บางคน เมื่อจะบวชลูกหลาน ก็ไปซื้อบริขาร เช่น ผ้าไตรจีวร เป็นต้น จากพระ-เณร ซึ่งตามสำนวนไทยๆ (ปักษ์ใต้) เรียกกันว่า การทอน ... ส่วนตามภาษาวินัยจะเรียกกันว่า ผาติกรรม ... สำหรับชาวบ้านทั่วไปก็คือ การซื้อขาย นั่นเอง....
วันนี้... ปิยมิตรของผู้เขียนท่านหนึ่งปรารภเรื่องนี้ขึ้นมา ผู้เขียนก็รับปากว่าจะกลับมาเขียนเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นประเด็นที่สำคัญเช่นเดียวกัน... ซึ่งผู้ใกล้ชิดวัดบางคนก็เข้าใจ สามารถทำได้ถูกต้องเหมาะสม... บางคนอาจไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ก็ไม่ว่ากัน... แต่บางคนก็แกล้งไม่เข้าใจ และก็ทำไปเพราะความโลภ...
ตัวอย่างเช่น ผ้าไตรจีวรชุดหนึ่ง ปัจจุบันราคาประมาณ ๑ พันบาท (เนื้อผ้าพอใช้ได้ ไม่ดีหรือเลวเกินไป)... บางคนรู้ว่า ราคาประมาณนี้แหละ แต่มาทอนจากพระ บอกว่าจะได้ปัจจัยช่วยทำบุญด้วย แต่แกล้งใส่ซองให้ ๒-๓ ร้อยบาท...
ปิยมิตรของผู้เขียนเล่าว่า เมื่อก่อนนี้ เจ้าภาพที่จะบวชลูกหลานบางคนก็บอกว่า ให้ช่วยจัดหาเครื่องบวช บางครั้งหรือบางอย่างที่วัดไม่มี ก็ต้องไปหาซื้อตามร้าน หมดปัจจัยไปพันสองพัน แต่โยมใส่ซองให้ห้าร้อยบ้าง พันหนึ่งบ้าง ... จะพูดก็เรื่องมาก จึงปล่อยเลยตามเลย ตอนหลังก็บอกว่าให้ไปหาที่ร้านสะดวกกว่า... ประมาณนี้
มิใช่เฉพาะไตรจีวรหรืกรณีงานบวชเท่านั้น... สิ่งอื่นๆ หรือกรณีอื่นๆ ก็มีมากมาย ซึ่งพวกที่หากินตามงานศพ หากินอยู่ในวัดนั่นแหละตัวดี... บางครั้งมีงานศพ เจ้าภาพมีกำลังและมีศรัทธาที่จะทำบุญใหญ่ ก็ให้พวกพิธีกรงานศพไปจัดหามา พวกนี้ก็ไปทอนมาจากพระ-เณร ราคาถูกๆ แล้วก็ไปตั้งราคากับเจ้าภาพราคาแพงๆ....
.........
