นอกจากอาศัยดูลางบอกเหตุจากสัตว์ ฝนที่ตกลงมาบ่อยๆ ตกทีก็แบบถล่มทลาย ทำให้นอนใจไม่ได้ ต้องเตรียมคิด เตรียมตัวว่า ...น้ำท่วมแน่ปีนี้ ที่ว่าท่วมหมายความว่าท่วมชั้นล่างแบบมิดศีรษะเลยนะ ไม่ใช่ท่วมแค่ท่าน้ำ
ปีนี้ทั่วโลกมีเหตุการณ์ธรรมชาติที่วิปริตอันมาจากสาเหตุโลกร้อน ใครๆก็พูดถึง คนที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติจะมีโอกาสสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงมากกว่าคนเมือง
เมื่อต้นเดือนคนงานเล่าว่าที่ต่างอำเภอไม่ไกลจากบ้านเราปูนาหลายร้อยตัวอาจเป็นพันขึ้นมาจากนา(สงสัยจะถูกนำไปทำปูเค็มแล้ว) ที่บ้านเราต้องระวังงูมากขึ้น คนงานเห็นงูตัวใหญ่ ยาว ที่รั้วด้านนอกสองสามครั้งไม่ใช่ตัวเดียวกันด้วย ป้านวลถางหญ้า ตัดพุ่มและกิ่งไม้รก จัดข้าวของในห้องเก็บอุปกรณ์ทำสวน ดูไม่ให้เป็นที่ซ่อนตัวได้ สงสัยงูจะหนีน้ำมา และฝนที่ตกมาก ชื้นแฉะงูก็ชอบออกมาหากินตอนเย็น ปกติเราจะไม่เคยเห็นเช่นนี้
นอกจากอาศัยดูลางบอกเหตุจากสัตว์ ฝนที่ตกลงมาบ่อยๆ ตกทีก็แบบถล่มทลาย ทำให้นอนใจไม่ได้ ต้องเตรียมคิด เตรียมตัวว่า ...น้ำท่วมแน่ปีนี้ ที่ว่าท่วมหมายความว่าท่วมชั้นล่างแบบมิดศีรษะเลยนะ ไม่ใช่ท่วมแค่ท่าน้ำ
โชคดีประการเดียวคือ น้ำที่ท่วมมาไม่ใช่น้ำป่าหลาก แต่จะเป็นน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นึกถึงชาวบ้านที่โดนน้ำป่าพัดมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วสงสารมาก
ต้องเตรียมเรือให้พร้อมใช้งาน

เรือที่เคยเห็นผูกที่ท่าน้ำก็ต้องยกขึ้นมาทำให้ดี จอดลอยไว้นานๆใช้ที ก็ทรุดโทรม ได้ลุงโชติ กับลุงเป้ มาช่วยซ่อม และยังช่วยซ่อมอีกหลายลำ เลยได้โอกาสเก็บภาพการซ่อมเรือแบบใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และความชำนาญของผู้อาวุโส

ลุงโชติเล่าว่าชำนาญการซ่อมเรือเพราะเคยมีชีวิตตอนหนุ่มๆล่องไปกับเรือ แม่น้ำสายหลักๆน่ะไปมาหมดแล้ว
ลุงเป้คือผู้ช่วย กำลังโชว์เครื่องมือคือเหล็กขูดเรือ ปลายด้านบนกว้างแบน อีกปลายเรียวแหลมให้เซาะลงร่องได้
