เหตุการณ์อุบัติเหตุสายการบินที่ภูเก็ต

Conductor
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

มีเรื่องที่ต้องวิจารณ์สื่อโทรทัศน์อีกแล้วครับ บางสถานีรายงานด้วยความตื่นเต้นสยดสยอง 

เห็นใจทางสถานีเหมือนกันที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ยิ่งมีการรายงานสดก็ยิ่งไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย แต่ผมคิดว่าสื่อต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคด้วยครับ การรายงานข่าวสดๆ ก็ไม่จำเป็นต้อง "อิน" มากมายขนาดนี้ เรื่องนี้กลับกับเมื่อตอนช่วงแรกๆ หลังจากเกิดสึนามิขึ้นในปี 2547 (ไม่แน่ใจว่าเป็นความพยายามที่จะ "ควบคุม" จากฝั่งผู้มีอำนาจหรือไม่)

ถ้าเป็นไปได้ สถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งควรเตรียมแผนฉุกเฉินไว้เช่นกัน ซักซ้อมกันด้วยครับ อย่าปล่อยให้ว่ากันไปสดๆ ถ้าทำได้เท่าเดิม แปลว่าไม่มีการเรียนรู้ครับ

ข้อมูลเร่งด่วนที่ต้องการคือรายชื่อ เอาชีวิตคนเป็นตัวตั้งซิครับ สถานการณ์ ความคืบหน้า สาเหตุก็สำคัญ แต่ไม่สำคัญกว่าชีวิตความปลอดภัยของคน ลองนึกถึงญาติมิตรผู้โดยสารบ้าง เขาคงอยากรู้ความเป็นไปของผู้ที่เขารัก ดังนั้นหากแยกแยะได้ว่าผู้ใดปลอดภัย ผู้ใด้ป็นอะไรแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน ก็จะถือได้ว่าสื่อทำหน้าที่ของตัวได้ในสถานการณ์แบบนี้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน OpenCARE



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ Conductor

ไม่ใช่แต่ที่สถานีโทรทัศน์ และนักข่าวที่ต้องเรียนรู้ และมี protocol ในการรายงานข่าวแบบนี้

ตัวสายการบินเอง ที่มีรายชื่อผู้โดยสาร

กัปตันคนอื่นๆ ที่ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้

เ้้จ้าหน้าที่วิทยุการบิน รวมถึง ทอท. ที่ดูแลการลงของเครื่องบิน และดูแลพื้นที่ runway

เ้จ้าหน้าที่กู้ภัย

เ้จ้าหน้าที่รัฐ เช่น ผู้ว่า รองผู้ว่า ผู้สนับสนุนทรัพยากรหลังเกิดเหตุการณ์

มีอีกหลายคนที่ควรเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่น่าเสียใจนี้ค่ะ..

เท่าที่ฟังผู้เห็นเหตุการณ์เล่าผ่านทีวี พอเครื่องลงแล้วก็ skid หางปัดไปชนกำแพงกันดินเลย  แสดงว่าสภาวะดินฟ้าอากาศคงรุนแรง (ฟังจากผู้รอดชีวิต) และปริมาณน้ำที่ runway คงมีพอสมควร

ทำให้นึกถึงเวลาขับรถแล้วมีน้ำบางๆ บนผิวถนน แล้วถ้าเบรครุนแรงก็หมุนได้เหมือนกัน 

ตอนนี้ก็ได้แต่เดาค่ะ..หวังว่าคงมีการเรียนรู้จากเหตุการณ์ในวันนี้จริงๆ ประัวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอยค่ะ 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์กมลวัลย์นะครับ ผมเขียนบ่นไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าคนที่ผมบ่นถึง เขาคงไม่มาอ่านแถวนี้หรอกครับ แต่ในชุมชน GotoKnow นี้ มีนักคิดอยู่มาก มีครูบาอาจารย์ซึ่งผมอยากฝากไว้ด้วยครับ

