เพชรแท้แห่งไม้เรียง (ประยงค์ รณรงค์) ตอนที่ 4

อ้อ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
.........ศูนย์ศึกษาพัฒนาตำบลไม้เรียง.....
     ปี พ.ศ. 2539 ไม้เรียงมีหนี้ 100 ล้านบาท ต้องเตรียมตัวสำหรับอนาคตอย่างไร ไม่ให้หนี้เพิ่มมากกว่านี้ ลุงยงค์จึงนำความรู้เคลื่อนเข้าสู่จังหวัด และก้าวขึ้นสู่ผู้นำระดับประเทศ นำความรู้สู่จังหวัดอื่นๆ
     ลุงยงค์ใช้การวิเคราะห์สภาพปัญหาแบบใหม่ จากเดิมจะมีแต่ คิดว่า คาดว่า สงสัยว่า ทำให้ทำงานไม่สำเร็จ เปลี่ยนเป็นการทำรายละเอียดออกมา ใช้ข้อมูลของทางราชการ พัฒนาชุมชน เกษตร กศน. แต่ก็พบว่าข้อมูลเรื่องเดียวกันแต่ไม่เหมือนกัน ไม่ตรงกัน เลยชวนไปทำข้อมูลร่วมกันใหม่ เป็นการเรียนรู้ของชาวบ้านระดับหนึ่ง  อบรมครั้งละวัน กลับไปทดลองทำ กลับมาวิเคราะห์ใหม่อีก ปรับวิธีการใหม่อีก ทุกคนเข้าใจตรงกัน เห็นแนวทางในอนาคต เห็นแนวทางที่จะพัฒนาร่วมกัน ไม่ใช่แค่แก้ปัญหา แต่เป็นทั้งการป้องกัน พัฒนา และแก้ไข เป็นเรื่องสนุก น่าทำ และเป็นการสร้างผู้นำ 40 คนด้วย หมู่บ้านละ 5 คน ชวนไปอบรม ศึกษาดูงานหลายที่ อยากเรียนรู้อะไรก็พาไป ตอนอยู่บนรถก็ให้ทุกคนมาวิจารณ์กัน ว่าอะไรที่จะนำไปใช้ ประทับใจอะไร วิจารณ์กันเละเลย  ให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ทำให้ได้ตัวอย่างจากพื้นที่อื่นมาพัฒนาอีกเยอะ
     "....ผมให้เขาได้ดูแลตัวเอง แม้จะตั้งใจจริงแต่ก็ต้องระวังไม่ให้ครอบครัวเดือดร้อน ให้ระวังเรื่องชู้สาว เรื่องการเงิน ถ้าไม่ระวังตัวก็เป็นหนทางแห่งความเสื่อม ผู้นำต้องรู้มากกว่าชาวบ้าน สามารถตอบคำถาม หรือหาคำตอบได้ ถ่ายทอดได้ เราไม่สามารถเอาครอบครัวทุกคนมาอบรมได้ แต่เราเอาแกนนำมาแล้วถ่ายทอด เราพบว่าทำแบบนี้หลายๆ เรื่อง มาพัฒนาได้...."
     การสร้างแกนนำแม่บ้าน คิดเป็นเงินแล้วก็หลายล้าน ตอนนี้ไม้เรียงมีรูปธรรมการทำผลิตภัณฑ์ เพียงแต่ยังไม่ทำธุรกิจ ทำเพื่อสนองความต้องการของคนขี้เกียจ เน้นของที่มีอยู่ในชุมชน และใช้ภูมิปัญญาภูมิบ้าน เช่น เอาขี้เถ้ามาเป็นน้ำด่าง กลุ่มแม่บ้านรับฝึกให้ฟรี แต่ถ้าฝึกแล้ว เอาผลที่ฝึกแบ่งกันไปจะต้องจ่ายค่าวัตถุดิบ เช่น เอาแชมพูกลับบ้าน  แต่ถ้าไม่เอาแม่บ้านก็จะเอาไปบรรจุใส่ขวดขายต่อ ไม่ต้องเสียค่าแรงจ้างคนทำ เราทำวิสาหกิจชุมชน ทดแทนการนำเข้า และเพื่อจัดการทรัพยากร และจัดการบริการอื่น ๆ เช่น แพทย์แผนไทย การเลี้ยงไก่พื้นเมืองเราก็มีอุปกรณ์ให้ฝึก ฝึกแล้วเอาลูกไก่ไปเลี้ยง ถ้าขายไม่ได้ หรือราคาไม่ดีเอามารวมกันขาย และยังมีหน่วยบริการผลิตลูกไก่ขาย มีตู้ฟักไข่ และเอาไปเลี้ยงต้องทำบันทึกระเอียดยิบ 22 สัปดาห์ เอาข้อมูลกลับมาดูกัน ดูต้นทุนการผลติ การขาย เรารับประกันการตลาดด้วย คนที่ทำราคาดีกว่าท้องตลาด จึงจะรับเข้ากลุ่ม เราคำนวณแล้วว่าคนในไม้เรียงกินไก่เดือนละกี่ตัว เราขอส่วนแบ่งการตลาดแค่ 30%
     ศูนย์เรียนรู้ มีคนรับผิดชอบแต่ละเรื่อง โดยใช้วิธีการคัดเลือก 5 คน ไม่ให้เค้ารู้ตัว ไปถามในหมู่บ้าน ถามชาวบ้าน ว่ามีปัญหาปรึกษาใคร ใครที่ชาวบ้านเชื่อ อยู่ในศีลในธรรม แล้วก็ไปคุยกับเค้า ถ้าเค้าไม่เล่นด้วยก็ไม่เอา แต่ส่วนใหญ่แล้วคนพวกนี้ไม่ปฏิเสธ
     ผู้นำแถวสอง ก็มอบหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ให้ได้ แต่ก็ไม่ให้เค้าเดือดร้อน มีใจ มีความรู้ความสามารถ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง  แล้วเลือกใช้ตามจุดเด่นของเค้า หาวิทยากรมาฝึกเค้า ต้องมีคุณธรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย แต่ก็ต้องคอยเตือนกันบ้าง
     "....บางทีเราก็มองคนผิดไป เราไปหาที่ตำบลอื่น เรานึกว่าดี สักระยะเอางานพัฒนาเป็นอาชีพมั่วเลย เอา(คน)ดีมาก่อน เก่งเราพัฒนาได้ ต้องพัฒนาให้เค้ารู้มากกว่าคนอื่นๆ..."