พระ-เณร ก็เหมือนกับชาวบ้านนั้นแหละ บางรูปก็ฉลาดแกมโกง เช่น พระใหม่บางรูปบวชไม่นาน สามวันเจ็ดวัน หรือสิบห้าวันแล้วก็ลาสิกขา (สึก) ไป... ทิดสึกใหม่เหล่านี้ก็ถวายจีวรที่ใช้แล้วเหล่านี้ให้พระบางรูปในวัด... พระบางรูปก็นำจีวรเหล่านี้มาซักรีด พับตามรูปแบบ แล้วก็ห่อกระดาษอย่างดี.... เมื่อมีใครมาทอน (ซื้อ) ก็ให้ไป โดยตั้งราคาว่า แปดร้อย ! นี้ถ้าสูไปซื้อที่ร้านพันสอง ฉานเอ็นดู คิดถูกๆ เอาบุญ ... ประมาณนี้
ปิยมิตรของผู้เขียนเล่าว่า ท่านได้บอกบรรดาญาติๆ ของท่านว่า ถ้าจะทอนของจากวัดหรือจากพระ-เณรก็ให้คิดราคาตามตลาด อย่าทอนถูกๆ ไม่ได้บุญ... ประมาณนั้น
นมัสการพระอาจารย์
เคยมีพระที่ท่านรู้จักเคารพนับถือกันกับญาติผู้ใหญ่ที่บ้าน เมื่อท่านทราบว่าญาติที่บ้านเสียชีวิตท่านก็ได้เมตตาให้ลูกศิษย์นำสบงจีวรมา5-6ชุด บอกว่าที่กุฏิท่านมีเยอะแล้ว และตั้งใจที่จะแบ่งมาให้เพื่อช่วยร่วมทำบุญงานศพให้กับโยม...เรารู้สึกเกรงใจและไม่กล้ารับไว้เฉยๆก็เลยถวายเงินไปพันกว่าบาทหรือสองพันก็ไม่แน่ใจ.... คำถามที่สงสัยก็คือจัดเข้าข่ายเป็นผาติกรรม หรือเปล่าคะ
seangja
ท่านก็คงต้องการจะทำบุญ.... อาตมาก็เคยทำอย่างนี้
ส่วนกรณีที่เราถวายปัจจัยท่านไปนั้น เราก็ต้องการทำบุญเหมือนกัน น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ ก็มีเหมือนกันสำหรับบางรูป ที่เล็งเห็นว่า ถ้าเอาผ้าสบงจีวรไปทำบุญงานนี้ เจ้าภาพต้องให้ปัจจัยกลับมาแน่นอน... ถ้าเล็งเห็นว่า น่าจะไม่ได้ปัจจัยกลับมา ก็จะไม่ให้ไปก่อน.... (บางครั้งเล็งผิด ก็เที่ยวมาบ่นพึมพำ)
ส่วน ผาติกรรม มุ่งการแลกเปลี่ยนเพื่อความเป็นอยู่ มากกว่าการซื้อขายเพื่อแสวงหาลาภผลกำไร....
เมื่อว่าตามธรรม... ก็ต้องพิจารณาว่าประกอบด้วยธรรมหรือไม่ ซึ่งถ้าอาตมาสนิทคุ้นเคยก็อาจประเมินได้ตามความเห็นส่วนตัว...
เจริญพร
สาธุครับ
ธนพันธ์ ชูบุญ
เจริญพร
การแลกเปลี่ยน ต้องแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นธรรมไม่ว่าจะใช้คำพูดอย่างไรเรื่องการทอนของที่เห็นจะมี ทอนของวัด (ของสงฆ์) และ ของบุคคล (ภิกษุ สามเณร) ถ้าเป็นของวัด ก็จะทำแบบผาติกรรม คือหาของที่ราคาประมาณกันมาแลกเปลี่ยน ซึ่งทางวัดคงจะตีราคาบอกไม่ได้ โยมจะเป็นผู้ประเมินและนำสิ่งของที่ราคาประมาณกัน ขาดเหลือก็ไม่น่าจะเกินครึ่งมาแลกเปลี่ยน ปัจจุบันจะใช้ธนบัตรรัฐบาล มาแลกเปลี่ยน สำหรับสงฆ์เป็นผาติกรรม ส่วนของบุคคลตามพระวินัยแล้วทำไม่ได้ เพราะไม่มีผาติกรรมสำหรับบุคคล ของส่วนตัวภิกษุและสามเณรท่านว่าจะแจกหรือสละให้แก่คฤหัสถ์ได้ แต่ต้องระวังอย่าทำสัทธาเทยยของชาวบ้านให้ตกไป และระวังในเรื่องการประจบประแจงคฤหัสถ์ ที่เรียกว่า กุลทูสกะ ดังนั้น
ภิกษุ ซ้ือขายด้วยรูปิยะ ต้องนิสสัคคียปาจิตตีย์
ภิกษุแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคฤหัสถ์ต้อง นิสสัคคีย ปาจิตตีย์
โย ปน ภิกฺขุ นาัปฺปการกํ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.
โย ปน ภิกฺขุ นาัปฺปการกํ กยวิกฺกยํํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.
