ในทรรศนะผม ภารกิจพื้นฐานหรือโจทย์หลักของกระทรวงศึกษาธิการในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนในบ้านเมืองเรา ได้มีการเรียนรู้ มีสติปัญญา คิดเป็น และมีอาชีพ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกิน

หน้าการศึกษาของ นสพ.มติชนฉบับศุกร์ที่ ๗ ก.ย.๕๐ มีรายงานเรื่อง นานาทรรศนะทิศทางอุดมศึกษาไทย: จุดเปลี่ยนที่ท้าทาย

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รายงานนี้มาจากการประชุมสัมมนาทางวิชาการของที่ประชุมสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ เมื่อวันที่ ๖ ก.ย.๕๐</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มติชนสรุปสาระสำคัญของบุคคลสำคัญ ๓ คน ที่ไปพูดในงานนั้นคือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมต.ศึกษาฯ ปาฐกถาเรื่อง ความท้าทายอุดมศึกษาไทยในอนาคต และ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ว่าที่เลขาธิการอาเซียน บรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทการศึกษาไทยในกลุ่มอาเซียนในทศวรรษหน้า</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พลเอกเปรมพูดในประเด็นว่าในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสังคม ทำอย่างไรให้อุดมศึกษาสร้างความรู้คู่คุณธรรม สร้างความสมานฉันท์ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีภูมิคุ้มกันให้แก่สังคม ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คำพูดหนึ่งของพลเอกเปรมที่ผม(สุรเชษฐ)ชอบมากคือ ผมพูดกับอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายๆ ครั้งว่า หากเราไม่เป็นอาจารย์ด้วยจิตวิญญาณแล้ว เราคงจะขาดสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นอาจารย์ที่ดี ผมเคยเขียนเรื่องทำนองนี้ในบันทึกเรื่อง จงทำตามที่ครูสอนแต่อย่าเอาอย่างครู และคุณลักษณะหนึ่งของครูคือความอ่อนน้อมถ่อมตนเพราะครูไม่ได้รู้ทุกเรื่อง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ บอกว่า เราไม่ควรผลิตคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมไทยเท่านั้น แต่เพื่อผลิตบุคลากรโลกด้วยได้หรือไม่ คือทำให้ไทยเป็น hub (ศูนย์กลาง) ด้านการศึกษาของโลกด้วย ท่านบอกว่าอันนี้จะเป็นยุทธวิธีหนึ่งที่จะขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ไปแข่งกับประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ พร้อมยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ที่สิงคโปร์มีนักศึกษาต่างชาติไปเรียนอยู่ราว 5 หมื่นกว่าคน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเปิดดูข้อมูลของกระทรวงศึกษาฯ สิงคโปร์ พบว่า คนสิงคโปร์เองที่จบมัธยมแล้วเรียนต่อมีเพียง 28,901 คน (ข้อมูลปี 2549) นั่นคือ เขาประสบความสำเร็จในการขาย การศึกษา ให้คนต่างชาติ เมื่อค้นดูในเว็บไซต์ยังพบว่า รายได้จากธุรกิจการศึกษาของเขาขณะนี้ตกปีละพันล้านเหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นร้อยละ 3 ของจีดีพี เขาตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2558 จะเพิ่มตรงนี้เป็นร้อยละ 5 และเขาก็มุ่งมั่นทุ่มเททรัพยากรลงไปตรงนั้นมาก ตั้งหน่วยประสานงานเรื่องนี้ขึ้นจาก 5 หน่วยงานเลย รวมทั้งการท่องเที่ยวด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อนำความคิดคุณสุรินทร์มาเชื่อมโยงกับข้อมูลดังกล่าว ผมก็เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า โจทย์ ทิศทางอุดมศึกษา ที่ท่านกล่าวถึงคืออะไรกันแน่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตามข้อมูลข้างต้น โจทย์ของสิงค์โปร์คือจะเอาการศึกษามาเป็นสินค้าและบริการอีกตัวหนึ่งที่จะนำรายได้เข้าประเทศในสัดส่วนที่สูงขึ้นได้อย่างไร เพราะรายได้หลักของประเทศเขามาจากการค้าและบริการ เขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกหรือพื้นที่สำหรับทำอะไรมาก เขามีคนเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุด และประชากรเขามากกว่าครึ่งประเทศก็จบอุดมศึกษา (ประชากรไทยจบอุดมศึกษาเพียงร้อยละ 12)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมว่าโจทย์ของบ้านเราน่าจะเป็นคนละอย่างกับสิงคโปร์ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมว่าเราไม่ควรไปทุ่มเทเวลา ปัญญา และทรัพยากร ไปกับการกำหนดทิศทางอุดมศึกษาไทยให้เป็นธุรกิจการศึกษาที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศ ไม่ต้องกำหนดยุทธวิธีพัฒนาการอุดมศึกษาไทยด้วยการแข่งกับสิงคโปร์หรือประเทศไหนในอาเซียน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตาม หากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนใดจะทำเช่นนั้นก็เป็นเรื่องของเขา เพราะเขาต้องแข่งขันต้องอยู่รอดด้วยตัวเขาเอง แต่กระทรวงศึกษาไทยไม่ควรไปเล่นเกมนั้นกับเขา </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ยิ่งถ้าเข้าใจที่พลเอกเปรมปาฐกถานำเกี่ยวกับภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องมีส่วนสำคัญในการร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของสังคมให้มีคุณค่าต่อการสร้างความรู้คู่คุณธรรม สร้างความสมานฉันท์ รวมทั้งเรื่องสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการมีภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว กระทรวงศึกษาธิการไทยและหน่วยงานการศึกษาของรัฐที่ใช้เงินภาษีประชาชนยิ่งไม่ควรไปทำเรื่องดังกล่าว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อีกคนหนึ่ง คือ นายวิจิตร ศรีสะอ้าน รมต.