ที่จริงทั้งสองลุงเป็นช่างไม้ เหลาเสาเรือนไทยได้กลมกลึงทีเดียว แต่งานสร้างเรือนไทย งานไม้เป็นงานหนัก อายุมากแล้วยกของหนักๆไม่ดี คนข้างกายมักมีมักมีงานที่เหมาะกับผู้สูงอายุให้มาทำกับเราอยู่เนืองๆ
ลุงเป้บอกว่าเมื่อก่อนก็ซ่อมเรือไม่เป็นหรอก อาศัยเป็นบัดดี้กับลุงโชติ ไปไหนไปกัน ก็ได้เรียนรู้จากลุงโชติ แบบไม่มีการหวงวิชา

ก่อนจะยาเรือต้องเตรียมวัสดุที่จะใช้ยา คือ ปูนแดงแบบที่กินกับหมาก น้ำมันยาง และด้ายดิบ เอามาใส่กะลาคนให้เหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน

แล้วก็เอาปะลงบนพื้นผิวที่เป็นรอยต่อที่ขูดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

ลุงโชติบอกว่าต้องอัดส่วนผสมนี้ลงไปในช่องให้แน่น แล้วขูดปูนส่วนเกินออก
จากนั้นจึงถึงขั้นตอนลงชันยาทับที่ลงปูนแดงไว้

ชันนั้นคือยางไม้ชนิดหนึ่งเขาจะเก็บยางไม้มาบดเป็นผง แต่เดี๋ยวนี้มีขายที่บดเสร็จแล้ว

ส่วนผสมปูนแดงในขั้นต้นจะถูกนำมาผสมกับผงชัน เติมน้ำมันยางพอเหมาะคนให้เหนียวอย่างนี้ แล้วใช้เหล็กแบนๆ เรียกเหล็กยาเรือ ลุงโชติบอกว่าไม่ได้มีชื่อพิเศษเรียก การลงชันเขาก็จะทาให้กว้างอย่างที่เห็น
โปรดสังเกตว่าภาชนะที่ใช้ใส่ส่วนผสมคือกะลามะพร้าว ผู้เขียนพูดว่าใช้กะลาประหยัดดีนะ ลุงโชติบอกว่าไม่ได้ประหยัด แต่ต้องใช้กะลาเพราะมันทำให้การคน กวนส่วนผสมทำได้ดี หากไปใช้พวกโลหะหรือพลาสติกมันจะลื่นเกินไป
ลุงโชติและลุงเป้ต้องซ่อมเรืออย่างนัอยอีกห้าหกลำ หากสงสัยอะไร จะได้ไปถามต่อให้ค่ะ
สวัสดีครับคุณนายดอกเตอร์
ขอบคุณครับ
น่าเห็นใจชาวบ้านแถบนันมากครับ
เมื่อครั้งไปบางเจ้าฉ่า ก็ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่นั่น พวกเขาก็ทุกข์เรื่องน้ำท่วมนี่หละ แต่ละปีต้องเตรียมการณ์ ที่สำคัญคือพืชผักที่ปลูกไว้เสียหาย เป็นหนี้ ธกส.ซ้ำซากจนไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้
ควรจะทำยังไงดี นอกจากการต่อเรือไว้เตรียมพร้อม...