     มีการประชุมสภาชุมชนไม้เรียงทุกเดือน ตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 แต่ก่อนเป็นคณะทำงาน แผนแม่บท หน้าที่หลักของสภาคือเป็นพี่เลี้ยงกิจกรรมของหมู่บ้าน ทำให้เกิดการช่วยเหลือข้ามหมู่บ้านได้ ทำให้ลดความขัดแย้งในหมู่บ้านได้มาก เพราะมีการเลือกตั้งบ่อยทั้งผญบ. อบต. สส.ทำให้คนทะเลาะกัน พวกนั้นเสวยสุขไปแล้ว พวกเรายังทะเลาะกันไม่เลิก เราก็ใช้สภาผู้นำประสานความร่วมมือ สภาอบต.ก็เป็นสมาชิกจากสภาผู้นำ และทำงานร่วมกัน แผนของอบต.ก็เอาแนวทางจากสภาไม้เรียงไปใช้
     ที่ลุงยงค์ไม่เป็นกำนัน อบต. เพราะ ถ้าเป็น ก็อยู่แค่นั้นแหละ ไปทำอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าเป็นชาวบ้านอาจด่าว่าหน้าที่อยู่ตรงโน้นมายุ่งตรงนี้ทำไม เป็นคนธรรมดาอิสระ ทำได้ทุกเรื่อง
     ปัจจัยหลักที่มีส่วนการพัฒนาไม้เรียง โดยลุงยงค์เป็นหลัก แถวสอง 5 คน สร้างเพิ่มอีก 40 คน มีศูนย์เรียนรู้ ศูนย์ใหญ่เป็นสภา และมีศูนย์ย่อยที่ให้ความรู้ มีของจริงให้ทำ ตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาของไม้เรียง ศูนย์เรียนรู้ในหมู่บ้าน สมาชิกจะมาจากหมู่บ้านอื่นก็ได้ มาใช้ร่วมกัน การเห็นอดีตที่ผ่านมา วิเคราะห์ดู ปัญหาเกิดจากอะไรบ้าง การทำคอกล้อมให้รู้ปัญหา และเราไม่กลับเข้าไปหาปัญหานั้นอีก บางเรื่องเค้าไม่อยากรู้เราก็ไม่ควรยัดเยียดให้เค้า แต่บางอย่างที่จำเป็นเราก็สอดแทรกไป เช่น บัญชีรายรับรายจ่าย สโลแกนไม้เรียง "ถ้าคุณอยากรู้ คุณต้องได้รู้"
     "....เคยมีคนมาท้า เราก็รับคำท้า อยากได้ปริญญาที่ได้กระดาษ ผมเอาหลักสูตรรามคำแหงมาลง แล้วให้เค้ามอบปริญญาบัตรให้ ติดดาวเทียม มีทีวี ปี พ.ศ. 2546 เปิดเรียน มีกำนัน อบต. มาเรียน มีอยู่ 2 คน ไม่จบม.6 ก็เรียนกศน. ไปด้วยเลย เค้าคาดว่าจะให้จบพร้อมกันทั้งม.6 และปริญญาตรีพร้อมกัน ชุมชนได้ประโยชน์พัฒนาตัวเอง และผมให้เค้าทำวิจัยช่วยชาวบ้านตลอดเวลา เช่น ประวัติศาสตร์ชุมชน/รากเหง้าชุมชน แต่ผมเก็บเงียบไว้(ผลงานวิจัย) เพราะเค้าแนะนำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ผมไม่อยากให้เกิด แต่เดี๋ยวจะทำบทคัดย่อให้ประมาณร้อยหน้า..."
".....พันธมิตรก็มีประโยชน์ ให้เค้าได้ผลงาน และเค้าก็ช่วยเราได้....."
ที่มา : ต้นฉบับหนังสือเพชรแท้แห่งไม้เรียง จัดทำโดยมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร กิจกรรมอบรมพัฒนาผู้นำ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2549
ตอนที่ 1   ตอนที่ 2   ตอนที่ 3
อ้อม สคส.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน play & play



ความเห็น (0)