นอกจากที่บางสถานีรายงานด้วยความตื่นเต้นแล้ว ก็ยังมีบางช่องที่เลือดเย็น ดำเนินรายการบันเทิงตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อเลย

สื่อสมัยนี้ ผมปวดหัวกับคุณภาพคำถามและวิธีคิดของนักข่าวจริงๆ หลายวันก่อนคุยกับคุณซูซานอย่างเมามัน เห็นแบบเดียวกันเลยครับ

ประสบการณ์ก็มีมาหลายครั้งแล้ว โรงแรมถล่มที่โคราช คลังน้ำมันไฟไหม้ที่แหลมฉบัง สึนามิที่หกจังหวัดอันดามัน น้ำท่วม-ดินถล่ม เราเรียนรู้อะไรมาบ้างครับ

สวัสดีครับพี่

ผมเห็นช่องทีวี CNN เค้าเปิดตลอดติดตามสถานการณ์ เป็น Breaking News ตลอดเลยครับ พร้อมสลับกับข่าวอื่น แต่เอาข่าวนี้เป็นหลักครับ

แต่ในขณะที่ผมรับทราบว่า ช่องหลายๆ ช่องในเมืองไทย กำลังเปิดละคร หรือรายการอื่น แบบนี้ เฮ้อ...ถอนหายใจครับ...

นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในประเทศไทยครับ ส่วนเหตุการณ์อื่นที่เกิดต่างประเทศคงไม่ต้องคิดว่าจะนำเสนอเมื่อไหร่

หากสื่อไม่ได้อยู่กับพี่น้องประชาชนแล้ว ไม่มีพี่น้องประชาชนสื่อจะอยู่กับใครเอ่ย...

ร่วมบ่นด้วยคนนะครับ... สังเกตมาตั้งแต่แผ่นดินไหววันก่อนแล้วครับ ในวงบ่นๆ เรื่องนี้

เอาเถอะครับไม่ว่ากัน... ผมไม่มีสถานีเองครับ

ขอบคุณมากครับ 

เขียนเมื่อ 

เช้านี้ฟังการสัมภาษณ์ของผู้โดยสารที่รอดชีวิต คิดว่าเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะเจอกับ microburst ครับ ถึงอย่างไรก็ควรจะรอการสอบสวนอย่างเป็นทางการ -- ถ้าหากเป็น microburst จริง อาจมีข้อมูลอะไรในกล่องดำบอกได้

Doppler radar สามารถตรวจจับ microburst ได้ ว่าแต่ว่าบรรดาสนามบินซึ่งอยู่ริมทะเลมีกันหมดหรือยัง?

ขอบคุณครับ เห็นศัพท์แปลก  microburst  ก็เลยเปิดเข้าไปอ่านดู เป็นความรู้ใหม่...น่าสนใจมากครับ

เมื่อวานก็บ่นกับเพื่อนเม้งครับ ว่าทีวีไทยขณะที่ยังมีเหตุการณ์ยังมีละครและรายการอื่น พอดีบ้านไม่ได้ติดจานดาวเทียมและชมแค่สองช่องที่ผูกขาด แต่ก็อาศัย internet กับวิทยุ ที่ถ่ายทอดได้ฉับไว

แต่เรื่องข้อมูลที่นำเสนอค่อนข้างสับสน ..ในช่วงเวลาเดียวกัน

เห็นด้วยว่า การนำเสนอบางครั้งก็ดู"ล้นๆ" และไม่ค่อยเหมาะสม ต้องนึกถึงใจของผู้เป็นญาติมิตรของผู้เสียหายด้วย ...เกินจริงไปก็ทำให้เสียกำลังใจมากขึ้น

ที่สังเกตอีกอย่าง สังเกตทางไกลนะครับ ว่าการช่วยเหลือครั้งนี้ดูเหมือนช้ามาก ที่เขียนแบบนี้ไม่ทราบปัจจัยอื่นๆในพื้นที่จริงขณะนั้น เพราะเวลาล่วงเลยมานานมาก ทั้งๆที่อุบัติเหตุอยู่ภายในบริเวณสนามบิน