นึกไม่ออกเลยนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
มาอ่านบันทึกของอาจารย์ได้ความรู้กลับไปทุกครั้งเลยค่ะ เห็นภาพ เรือ นึกถึงครั้งยังเป็นเด็กค่ะจะพายเรือไปกับตานำเอา ข่าย หรือ มอง ไปดักปลาค่ะพอขากลับก็จะเก็บสายบัวกลับมาฝากเพื่อนบ้านด้วยค่ะ บรรยากาศก็ดี๊ดีค่ะสดชื่น
สำหรับ ปูนแดง เคยเห็นคนแก่เวลาเคี้ยวหมากจะนำปูนแดงป้ายที่ใบพลูแล้วก็ม้วน ๆ แล้วก็เคี้ยวค่ะอ่อมีมีเป็นไม้ ๆ ด้วยค่ะ
มาอีก รอบค่ะ พอดีเห็นคุณข้างบนนึกขึ้นมาได้ค่ะ
สำหรับคำว่า มอง คืออุปกรณ์ชนิดเดียวกันที่คุณ
เคยเขียนบันทึกเอาไว้เรื่อง มอง ค่ะ
ตอนต้อมเป็นเด็กตัวน้อย ๆ เคยนั่งเรือแบบนี้ด้วย ท่ามกลางสายน้ำปิงที่เชี่ยว ก็จินตนาการไปว่าถ้ามีโครตไอ้เคี่ยมโผล่ขึ้นมางับจะทำยังไงเนี่ย? สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงลุงร้องบอกให้วิดน้ำ ฮือ ๆ ๆ หนูอยากกลับบ้าน ต่อไปนี้จะไม่มาเที่ยวบ้านลุงอีกแล้ว โฮ ๆ ๆ
บ้านยายต้อมก็ไม่ใกล้น้ำปิงนัก แต่จะมีพนัง หรือทางถนนกั้นอยู่ คืนไหนที่ฝนตกหนักมากก็จะต้องไปรับยายออกมาบ้านต้อมที่อยู่คนละหมู่บ้านเพราะกลัวถนนที่ว่านั้นขาด ชาวบ้านก็จะคอยระวังกัน เตรียมเรือ เตรียมขนของ แต่ไหง พอโตขึ้น..เหตุการณ์เหล่านี้ก็ไม่มีอีกแล้ว และที่สำคัญ เรือหายไปค่ะ คงเพราะปัจจุบัน..การเดินทางคมนาคมสะดวกขึ้น เรือเลยไม่จำเป็นอีกต่อไป TT_TT วิถีชีวิตบางอย่างก็เลยพลอยสูญไปด้วย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี่ ถ้าไม่ได้เข้ามาอ่านบันทึกพี่นุช ต้อมก็นึกไม่ออกค่ะว่าเคยนั่งเรือแบบที่เห็นในรูปนี้ด้วย ^_^ ขอบคุณนะคะ</p>
อยู่บ้านริมน้ำต้องคอยระวังเรื่องน้ำท่วมค่ะ หนูก็เตือนคนสนิทใกล้ตัว (อิ อิ ขอยืมคำมาใช้ค่ะ) ว่าอย่าต่อเติมชั้นล่างของบ้าน ปล่อยไว้ยกพื้นสูงแบบเดิมน่ะดีแล้ว แต่ดื้อไม่เชื่อ ปีที่แล้วก็โดนไปเต็มๆ ต้องลำบากแม่ขนของจ้าละหวั่น ตัวเองก็อยู่กรุงเทพฯ กว่าจะกลับไปช่วยได้เอาเรื่องเหมือนกัน โบราณเขาลองกันมานักต่อนักแล้ว เพราะอยุธยาเวลาถึงเวลาน้ำหลากสมัยก่อนก็เป็นแบบนี้ เขาเลยทำเรือนยกสูง บ้านก็ปลอดภัยจากน้ำท่วม สมัยนี้มีเขื่อนก็ใช่ว่าจะปลอดภัย
หนูเสียดายบ้านเก่าสวยๆ ชอบไปต่อเติม ตอนนี้เขาก็ว่าจะต่อเพิ่มออกไปทำโฮมสเตย์อีก ไม่เห็นด้วยเลยค่ะ ค้านตั้งแต่ได้ยินโครงการครั้งแรก คือหนูไม่ชอบรับแขกที่ไม่รู้จักเข้ามาอยู่ในบ้าน ที่สำคัญแม่เขาอายุมากแล้วแถมกลางวันก็อยู่คนเดียว กลางคืนถึงจะมีลูกชายคนเล็กกลับมา มันอันตรายค่ะสมัยนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจ
