วันที่ ๑๓-๑๔ กันยายน ๒๕๕๐ รับปากคุณหมอจิ้น นพ.สุธี สุดดีไว้ตั้งแต่งานมหกรรม KM เบาหวานว่าจะช่วยงานเบาหวานของจังหวัดอุบลราชธานี คุณหมอจิ้นบอกว่า “จังหวัดฝากมาคุย” ต่อจากนั้นเราคุยกันทางโทรศัพท์อีก ๒-๓ ครั้ง โดยมีคุณเรียมรัตน์ รักเสมอวงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายควบคุมโรค สสจ.อุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงาน
เดิมคิดว่าจะทำ KM workshop แต่พอดูเวลาของการใช้งบประมาณก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เราตกลงกันว่าคราวนี้เป็นการประชุมเพื่อเพิ่มพูนความรู้กันก่อนสัก ๒ วัน ปีงบประมาณหน้าค่อยจัดเป็น KM workshop
ช่วงต้นเดือนสิงหาคมทีมจากจังหวัดอำนาจเจริญติดต่อมาอีกว่าต้องการพัฒนาบุคลากรเรื่องเบาหวาน ดิฉันจึงขอให้ทางอำนาจเจริญมาประชุมพร้อมกับทีมของจังหวัดอุบลราชธานี
หน้าที่ของดิฉันในการจัดประชุม/อบรมแต่ละครั้งคือการออกแบบโปรแกรม กำหนดเนื้อหา กิจกรรม และจัดทีมวิทยากร สิ่งที่จะต้องรู้ก่อนคือเป้าหมายของงานว่าต้องการอะไร ใครเป็นผู้เข้าประชุม/อบรม การพูดคุยประสานงานหลายๆ ครั้งทำให้ดิฉันรู้ว่าเจ้าภาพงานไหนที่ทำงานมุ่งเป้าและเอาจริงเอาจัง งานไหนต้องการเพียงจัดงานให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น การจัดประชุมครั้งนี้ดิฉันมั่นใจว่าเป็นอย่างแรกมากกว่า
พอกำหนดวันเวลาและแจ้งหัวข้อแก่ทีมวิทยากรเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็เดินทางไปทำงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เลยต้องติดต่อกับทีมผ่านทาง e-mail ยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องกิจกรรมกันมากนัก คราวนี้เราไม่เน้นความรู้เรื่องโรคและการรักษา เพราะความรู้ส่วนนี้สามารถหาอ่านและทำความเข้าใจเองได้ จะเน้นความรู้ที่ผู้เข้าประชุมต้องใช้ในการปฏิบัติดูแลผู้ป่วยเบาหวาน มีทั้งการบรรยาย การสาธิต กิจกรรม และการทดลองปฏิบัติ
ดิฉันโชคดีที่ได้ร่วมทำงานกับวิทยากรหลายคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทุกคนมีจิตเป็น “ผู้พร้อมให้” และมีความเป็นกัลยาณมิตร แต่ละคนมาจากต่างสถาบันแต่ก็ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
คราวนี้ดิฉันรับผิดชอบเนื้อหาส่วนที่เป็นการทบทวนความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การสนับสนุนการจัดการตนเอง และ SMBG ทีมสนับสนุนคือคุณชนิกา จรจำรัส และทีมจากบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ๓ คนคือ ภก.นรเทพ เอี่ยมแก้ว น้องจั่น น้องมาศ ดิฉันขอให้ทีมจอห์นสันไปช่วยเพราะเคยมีประสบการณ์ร่วมทำกิจกรรมมาแล้วจากงานมหกรรม KM เบาหวาน
รศ.สมนึก กุลสถิตพร จากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับผิดชอบเรื่องการออกกำลังกาย โดยมีคุณยุพา ไพรงามเนตรเป็นผู้ช่วย อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารที่มีชื่อเสียงรับผิดชอบเรื่องอาหาร ทีมสนับสนุนคือคุณชนิกา ดิฉัน และเมื่อทางบริษัทแอบบ๊อตรู้ข่าว ก็ขอส่งน้องเอกที่มีความรู้ด้านอาหารและโภชนาการมาช่วยอีก ๑ คน
อาจารย์สมเกียรติ มหาอุดมพร จากสถาบันราชประชาสมาสัยรับผิดชอบเรื่องเท้า ทีมสนับสนุนคือคุณธิติ ปราบ ณ ศักดิ์ คุณชนิกา และดิฉันเป็นตัวเสริม
ดิฉันออกเดินทางจากนครศรีธรรมราชเมื่อคืนวันที่ ๑๑ กันยายน เช้าวันที่ ๑๒ มีการประชุมที่ สปสช. จนถึงเที่ยง ต่อจากนั้นกลับบ้านจัดข้าวของสำหรับเดินทางไปอุบลราชธานีในตอนเย็น เที่ยวบินไป-กลับระหว่างกรุงเทพและอุบลราชธานี มีเวลาที่เหมาะคือสามารถไป-เช้ากลับเย็นได้ เดิมคิดว่าจะเดินทางกันในเที่ยวบินเช้า แต่ดูแล้วรู้สึกว่าเช้าเกินไป น้องเรียมรัตน์ก็เสนอว่ามาตอนเย็นน่าจะสะดวกกว่า เราเลยปรับแผนกันใหม่
