ปุ๋ยหมักชีวภาพ

จากการที่ได้จัดการทำการวางแผนแม่บทชุมชน ได้จัดเวทีชาวบ้านและประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้ได้สภาพปัญหาที่แท้จริงของชุมชนที่ได้จากปุ๋ยเคมี แล้วนำขึ้นไปกำหนดในการแก้ปัญหาและสนองตอบความต้องการของประชาชนในชุมชนให้ได้มากที่สุดจึงมีการรวมกลุ่มกันทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและเพื่อทดแทนการซื้อให้น้อยลง และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำกิน ทำใช้ในครัวเรือน และชุมชน โดยมีการเรียนรู้จนขยายเป็นเครือข่ายหรือชุมชนใกล้เคียง เพราะปุ๋ยหมักชีวภาพที่ทำขึ้นใช้เองใช้ทรัพยากรที่มีในหมู่บ้าน ยังช่วยปรับสภาพไม่ให้ดินเสื่อมสภาพ และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อให้ธรรมชาติกลับคืนอย่างเดิม ชาวบ้านจึงใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพและลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงกลุ่มเกษตรกรชุมชนบ้านหัวฝาย เริ่มก่อตั้งเมื่อกลุ่มเมื่อวนที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 ประธานกลุ่ม นาย นิรันดร์  สายนาคำ รองประธาน นาย ยัง  วงศ์ฟู เหรัญญิก นาง สุภาพร  สุสา กรรมการ นาย ณรงค์  โยธา  นาย คำปัน  เถาเปียง จำนวนสมาชิกทั้งหมด 81 คน ครั้งแรกกลุ่มเกษตรกรได้รับจากการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรอำเภอ ได้ให้เมล็ดพันธ์ถั่วเหลืองมา 3000 กิโลกรัมแล้วกลุ่มเกษตรจึงมีการจัดประชุมว่าจะทำยังไงกับเมล็ดถั่วเหลือง ในที่สุดมติประชุมก็ออกมาว่าให้นับเมล็ดพันธ์ถั่วเหลืองมาจำหน่ายให้กลุ่มเกษตรในชุมชนในกิโลกรัมละ 10 บาท และที่สุดกลุ่มเกษตรมีเงินกองกลางอยู่ทั้งหมด 30000 บาท แล้วนำทุนที่มีนำมาบริหารทุนให้มีเพิ่มขึ้นจนปัจจุบันนี้กลุ่มเกษตรมีเงินหมุนเวียนทั้งหมด 85100 บาท หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน สำนักงานเกษตรอำเภอ พัฒนาชุมชน เทศบาลป่าตัน - นาครัว ประโยชน์ในภาพรวมของการใช้ปุ๋ยชีวภาพ สามารถสรุปโดยย่อ คือ
ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิตและคุณภาพพืชที่ปลูก
ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพราะสามารถใช้ปุ๋ยชีวภาพทดแทนปุ๋ยเคมีได้ และปุ๋ยชีวภาพมีราคาถูก เพิ่มรายได้ของเกษตรกร
เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ปุ๋ยชีวภาพบางชนิดยังช่วยเสริมสร้างและสามารถช่วยป้องกันการเข้าทำลาย ของโรคพืชได้
วิธีการทำ
นำเศษผัก ผลไม้หรือเศษอาหารที่ยังไม่เน่าบูด นำมาสับหรือบดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เช่น ถังพลาสติก หรือโอ่งใส่กากน้ำตาลทรายแดง 1 ใน 3 ของน้ำหมักผัก (1 : 3)ใช้ของหนักวางทับแล้วปิดฝาทิ้งไว้ 5-7 วัน จะได้น้ำสีน้ำตาลไหลออกมา คือ น้ำสกัดชีวภาพ กรอกใส่ขวดปิดฝาให้สนิทพร้อมที่จะใช้