี้เราก็มาถึงช่วงสุดท้ายของรายการ ก่อนจบรายการขอฝากพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า

อนฺธตมํ ตทาโหติ     ยํ โกโธ สหเตนรํ
ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใดความมืดมนย่อมมีขึ้นเมื่อนั้น