ส่วนที่ว่าทอนของวัดดีกว่าได้ทำบุญนั่น บุญที่หมายถึงทานหละก็ไม่ใช่แน่ เพราะเป็นการแลกเปลี่ยน ถ้าจะเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า ทอนของวัดดีกว่าถูกกว่าของที่ร้านอันนี้ฟังได้ บางครั้งทอน (ผาติกรรมเพื่อกำไรก็มี) เช่นที่วัดรื้อกุฏิไม้ แล้วมาทำผาติกรรมไม้นั้นไป ถ้าเป็นไม้ที่ใช้การไม่ได้ เอาอะไรมาแลกเปลี่ยนก็ดีึครับ แต่ไม้ที่ใช้การได้แถมแพงชะด้วย แล้วเอาของราไม่ถึงครึ่งมาแลกเปลี่ยน เช่นราคาไม้ 1,000 แต่ผาติกรรมไป 1,000 อันนี้รู้นะว่าคิดอะไร
แก้คำผิด
เช่นราคาไม้ 10,000 แต่ผาติกรรมไป 1,000
พระมหาสุพจน์ สิทฺธิญาโณ
ตยา วุตฺตวจนํ สาธุ โหติ คำอันท่านกล่าวแล้ว ย่อมเป็นคำยังประโยชน์ให้สำเร็จ
อามันตา
ท่านมหา พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ให้ปฏิบัติต่อสตรี ทั้งหมดตามที่ปรากกในพระไตรปิฏก จริงหรือ
น้าหลวง
จริงหรือไม่จริง อาตมาก็เกิดไม่ทัน แต่มีปรากฎอยู่ในพระไตรปิฏก ถ้าน้าหลวงต้องการอ่านก็ คลิกข้างล่างได้เลย...
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?B=10&A=3333&w=%C1%D2%B5%D8%A4%D2%C1
เจริญพร
มาอีกแล้วครับท่านอาจารย์….ขอความคิดเห็นอาจารย์ว่า..พระทำวัตถุมงคลขายจะผิดวินัยไหมครับ…เพราะจะบอกว่าให้ทอนหรือก็ไม่น่าจะใช่..เพราะตั้งราคาไว้เสร็จสรรพ(สันดานเดิมเริ่มมาอีกแล้วอย่าว่ากันนะท่านอาจารย์)…
อนวหยบุรุษ
เจริญพร
อันนี้ผมขอความคิดเห็นส่วนตัวท่านอาจารย์ส่วนผมนะไม่เห็นด้วยอยู่แล้วแต่ผมเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง….เอาไว้ดูพุทธศิลป์แต่ละสมัย..ผมว่าบ่งบอกถึงสมัยนั้นๆได้เหมือนกันนะขอรับ…
อนวหยบุรุษ
เจริญพร
หลวงพี่คะ การถวายบุหรี่แก่พระปาบไหมคะ…และพระสูบบุหรี่ปาบไหมคะสงสัยมานานแล้ว
ตุ๊ดตู๋
๋
บุหรี่ ยังไม่เจอบัญญัติไว้ในพระวินัยโดยตรง..
แต่ เมื่อพิจารณา มหาปเทส (ดู ที่นี้_ ) ถ้าคิดว่า บุหรี่ ไม่ควร เพราะจัดเป็นของมึนเมา ก็อาจ ไม่ควร ได้ เช่นเดียวกัน... (ดู สุรา เมรัย มัชชะ ประกอบ)
ส่วนว่าเป็น บาป หรือไม่ ? (บาป เขียนอย่างนี้ในภาษาไทย บาลีเดิมเขียน ปาปะ ) ก็อาจจัดเป็นบาปได้ เพราะเข้ากับศีลข้อ ๕
แต่ ถ้าพิจารณาตามนัยอื่นๆ ในสังคมไทยมีธรรมเนียมโบราณว่า หมากพลู บุหรี่ จัดถวายพระ ... เพิ่งมาต่อต้าน เรื่องนี้เมื่อประมาณยี่สิบปีมานี้เอง...
...........
อาตมาไม่สูบบุหรี่ แต่ สูบยาเส้นกับใบจาก หรือเรียกกันตามสำนวนว่า ท้ายปิด เพราะเวลาห่อหรือม้วน จะต้องปิดที่ด้านก้นหรือด้านท้ายของใบจาก...
