ความเพียร ๔ อย่างที่เคยอ่านมาคือ ๑) พยายาม (พากเพียร) อย่าให้ความชั่วเกิดขึ้นในสันดาน ๒) พยายามละความชั่วที่เกิดขึ้นแล้ว ๓) พยายามให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน ๔) พยายามรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม
วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปใต้ เป้าหมายคืองานบำเพ็ญกุศลศพ งานแรกที่ไปคือ ปากน้ำชุมพร (สายเก่า) มีแขกไปในงานเยอะมาก คืนนั้น มีพระเทศน์ ๑ กัณฑ์ พระสวดสหัสสนัย ๘ รูป เครื่องไทยทานก็จัดไว้เป็นอย่างดี กัณฑ์เทศน์ คือจีวรหนึ่งไตร ไวตามิลคือเครื่องดื่มถวายพระ หลังจากพระให้พรเสร็จ พิธีกร (ทราบว่าเป็นกำนัน) กล่าวคำลาพระรัตนตรัย จากนั้นเชิญเจ้าภาพใหญ่คือลูกชายมากล่าวอะไรบางอย่างกับแขก (เจ้าภาพใหญ่คืออาจารย์ที่เคยสอบ..อบรม..ว่ากล่าว..ตักเตือน..ชี้โทษ..แนะนำประโยชน์ มาเป็นเวลา ๖ ปี ก่อนไปเรียนต่อ ป.ตรี) สิ่งหนึ่งน่าสนใจเพิ่มเข้ามาคือ การบอกให้น้องๆ ออกมายืนด้วยกันเพื่อแนะนำให้แขกรู้จัก (คำหนึ่งที่เรียกเสียงฮาคือ "ผมไม่อยากได้หน้าคนเดียว") และทำการขอบคุณแขกทุกท่าน ในความรู้สึกผม ผมรู้สึกประทับใจงานนี้ทีเดียว เสร็จสิ้นภารกิจ ทุกคนต่างเก็บเก้าอี้ และแยกย้ายกลับบ้านกัน...โรงพิธีที่ผมมองเห็น โอ่อ่า สวยงาม ทราบว่ามีคนมาช่วยทั้งหมด ส่วนโต๊ะหมู่ ชุดทองน้อย เก้าอี้ไม้ทั้งที่ฝังมุขและไม่ฝัง ดูมีราคาทีเดียว และอื่นๆ อีกที่เป็นของในพิธี เจ้าภาพใหญ่ประกาศเลยว่า ซื้อมาเพื่องานนี้และเสร็จงานจะถวายวัดทั้งหมด
หลังจากไปไหว้อาจารย์ (ผมต้องวงเล็บเป็นประจำว่า อาจารย์คนนี้เหนือกว่าคำว่าอาจารย์และครู แต่ไม่ใช่พ่อและแม่ หรืออาจจะดีกว่าพ่อและแม่ของหลายๆครอบครัว) ที่ผมเคารพ ผมจึงรีบไปอีกงานหนึ่งแต่ไปไม่ทันพระสวด ผมเดินเข้าไปในงาน มีวงไพ่ ไฮโล น้ำเต้าปูปลา เรียกว่าคนเต็มงานเหมือนกัน ผมเดินไปดูที่นั้นที ที่นี้ที หลังจากได้ความคิดจำนวนหนึ่งจากการสังเกต ผมไปหิวน้ำจึงไปซื้อน้ำเป๊ปซี่ ๑ กระป๋อง ราคา ๒๐ บาท (โอ๊ะโอ๋) จากนั้นจึงกลับบ้าน
คืนต่อมา ผมคิดว่าผมจะไปงานไหนดี ผมตัดสินใจไปงานเดิม คือปากน้ำชุมพรสายเก่า โดยผมคิดว่า งานนั้นคืองานบำเพ็ญกุศลศพที่แท้จริง อย่างน้อยผมได้เห็น "อภิชาตบุตร" หรือไม่ก็ "อนุชาตบุตร" อย่างที่ผมคิดไว้ตั้งแต่ผมทราบว่า แม่ของอาจารย์เสียชีวิต
อย่างน้อยงานนี้มีงานหนึ่งที่เป็นไปเพื่อการสร้างกุศล และงานหนึ่งเป็นไปเพื่อการสร้างอกุศล
หมายเหตุ : "ไม่ทำอย่างที่ว่าอย่ามาเรียกว่าอาจารย์" พุทธทาส ภิกฺขุ