แรงบันดาลใจจากห้องสมุดประชาชนซอยพระนางและห้องสมุดมารวย
เมื่อวันที่ 14-15 กันยายนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนบ้านนอกจากขอนแก่นได้มีโอกาสเข้ากรุง เพื่อไปดูงานแหล่งการเรียนรู้ 2 แห่งในกรุงเทพฯ แห่งแรกคือห้องสมุดซอยพระนาง ซึ่งเป็นห้องสมุดประชาชนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และห้องสมุดมารวย ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ห้องสมุดประชาชนซอยพระนาง ตั้งอยู่ใน ย่านแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใจกลางเมืองซึ่งแต่เดิม ก่อนสมัยที่ท่านผู้ว่าอภิรักษ์ โกษะโยธินจะเข้ามารับตำแหน่ง ยังอยู่ในสภาพเหมือนกับห้องสมุดประชาชนที่เคยเห็นตามต่างจังหวัด มีคนเข้ามาใช้ไม่มาก และดูทึมๆ เรียบๆ บางทีโทรมด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้มาเห็นห้องสมุดประชาชนซอยพระนาง ทำให้รู้สึกอิจฉาคนกรุงเทพฯ ย่านแถวนั้นมาก เด็กบ้านนอกจะได้มีโอกาสใช้ห้องสมุดแบบนี้หรือเปล่าไม่รู้
จากการบรรยายของท่านผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬาและท่องเที่ยว ซึ่งดูแลงานด้านแหล่งเรียนรู้ของกรุงเทพมหานครทั้งหมดในเขตต่างๆ นอกจากห้องสมุดแล้วยังมีแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านหนังสือ รถห้องสมุดเคลื่อนที่ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นตามเขตชุมชนต่างๆ หอศิลปวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์เด็ก ศูนย์กีฬาและศูนย์เยาวชน
โครงการที่น่าสนใจ 2 โครงการซึ่งไม่ได้มีโอกาสดูงานครั้งนี้ แต่ได้ดูจากภาพนำเสนอ และข้อมูลจากทีมงานผู้บริหารของสำนักวัฒนธรรม กีฬาและท่องเที่ยว คือบ้านหนังสือ ที่เป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะว่าเป็นการขยายแหล่งเรียนรู้ไปสู่ชุมชน และไม่จำกัดภาพเฉพาะการเป็นห้องสมุดที่เก็บหนังสือ และอยู่ในที่กำหนด แต่บ้านหนังสือของกทม เป็นกล่อง containner ที่จัดทำขึ้นมาเป็นห้องหนังสือเล็กๆ ที่จัดไปตามชุมชนต่างๆ ให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยจัดการ
ส่วนรถห้องสมุดเคลื่อนที่ ก็เป็นการนำรถเมล์มาดัดแปลงด้านในเป็นห้องอ่านหนังสือที่มีหนังสือที่น่าสนใจสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆ
จากการสังเกตด้วยสายตา พบว่าห้องสมุดโฉมใหม่ที่ซอยพระนาง มีผู้ใช้เข้ามามากพอสมควร และกระจายไปทุกวัย มีทั้งคนแก่ ที่พาหลานมาอ่านหนังสือ เล่นเกมส์ที่มุมเด็ก เล่นอินเตอร์เน็ต มีทั้งวัยรุ่นวัยเรียนที่มาอ่านหนังสือ ทำการบ้าน มีร้านกาแฟ เครื่องดื่ม-ขนม สำหรับทานเมื่อหิวในบริเวณห้องสมุด ผิดไปจากที่เคยเห็นเมื่อหลายๆปีก่อนมาก ตรงกับ concept living library ที่อยากให้เป็นจริงๆ และจากการถามบรรณารักษ์ผู้นำชมได้บอกว่า วันหยุดเสาร์-อาทิตย์มีคนเข้ามาใช้เยอะมาก เรียกว่าเต็มแทบทุกจุด เห็นแล้วน่าอิจฉาคนกรุงเทพฯจังค่ะ อยากให้คนต่างจังหวัดได้มีโอกาสอย่างนี้บ้าง โดยเฉพาะเด็กไทยทั่วประเทศ จะได้อ่านหนังสือมากขึ้นและรักการเรียนรู้มากขึ้น
 ห้องอ่านหนังสือ
 มุมหนังสือเด็ก
 เคานเตอร์บริการ
 มุมสบายๆ สำหรับเด็ก
 ห้องฉายภาพยนตร์
 ท่านอจ รศ ดร.สมาน ลอยฟ้า พานศ.เข้าดูงานครั้งนี้
ห้องสมุดไม่มีรั้วและฝา : ห้องสมุดมารวย และห้องสมุดในห้าง Esplanard
ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นห้องสมุดใจกลางเมืองอีกย่าน แต่จะแตกต่างจากทีซอยพระนาง เพราะผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนมีความรู้ นักศึกษาและคนทำงานที่ต้องการมาใช้บริการ ซึ่งคุณสรณะ ฉายประเสริฐ ที่ดูแลงานห้องสมุดมารวยและ Set corner ของตลาดหลักทรัพย์ ได้เล่าให้พวกเราฟังว่าแต่เดิมนั้นห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์ก็มีภาพเดิมๆ ที่ใช้เก็บหนังสือ และห้ามไม่ให้เสียงดัง แต่ปัจจุบันได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด ด้วย concept ห้องสมุดมีชีวิต มีทั้งมุมที่เงียบกริบ และมุมที่กระซิบได้ นำ Notebook มาเสียบใช้ตามจุดได้เลย หรือเครียดๆแล้วก็ผ่อนคลายด้วยการดูหนังก็ได้ ส่วนบรรณารักษ์ก็ปรับลุคส์ใหม่ ไม่มีใส่แว่นเชยๆ เสียงดุๆ แล้ว คุณมด น้องบรรณารักษ์นำชม บอกกับเราว่า ที่นี่บรรณารักษ์พยายามทำตัวให้เป็น " นางฟ้า " ค่ะ เวลามีผู้ใช้เสียงดังเกินไป ก็จะให้คุณรปภ. เป็นคนไปเตือนแทน อีกอย่างคือบรรณารักษ์คนสวยได้ผ่านการ train จากสถาบันจอห์น โรเบอร์ต พาวเวอร์ส เชียวนะคะ อืออออออมมมมมม.......