คำว่า พระดี หรือ พระไม่ดี เพียงแต่เอาบุหรี่เป็นตัวชี้วัดเท่านั้น คงจะด่วนสรุปเกินไป...
ปิยมิตรของอาตมาที่สูบบุหรี่ก็หลายรูป ซึ่งอาตมาก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นพระที่ดี... แต่ก็มีบางรูป แม้จะไม่สูบบุหรี่ แต่อาตมาก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นพระที่เหลวไหล ไม่ค่อยจะดีนัก... ประมาณนี้
เจริญพร
คำว่า พระดี หรือ พระไม่ดี เพียงแต่เอาบุหรี่เป็นตัวชี้วัดเท่านั้น คงจะด่วนสรุปเกินไป...ตอบได้กินใจมากขอรับ...ขอคารวะหนึ่งจอก..ข้าน้อยเลิกสูบก่อนบวช 3 วันนี้ก็14 ปีแล้ว...จะพูดว่าผิดวินัยเสียที่เดียวก็ไม่ใช่....ประเด็นนี้ถ้าจะให้ข้าน้อยวินิจฉัยควรจะใช้ว่า....น วฏฺฏติ....มากกว่า...แต่ถ้าจะดูดจริงๆควรรู้จักกาลเทสะ....แต่ถ้าเลิกได้ก็เป็นการดีมาก..แต่การสูบก็มีข้อดีนะ...
ข้อดี!! ของการสูบบุหรี่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">1.ขโมยไม่กล้าขึ้นบ้านเพราะคนสูบบุหรี่จะไออยู่ตลอดเวลา ขโมยคิดว่า เจ้าของบ้านยังไม่นอน
2.หมาไม่กล้ากัด เพราะคนสูบบุหรี่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องอาศัยไม่เท้าคอยพยุงตัวอยู่ตลอดเวลา หมากลัวไม้เท้าจึงไม่กล้าเข้าใกล้
3.ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะแก่ เพราะคนที่สูบบุหรี่มักจะตายก่อนแก่
4. ประหยัดในการซื้อน้ำหอม เพราะคุณจะมีกลิ่นตัวที่หอม ซึ่งเป็นกลิ่นที่คุณชอบติดตลอดเวลา
5. คุณจะได้เทรนด์สีของฟันใหม่ เป็นสีเทา-ควันบุหรี่ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม
6. นิ้วคุณจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากคีบบุหรี่เป็นประจำ จนทำให้นิ้วด้าน (นิ้วกลาง-ชี้)
7. บ้านคุณจะปลอดภัยจากการคุกคามของยุง ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อเชลส์ท๊อก
8. เมื่อถึงระยะสุดท้ายของชีวิต คุณจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ เพราะจะไม่มีใครเข้ามายุ่งกับคุณเลย แม้แต่ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงก็ตาม คุณจะเป็นคนที่สังคมรังเกลียด เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชอบสันโดษ หรือมีโลกส่วนตัว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ใช่แล้วพระดีหรือไม่อยู่ที่จริยวัตรของท่านจะเห็นเพียงการดูดบุหรี่แล้วว่าพระไม่ดีด่วนสรุปเกินไป...</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เช่นกันการจะดูสันดานคนมิใช่เพียงแค่ความคิดเห็นที่แทงใจดำตัวเองเท่านั้นก็ด่วนสรุปเกินไป...ว่าไหมท่านอาจารย์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">6-1.. 7-2.. 8-3.. 9-4... 4+1.. 3+2..</p><p> </p>
อนวหยบุรุษ
เจริญพร
น วฏฺฏติ”“คืออะไรคะหลวงพี่ไม่เข้าใจ…ข้อดีของการสูบบุหรี่กี่มีเหมือนกันนะ..แต่หนูไม่เอาดีกว่าค่ะ…
ตุ๊ดตู๋
เจริญพร
ท่านมหาลองวินิฉัยหน่อยสิว่า พระจำพรรษาไม่ถึง 5 รูป จะรับผ้ากฐินได้ใหม….