สวัสดีค่ะพี่นุช
แวะมาเก็บเกี่ยวความรู้กับบรรยากาศสบายๆ เช่นเคยค่ะ ^ ^
เรื่องซ่อมเรือเนี่ยไม่เคยรู้เลยค่ะ ได้ความรู้เรื่องนี้ที่นี่ครั้งแรกเลยค่ะ
ส่วนเรื่องสัตว์มีสัญชาติญาณเตือนภัยนั้นเห็นด้วยเลยค่ะ วันไหนถ้าเห็นมดขึ้นมาจากดินในสนามหญ้านะคะ..อีกพักฝนตกเลยค่ะ ^ ^
ขอบคุณนะคะ ^ ^
สวัสดีครับ
บ้านผมที่อยุธยาอยู่ริมคลองข้าวเม่าครับ คุณยายของผมท่านก็ยาเรือเป็นครับ และสรุปให้ฟังสั้นๆว่า "ยาเรือเขายาข้างนอก ยาขัน ยาจอกนั้นยาข้างใน"
ขอบคุณมากครับอาจารย์ที่ส่งสัญญาณให้พวกเราเตรียมตัวและเตรียมพร้อม
เคยทราบว่าที่ประเทศจีนก็มีการติดตามพฤติกรรมของสัตว์บางชนิดและใช้เชื่อมโยง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติครับ
สวัสดีค่ะพี่คุณนายด็อกเตอร์
ที่บางพระมีอู่ต่อเรือนายเสริม แกต่อเรืออยู่ทุกวัน ใช้ไม้มะขามเทศ ไม้สน จะอยู่ในน้ำเค็ม ไม่ผุ แต่น้ำจืดจะผุ บ้านพี่ใช้ไม้อะไรต่อเรือคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
ก่อนอื่นขอขอบคุณที่สอนวิธีแปะภาพในข้อคิดเห็น แต่ทำไมบางทีมันก็ไม่ยอมให้copy เมื่อคลิก บางภาพก็ทำได้ ภาพที่ต้องการมักทำไม่ได้ แย่จัง
เรือที่ลงชันอุดรอยแยกรอยรั่วเสร็จแล้ว เขาจะนำน้ำมันยางทาให้ทั่ว ผึ่งแดด หรือลมก็ได้แต่ไม่ให้เปียกน้ำ ซักสามสี่วันก็ใช้ได้ค่ะ
พี่ก็ยังพายไม่เก่งหรอกค่ะ ไม่กล้าพายไปไกลๆเอง ตอนน้ำท่วมก็พายอยู่ในบริเวณด้านใน กลัวคนข้างกายดีใจ หากน้ำพัดไป อิ อิ
สวัสดีค่ะคุณสะ-มะ-นี-กะ
ดีใจที่มีส่วนส่งผ่านความรู้ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นค่ะ
เรือที่เรามี เราใช้พายค่ะ ไม่นำมาติดเครื่องยนต์เลยซักลำ คนข้างกายนี่เป็นคนอยุธยาแท้ๆ ขนาดซ่อมก็ยังไม่ยอมให้ขัดให้ดูใหม่ ชอบให้ดูมีคราบที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน ตัวเองดูไปๆเลยชักชอบร่องรอยประวัติศาสตร์ในทุกสิ่ง ของงามไม่จำเป็นต้องเอี่ยมอ่อง
ไปคุยกับลุงโชติมาได้ความรู้ที่น่าสนใจมาอีกเดี๋ยวจะเขียนเล่านะคะ
สวัสดีค่ะคุณเอก
ปกติชาวบ้านที่ยังคงมีความเป็นชาวบ้านจริงๆอยู่ คือยังไม่ลืมการใช้ชีวิตด้วยความรู้ที่เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นจากการเข้าใจภูมิประเทศถิ่นที่อยู่ เขาก็จะอยู่แบบเตรียมตัว ว่าหน้าที่มีน้ำหลากมาจากทางเหนือ เขาเรียก"หน้าน้ำ" เป็นสิ่งที่ต้องเกิด ไม่ใช่มองเป็นอุทกภัย บ้านช่อง การทำอยู่ ทำกินก็จะปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล
