ตัวชี้วัด ดี ชั่ว บุญ บาป

วันนี้เสียงโทรศัพท์ดังแต่เช้ามาปลุกให้ตื่น กดรับเป็นเสียงสตรีนางหนึ่งที่คอยดูแลพ่ออย่างใกล้ชิดช่วงท้ายชีวิตจนกระทั้งสิ้นลมไป แรกของการพูดก็เป็นการต่อว่า แม่บ่นถึงเห็นนานแล้วไม่โทรมา  โทรแล้วมันไม่มีสัญญาณตอบรับ ให้แต่ฝากข้อความ (เป็นบ่อยครั้งมาก) แล้วพี่สาวก็ถามว่า สาทเดือนสิบจะกลับบ้านป่าว / ไม่ได้กลับจะไปงานแต่งเพื่อน มีอะไรเหรอ / อยากให้ซื้อเสื้อผ้ากางเกงขายาวมาถวายพระ / ทำไมต้องเป็นกางเกง / ถวายพระต้องเป็นอัฐบริขารจีวรสบงผ้าของพระ / ถวายจีวรพ่อจะใช้อย่างไร ก็ฝันเห็นพ่อมาขอกางเกงขายาวใส่ / มันแปรสภาพเป็นของทิพย์ได้ ไม่ใช่ว่าถวายอะไรแล้วจะต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไปหมด / ไม่เอา หากว่ามันไม่แปรสภาพล่ะ / โธ่เอย ถ้าเกิดฝันว่าพ่อต้องการรถเก๋งขึ้นมาจะหาที่ไหนให้ล่ะ / พ่อไม่เคยอยากหรอก / เออช่างเถอ เดี๋ยวจะซื้อจีวรไปให้ / ไม่เอา ซื้อกางเกงมาพ่อจะได้ใส่ได้ / เออ ๆ แล้วแม่ละเป็นงัยบ้าง ก็พออยู่ๆ...แค่นี้นะ  

ความคิดของคนบางคนยังติดรูปแบบการทำมาแต่บรรพชนอยู่ แต่อยากทำไรก็ทำเถอ เมื่อทำแล้วมันสบายใจสุขใจ ไม่ก่อทุกข์โทษเวรภัยให้ตนเองและผู้อื่นนะ และการกระทำใดที่ทำไปแล้วก่อความยุ่งยากลำบากเป็นทุกข์ติดตามมาภายหลังท่านว่าเป็นบาป เหล่านี้เป็นการเอาผลของการกระทำเป็นตัวชี้วัด ดี ชั่ว บุญ บาป