เราต้องค่อยๆ นึกคิดว่าจะใช้สมองอย่างไรบ้าง..ใช้ให้ถูกวิธี คิดอย่างรอบคอบ สมองฉลาดพอที่จะรู้ว่าแต่ละปัญหาเราต้องจัดการมันอย่างไร

ความทุกข์จะค่อยๆ สอนให้เรารู้ว่า  คนเราเกิดมาพร้อมสมองและสองมือ  สมองจะหาวิธี...และสองมือจะลงมือผลักปัญหาให้ผ่านพ้นไป.......................

       เมื่อวานหลังจากเลิกงานแล้วกลับถึงบ้านผู้เขียนก็หยิบงานส่วนตัวขึ้นมาทำ  มันเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ คือการทำพู่ห้อยสำหรับหมวกตุ๊กตารับปริญญาของแต่ละสถาบัน  ครั้งแรกตั้งใจว่าแค่จะช่วยพี่ที่   ออฟฟิสเท่านั้นค่ะ  ก็ผู้เขียนน่ะชอบทำงานที่เป็นศิลปะทุกประเภท   แต่ตอนนี้กลายเป็น job ไปแล้วล่ะซิ  กำลังทำงานอยู่เพลินๆ มือเจ้ากรรมไปปัดเอาม้วนเชือกหล่นลงมาจากโต๊ะ  กลิ้งหลุนๆๆๆ ยุ่งเหยิงไปหมดค่ะ  พอเห็นแล้วรู้สึกอ่อนใจขึ้นมาทันที  มันยุ่งเหยิงซะจนผู้เขียนไม่อยากหยิบขึ้นมาแก้เลย  นั่งมองอยู่นาน  ทำให้นึกย้อนไปถึงวันวาน วันที่ยังเป็นเด็กเล็กนัก 

วันวานที่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบเดียวกัน ณ เวลานั้นผู้เขียนแก้เชือกโดยการดึงเชือกไปมา ขวาที ซ้ายที วนกลับทางโน้น ทางนี้ยังไงก็ไม่สำเร็จ  รู้สึกถึงอารมณ์ขณะนั้นครุกรุ่นค่ะ  ฮึดฮัด  ลมโมโหกำลังขึ้นค่ะ  ทำไงก็แก้ไม่ได้ซะที  ด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านขณะนั้นเลยกระชากเชือกหลายครั้งติดกัน  ผลก็ยังคงเหมือนเดิมแถมยังยุ่งกว่าเก่าซะอีก  ได้รับของแถมด้วยค่ะ  บาดแผลพร้อมความเจ็บปวด  ยังค่ะ..  ยังไม่หายโมโห   คว้ากรรไกรตัดค่ะ  ไม่เหลือเลยค่ะเชือกเส้นยาว  กลายเป็นเศษไปซะแล้ว  การแก้เชือกครั้งนั้นไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย  มีแต่ทำให้ผู้เขียนเจ็บปวดทั้งกายคือบาดแผลที่เกิดจากการกระชากเชือก  แล้วก็เจ็บใจที่ไม่สามารถแก้เชือกได้  นั่งร้องไห้ค่ะ.....

                          

                                                     

         แต่ ณ วันนี้...เวลานี้.....เหตุการณ์เดิมย้อนกลับมาหาอีกครั้ง  หากแต่ครั้งนี้ประสบการณ์ที่เคยได้รับในครั้งนั้นบวกกับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ผ่านมาทำให้ผู้เขียนมีสติ  ได้ยั้งคิด  " ฉันจะไม่หนีปัญหาอีกแล้ว  ฉันต้องอดทน  ต้องมีสติ " กลุ่มเชือกที่ยุ่งเหยิงก็เปรียบเสมือนกับปัญหาที่มีอยู่  หากฉันอดทนค่อยๆ แก้ไปทีละน้อย  ใช้สติอย่างรอบคอบ มันก็ไม่มีอะไรยากเกินไป     ..ใช่มั๊ย!

ปัญหาทุกปัญหามีทางออกของมัน  หากเราใช้สติค่อยๆ คิด อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบมาตัดสิน  ปัญหาก็จะค่อยๆ คลี่คลายไปได้ในที่สุด  ถึงแม้จะใช้เวลานานไปสักนิด 

          ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผู้เขียนเรียนรู้ว่า  คนเรามีชีวิตที่ผิดพลาดได้  ล้มลุกคลุกคลานได้  ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายเลย  แต่ขออย่าได้ยอมแพ้  ท้อแท้  หรือสิ้นหวัง  เมื่อคุณล้ม!..คุณก็ลุกขึ้นได้ด้วยสองมือสองเท้าของคุณเอง  คุณอย่านั่งจมอยู่กับปัญหานั้นๆ เลย  มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ     

                          

                             

...........เชือกที่ผู้เขียนทำมันกลิ้งหลุนๆๆๆๆ ไปเมื่อวาน  มันก็ยังคงยุ่งเหยิงอยู่ค่ะ  แต่ว่าลดจำนวนลงไปมากแล้วค่ะ  วันนี้จะกลับไปจัดการต่อค่ะ................