ปัจจุบันคิดว่าปัญหาที่เกิดมาจากสองทาง ทั้งภายในและภายนอก
ทางแรกคือ ชาวบ้านลืมความรู้ที่จะอยู่ในที่ราบลุ่ม ไปใช้ชีวิตที่แปลกแยกจากภูมิประเทศที่ตนอาศัย เช่น ปลูกบ้านชั้นเดียว หรือทำนากันทั้งปี ปลูกพืชอย่างเดียวที่หากโดนน้ำท่วมก็หมดตัว ขาดภูมิคุ้มกัน ยังไม่ได้หาทางใช้ความรู้ให้สมดุลย์พอกับการที่ถิ่นของตนเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศใหญ่ที่ล้อมรอบ
อีกทางคือ สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเช่นการทำลายป่าไม้ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้ฝนมากผิดปกติ น้ำหลากแรง อันตราย หรือการที่ช่วยเป็นที่รับน้ำไม่ให้น้ำท่วมส่วนที่เป็นเมือง ยอมให้พืชผลชาวบ้านเสียหาย พอพ้นน้ำท่วม คนเมืองสบายแล้วแต่ชาวบ้านยังอยู่กับความเสียหายอีกยาวนาน นี่อยู่เหนือการควบคุมของชาวบ้าน
หากชาวบ้านและนักพัฒนายังไม่เข้าใจปัญหาทั้งสองส่วนดี ชาวบ้านคงต้องก้มหน้าต่อเรือหนีน้ำ และใช้หนี้ไปจนตาย
นึกถึงเนเธอร์แลนด์จริงๆ
สวัสดีค่ะคุณปริญากรณ์
นึกถึงวัยเด็กที่มีโอกาสสัมผัสชีวิตเช่นนั้นก็มีความสุขนะคะ ยังพายเรือได้อยู่มั้ยคะ ว่างๆมาพายเรือเล่นที่แม่น้ำป่าสักตรงโค้งนี้กัน ปกติไม่ค่อยมีการสัญจรเท่าไร ปลอดภัยค่ะ
ปูนแดงที่กินกับหมากเป็นสิ่งที่คุ้นเคย เพราะตอนเป็นเด็กชอบช่วยคุณยาย เอาปูนป้ายใบพลู ใส่เครื่องอื่นๆเช่นหมาก กานพลู แล้วตำๆ ให้แหลก ในครกตำหมากที่เป็นกระบอกทองเหลือง
การเรียกข่าย ว่ามองนั้นเป็นเฉพาะถิ่นหรือเปล่านะคะ ไม่เคยได้ยินคนอยุธยาแถวนี้เรียกกัน
ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณnaree suwan
นึกถึงและเป็นห่วงชาวบ้านที่จะต้องโดนภัยน้ำท่วมอีกเช่นกันค่ะ เป็นเรื่องซ้ำซาก พี่ว่านอกจากเร่งเรื่องดูแลช่องทางการระบายน้ำแล้ว ชาวบ้านเองต้องปรับตัวโดยการใช้ความรู้ที่จะทำให้มีชีวิตอยู่ได้ ใช้ภูมิปัญญาที่หายไปหรือลืมเลือนไป ภูมิปัญญานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่เป็นเรื่องของวิธีคิดด้วย ต้องหันมาทบทวนตัวเองกันใหม่โดยด่วนค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ ได้ดูทีวีเช่นกันและไปเขียนตอบคุณพี่ไว้ในเรื่องที่ชวนดูรายการค่ะ
การซ่อมเรือดูแล้วเหมือนง่ายๆนะคะ ส่วนผสมก็ไม่ได้ซับซ้อน แต่ไม่ง่ายเลยเพราะต้องใช้ความชำนาญจริง ไปคุยกับลุงโชติพบว่าแกมีtacit knowledge อยู่มากมาย คุยด้วยแล้วสนุก
เรืออย่างที่เห็นเรียกว่าเรือม้าค่ะ เดี๋ยวจะเขียนเล่า น่าสนใจมาก เพราะปัจจุบันไม่มีใครทำแล้ว ที่เห็นทุกวันนี้เป็นเรือเก่าทั้งหมดค่ะ