ทีมที่เดินทางในเย็นวันที่ ๑๒ มีดิฉัน คุณชนิกา อาจารย์สมนึก คุณยุพา และทีมจอห์นสัน เราเดินทางด้วยเที่ยวบิน TG 1030 ออกจากดอนเมืองเวลา ๑๗.๐๕ น. เดินทางถึงอุบลราชธานีประมาณ ๑๘.๑๐ น.ด้วยความเรียบร้อย คุณหมอจิ้น น้องเรียมรัตน์ และทีมจัดงานมารอรับที่สนามบิน
ทีมจัดงานพาเราไปรับประทานอาหารเย็นแถวริมบึงใหญ่ เมื่อรถเข้าเขตริมบึงเราเห็นคนนั่งเสื่อมีโต๊ะเตี้ยๆ อยู่ตรงกลางเป็นกลุ่มๆ ทีแรกนึกว่าเขามีงานอะไร ที่แท้เขามารับประทาน “แจ่วฮ้อน” กัน อาหารเย็นวันนี้เป็นปลาจากแม่น้ำหลายเมนู มีผักพื้นบ้านเป็นเครื่องเคียงหลายชนิด มีเมนูปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่วที่เมื่อกินแจ่วถึงก้นถ้วยแล้วพบ “ปลาร้า” ปลากะดี่เป็นตัวเลย
จากการสัมผัสทีมจัดงานของอุบลฯ และอำนาจเจริญเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ดิฉันรับรู้ได้ถึงความตั้งใจ ทุกคนดูแจ่มใส มีอารมณ์ขัน มีความเป็นกันเอง น้องเรียมรัตน์มี “มุกตลก” ที่ทำให้เราหัวเราะได้บ่อยๆ เราเพิ่งรู้ว่าเวลาพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปไหน ไม่ควรใช้เส้นทางลัด เวลาเกิดอะไรขึ้นไม่รู้จะตอบอย่างไรว่าทำไมถึงมาเส้นทางนี้
พวกเราบอกว่าไม่เป็นไร ยังไงก็ได้ โชเฟอร์ก็น่ารักมาก เส้นทางที่ไปโรงแรมต้องไปกลับรถไกล ก็ถามเสียก่อนว่า “พี่ แหม่ง ผมใช้ทางลัดได้ไหม”
โรงแรมที่เราพักและเป็นที่จัดประชุมคืออุบลบุรี รีสอร์ท เมื่อเราเก็บข้าวเก็บของเสร็จ บางคนอาบน้ำแล้วด้วย ดิฉัน คุณชนิกา และทีมจอห์นสัน นัดคุยวางแผนการทำกิจกรรมเรื่อง SMBG วางแผนกันเสร็จก็ต้องไปดูสถานที่จัดการประชุมให้แน่ใจว่าจะทำกิจกรรมอย่างที่คิดกันไว้ได้ไหม
พนักงานของโรงแรมก็ดีมาก แม้จะค่อนข้างดึกแล้วแต่ก็ยังยินดีไปเปิดห้องประชุมที่อยู่อีกอาคารหนึ่งให้เรา ห้องประชุมจัดแบบ classroom โชคดีที่มีห้องอยู่หลายห้อง เราเล็งไว้เลยว่าจะขอเปิดใช้อีก ๒ ห้อง สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้รวม ๓ ฐาน
กว่าจะเข้านอนกันก็ดึกแล้ว แต่ละคนยังต้องเตรียมสื่อ เตรียมของที่ต้องใช้ประกอบการทำกิจกรรมกันอีก แต่ดูทุกคนไม่มีความกังวลใจ ยังหัวเราะกันได้อยู่ ดิฉันเลือกนอนก่อน ปรากฏว่าหลับได้เป็นช่วงๆ ตื่นขึ้นมาดูนาฬิกาทุก ๑-๒ ชั่วโมง ลุกมาตอนเกือบ ๐๔ น.ทบทวนสไลด์ ตัดต่อเนื้อหาให้สั้นลงจากที่เคยใช้เวลาบรรยาย ๓ ชม. ให้เหลือเพียง ๑ ชม ๓๐ นาทีเท่านั้น
วัลลา ตันตโยทัย
บันทึก ณ โรงแรมอุบลบุรี รีสอร์ท วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๐
สวัสดีค่ะอาจารย์ นึกภาพการทำงานและบรรยากาศออกเลยค่ะ
เพิ่งเริ่มงานใหม่กับการต้องสานต่อเรื่องเบาหวานอย่างนี้อาจารย์คงเหนื่อย แต่ทราบค่ะว่าอาจารย์มีความสุข มีผู้อาสาช่วยด้วย ยิ่งผู้จัด และ ผู้มาเรียนรู้มีความตั้งใจสูง ทำให้ยิ่งมีความสุขจากคุณค่าของงานที่เกิดขึ้น
ผมชอบคุยกับเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานกับผู้ป่วยที่ต้องดูแลต่อเนื่อง อย่างโรคเบาหวานนี่แหละครับ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงพยาบาล หรือ PCU ได้มีโอกาสสัมผัสกับ เจ้าหน้าที่หลาย ๆ อำเภอ สิ่งที่พบคือ หลายคนมากครับ มีความตั้งใจอยากรู้ว่าจะทำให้ดีได้อย่างไร แต่ยังไม่รู้ว่าที่ตัวเองทำได้ดีหรือถูกหรือไม่ ผมเลยเสนอพี่เรียมรัตน์ อยากให้เจ้าหน้าที่เรา มีความมั่นใจในงาน ที่จะส่งผลดี ไปถึงผู้ป่วยโดยตรง น่าจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กัน
และที่สำคัญต้อง อาจารย์วัลลาเท่านั้น
ผมเห็นอานิสงค์ ของงานนี้ที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง งานประชุมหลายงานมากที่ให้แต่ความรู้ แต่ไม่เกิดแรงบันดาลใจ แต่การอบรมครั้งนี้ ผมเห็นแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมประชุมครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ และทีมงาน กัลยาณมิตร มีมาด้วยใจ เป็นอย่างสูงครับ