น่าเป็นห่วงสนามบินในประเทศไทยบางจุดนะครับ เช่น ที่จังหวัดผมนี่ มีคนว่าโลดโผนมาก เพราะถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ช่วงมีหมอกควัน เครื่องจะบินวนและกลับไปที่สนามบินเชียงใหม่ ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ดี

 

 

SASINANDA
IP: xxx.121.186.228
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

เห็นข่าวจากทีวี ตกใจ ไม่นึกว่าจะเสียหายมากขนาดนี้

คอยติดตามอยู่ค่ะ

ในขณะเดียวกัน ในฐานะปุถุชน ใจแว้บ เป็นห่วงลูก เขาเดินทางบ่อย ในปีหนึ่งๆ  อาทิตย์ที่แล้ว ไปpitch งานที่New York 1 วัน แล้วบินกลับมา outing ที่ภูเก็ตเลย

ไม่อยากเห็นข่าวแบบนี้เลย สลดใจมากค่ะ

sasinanda
IP: xxx.121.186.228
เขียนเมื่อ 

อ้อ!!

เปลี่ยนรูปอีกแล้ว จมูกยาวววว เชียวค่ะ.....

เขียนเมื่อ 

คุณเอก: กรณีของ microburst นี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ครับ ส่วนจะเป็นสาเหตุหรือไม่ ยังไงก็ต้องรอการสอบสวน

เรื่องของ microburst คร่าวๆ เป็นอย่างนี้ครับ

microburst เป็นกระแสลมแรงที่พุ่งดิ่งลงมาจากเมฆ มีสองชนิดคือ dry microburst และ wet microburst แบบหลังเกิดในพายุฝนฟ้าคะนอง ที่มีความชื้นสูง; "แท่งลม" ที่พุ่งลงล่าง มีขนาดเล็ก (แต่แรง) ถ้ามีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 4 กม. จึงจะเรียกว่า microburst เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดนี้ กินพื้นที่สนามบินได้ทั้งหมดสบายๆ 

เมื่อลมพุ่งมาปะทะกับพื้น ก็จะฟุ้งกระจายออกด้านข้าง (เรียกว่า gust front ลมกระโชกส่วนหน้า รูปข้างล่างเรียกว่า outflow front) ทำให้มีปัญหากับเครื่องบินที่ลดระดับลงมาต่ำเพื่อลงจอด 

พอเครื่องบินลดระดับเพื่อลงจอด เข้ามาเจอขอบ vortex ring ก็จะ เจอลมปะทะด้านหน้า ผลักเครื่องบินให้ลอยสูงขึ้น เป็นธรรมชาติที่นักบินจะพยายามปรับความสูงให้กลับมาอยู่ในแนวความสูงที่พร้อมจะลงจอด แต่พอบินพ้นแนวนี้ไป ลมดันขึ้นสูงก็หายไป แถมทีนี้อาจเจอลมบนที่กดเครื่องบินให้ลงต่ำอีกด้วย ก็เลย "ลงแรง" ครับ

คุณศศินันท์: รูปคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าร่างกายเราเปลี่ยนได้ ทำไมรูปจึงเปลี่ยนไม่ได้

รูปนี้ ไป crop มาจากรูป แม่ของวิสเลอร์ ซึ่งคุณบีนไปทำเจ๊ง แล้ววาดเอาไว้แทน

ส่วนเรื่องจมูกยาว อาจารย์พิชัยสงสัยว่าไปผิดคำสาบานว่าจะไม่โกหก แต่อาจารย์พิชัยจำผิดเรื่องครับ รูปมาจากหนังเรื่อง Bean ไม่ใช่ Pinocchio

เห็นด้วยอย่างมากเลยค่ะคุณ Conductor ที่ว่าสถานีโทรทัศน์ไทยไม่ควรนำภาพร้ายแรงมาเสนออย่างโจ่งแจ้งอย่างนี้