ที่ห้องสมุดมารวยเปิดบริการจนถึงห้าทุ่ม ส่วนศุกร์และเสาร์ให้บริการถึงเที่ยงคืน เพราะรถไฟฟ้าเปิดถึงเที่ยงคืน คนที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้าก็สามารถมาได้
  บรรยากาศหนาแน่นพอสมควร
 ทั้งอ่านหนังสือ ต่ออินเตอร์เน็ต
 เก้าอี้เสริมก็มี
นอกจากนี้เรายังได้แวะไปดูห้องสมุดในห้าง Esplanard ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องสมุดมารวยนัก ซึ่งจุดให้บริการอยู่กลางห้าง เป็นมุมเล็กๆ ที่มีหนังสือให้อ่าน ทั้งหนังสือสำหรับเด้กๆ วัยรุ่น โซฟานั่งสบาย และจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการตลาดการลงทุน นอกจากนี้ในวันหยุด จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจจัดทุกสัปดาห์ เช่น การจัดเสวนา การสอนวาดรูป สอนดนตรี โดยวิทยากรผลัดเปลี่ยนเวียนกันมา วิทยากรก็มาจากโรงเรียนสอนดนตรีในห้างนั่นแหละ หรืออาจจะมาจากการจ้างครูมาสอน จ้าง Outsource มาทำ แต่ทีมงานจัดกิจกรรมเป็นคนของเราเอง แหม ... เข้ากับแนวคิดเชิงรุก ที่ห้องสมุดรุกเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ใช้เลย แทนที่จะตั้งอยู่แต่ในอาคารห้องสมุดเท่านั้น
 ห้องสมุดกลางห้าง
 มาอ่านหนังสือ และใช้อินเตอร์เน็ต
 กิจกรรมวันหยุดสำหรับเด็ก
 เพื่อนๆนศป เอกสารสนเทศ
แรงบันดาลใจที่ได้
มีแนวคิดดีๆได้จากแหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 แห่งมากมายหลายข้อ แต่ที่ดีมากซึ่งน่าเผยแพร่คือ
ต้องทำให้เป็น " First , Best และ Different " เพราะถ้าไม่ทำอะไรคนแรก ดีที่สุด และแตกต่าง ก็จะไม่สามารถเป็นที่หนึ่งได้
แนวคิดสำหรับการทำงาน
1. ต้องคิดเชิงบวก ไม่คิดเชิงอุปสรรค ไม่คิดว่า " ทำไม่ได้ ไม่มีทาง "
2. มีเป้าหมายในใจ
3. เรียงลำดับความสำคัญ
4. คิดอย่าง Win Win ได้ทั้งเขา ทั้งเรา
5. เข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเราก่อน ว่าเราสามารถสนองตอบความต้องการเขาได้แค่ไหน
7. พัฒนาตนเอง
แนวคิดสำหรับวัยเรียน
" ผลการเรียนทำให้ได้งานทำ กิจกรรมทำให้ทำงานได้ " ฉะนั้น องค์กรไหนๆ ก็ต้องการคนที่ 1. เก่งงาน 2. เก่งคน คือทำงานกับคนอื่นได้
ตัวอย่าง มาจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ ส่งเสริมการเรียนรู้โดยทางอ้อม จากการจัดกิจกรรม ให้ทุนและรางวัลกระตุ้นคนให้ทำงาน หรือจากการสร้างนิสัยการออมให้กับเด็กไทย
สำหรับคนทำงานห้องสมุด ก็คือ " ทำให้ห้องสมุดสำคัญที่สุด " โดยจัดกิจกรรมให้คนรู้จักเราบ่อยๆ สร้างแรงบันดาลใจโดยทำให้องค์กรเลือก " ห้องสมุดมาเป็นกลยุทธ์ " ผู้บริหารระดับสูงสนใจ และเห็นความสำคัญ เคล็ดลับการคิดแตกต่าง คือ " มองทุกอย่างอย่างสังเกต รู้จักเปรียบเทียบ และหัดคิดนอกกรอบ "
.... สุดท้าย สรุปเอาเองง่ายๆ สั้นๆว่า สิ่งสำคัญอยู่ที " หัว(สมอง) " ของเรานี่เองแหละค่ะ