เมื่อครั้งสึนามิก็แล้ว ครั้งระเบิดซ้อนแผนที่ระเบิดนายทหารเก็บกู้ระเบิดที่่ยะลาก็แล้ว มาครั้งนี้อีก

กำหนด rating ของรายการกันนักกันหนา แล้วทำไมพอเป็นข่าวด่วนเช่นนี้ ก็น่าจะกำหนดกติกากันบ้างนะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ Conductor

เบิร์ดเพิ่งเดินหัวเราะออกมาจาก " หมีจาม " ของคุณ Conductor ที่เบิร์ดเข้าไปเป็นครั้งที่ห้า ด้วยความสนุกสนานอย่างยิ่งยวด น่ารักเหลือเกินค่ะ ^ ^

มาเข้าเรื่องดีกว่าค่ะ..เบิร์ดเห็นด้วยนะคะว่าการรายงานข่าวของสื่อไทยมักจะตื่นเต้นจนเกินงามและแนวทางการเสนอข่าวก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันหมดคือ รายงานสถานการณ์เป็นหลัก ( และมักจะไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ก็จะพูดซ้ำๆกันอยู่อย่างนั้น )..เรื่องที่น่าสนใจเช่น ชื่อของผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บกลับเป็นเรื่องท้ายๆ หรือสาเหตุ จุดเกิดเหตุกลับได้รับความสำคัญเป็นเรื่องรองๆ ( แบบแผ่นดินไหวที่ผ่านมาไงคะ ) แถมบางครั้งยังเป็นการรายงานบนความคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างไม่มีหลักการเพียงพอซะด้วยสิคะ

เป็นเพราะอะไรคะ มาตรฐานการทำข่าว + การรายงานข่าวถึงเป็นแบบเดียวกันไปหมด ( พวกเค้าเหล่านี้ก็ไม่น่าจะจบจากสถาบันเดียวกันหมดเลยนี่คะ )

ขอบคุณมากค่ะสำหรับบันทึกดีๆที่เบิร์ดสนุกกับการอ่านและคิดตามเสมอ..^ ^ 

เขียนเมื่อ 

สำหรับสื่อโทรทัศน์ ผมพบว่าตัวเองรำคาญการถามนำของผู้ดำเนินรายการบางคนมากครับ รำคาญจนต้องเปลี่ยนช่อง

ถึงจะมีข้อจำกัดของเวลา ความกระชับ ตลอดจนข้อจำกัดในการสื่อสารต่างๆ ผู้ดำเนินรายการก็ไม่ควรจะเอาความคิดของตน ยัดใส่ปากผู้ที่กำลังให้สัมภาษณ์นะครับ ถ้าคิดว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ ควรจะขอตัดบทอย่างสุภาพและให้เกียรติผู้ที่ให้สัมภาษณ์

เช่นเดียวกับผู้ที่ให้สัมภาษณ์ ถ้าคิดว่าคุณภาพของคำถามไม่ดีพอ ก็ควรตัดบทเช่นเดียวกันครับ

เขียนเมื่อ 

มีหนังเครื่องบินเกือบตกจากลมขวางมาให้ดูครับ -- 1 มีนาคม 2551 เครื่อง A320 ที่สนามบิน Hamburgs รันเวย์ 23

เขียนเมื่อ 
  • เห็นด้วยกับอาจารย์จันทวรรณครับ ว่าข่าว ควรมี rating ได้แล้ว
  • สมมติว่ามี เราก็จะได้เห็นอะไรประมาณนี้
  • ข่าวโหด ก็ควรห้ามต่ำกว่า 18 ดู
  • ข่าวดาราตบตี ห้ามเด็กดูโดยไม่มีผู้ปกครองคอยชี้แนะ
  • ข่าวการเมือง ...เอ่อ...
เขียนเมื่อ 
  • กรุณาซ่อนข่าวอันนี้ก่อนได้ไหมครับ
  • เพื่อนๆๆพี่ๆน้องๆๆไม่กล้าไปภูเก็ต
  • ฮ่าๆๆๆ