ศึกษา ดูเหมือนท่านทำท่าจะตีโจทย์แตกเมื่อท่านพูดว่า สิ่งที่ท้าทายอุดมศึกษาไทยคือการนำสังคมไทยสู่สังคมฐานความรู้ แต่พอขยายความลงไปในรายละเอียด ผมอ่านแล้วงง เพราะเนื้อหาที่ตามมา ผมไม่พบคำตอบว่าท่านจะทำอย่างไรในการนำสังคมไทยสู่สังคมฐานความรู้ ท่านพูดเรื่องงานวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งก็เกี่ยวข้องอยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด แล้วก็ไปลงในรายละเอียดเรื่องเส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรสายผู้สอนสายวิชาการ ที่ท่านจะเสนอ กพอ.ให้ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะให้สองกลุ่มเติบโตข้ามสายได้ ฯลฯ  แล้วก็มีเรื่องมหาวิทยาลัยต้องให้บริการวิชาการและการผลิตบัณฑิตที่ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของผู้ลงทุน (ใครคือผู้ลงทุน???)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยตรงที่ท่านพูดว่า มหาวิทยาลัยไม่ควรลอยตัวเหนือชุมชน ต้องเข้าไปดูแลและเชื่อมต่อชุมชนและท้องถิ่น แต่ก็ไม่เห็นมีการอธิบายขยายความอะไรตรงนี้ (เขียนมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ผมทำอยู่ นั่นคือการร่วมกับมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งเข้าไปเชื่อมต่อชุมชนท้องถิ่นตามที่ท่านว่า ทำมาสองปีแล้ว แต่ผมไม่เห็นความพยายามอย่างเพียงพอของท่านในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้นสามารถทำอย่างที่ท่านว่าได้อย่างสะดวก ทั้งในด้านหลักสูตรและด้านทุนกู้ยืมเรียน)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลับมาเรื่องปาฐกถาของท่าน โดยสรุปคือผมอ่านแล้วไม่สามารถโยงส่วนที่เป็น body of message ที่ท่านเสนอ กับส่วน intro ที่ดูดี(และน่าตื่นเต้นมาก)ของท่านไม่ติด หรือว่าบางทีการทำงานบริหารที่อยู่กับรายละเอียดมากมายหลายเรื่องพร้อมๆ กัน ก็เลยทำให้พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนบดบังทรรศนะหลักเรื่อง ทิศทางอุดมศึกษาไทยที่จะนำพาสังคมไทยสู่สังคมฐานความรู้ (อาจเป็นไปได้ว่าท่านพูดตรงนั้นแล้วก็ได้ แต่มติชนไม่ได้เอาตรงนั้นมาสรุปรายงานด้วย)</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่ผมอยากฟังหรืออยากเรียนรู้จากท่านก็คือ ท่านจะมีวิธีผลักดันอุดมศึกษาไทยไปสู่ตรงนั้นอย่างไร เพราะคำตอบ how สำหรับเรื่องนี้คงต้องผ่านการใช้พลังความคิดและกระบวนการคิดมากทีเดียว </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในทรรศนะผม ภารกิจพื้นฐานหรือโจทย์หลักของกระทรวงศึกษาธิการในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนในบ้านเมืองเรา (เอาบ้านเมืองเราก่อน ยังไม่ต้องพูดถึงบ้านเมืองอื่น) ได้มีการเรียนรู้ มีสติปัญญา คิดเป็น และมีอาชีพ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกิน (คำพูด ดร.เสรี พงศ์พิศ) โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ซึ่งตามความเข้าใจผมไม่ใช่การมุ่งแข่งกับคนอื่น แต่แข่งกับตัวเอง แข่งกับความไม่พอเพียงของตัวเอง กับกิเลสของตัวเองก่อน แต่ละคนสามารถประเมินว่าแค่ไหนคือ พอประมาณ สำหรับตัวเอง อย่างไรจึงเรียกว่า "มีเหตุมีผล" และจะสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" สร้างความยั่งยืนให้ตัวเองอย่างไร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะทำการศึกษาอย่างไรให้คนมีความมั่นใจในตัวเอง ไม่เอาชะตากรรมของตัวเอง ของครอบครัว ของชุมชนไปฝากไปตั้งความหวังไว้กับคนอื่น กับธนาคารกับนายทุนเงินกู้หรือกองทุนเงินกู้กองทุนฟื้นฟู กับผู้แทน (หรือแม้แต่กับรัฐบาล) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะทำการศึกษาอย่างไรให้คนใช้ความรู้เป็นฐานในการคิดการตัดสินใจ รู้จัก-สามารถแสวงหา-และใช้ข้อมูล-ข่าวสาร-ความรู้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ใช้ มั๊งศาสตร์ (คำของคุณหมอประเวศ วะสี หรือลุงประยงค์ รณรงค์ จำไม่ได้) ที่ทำบนฐานการ เข้าใจว่า”“เชื่อว่า”“คิดว่า สรุปคือบนฐานความไม่รู้ ที่คิด-เชื่อ-และทำอะไรโดยไม่ใช้ข้อมูล ไม่มีความรู้ (หรือทำตามคนอื่นบอก คนอื่นหลอก)</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เคยได้ยินผู้บริหารบางคนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพูดถึงการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาว่าต้องครอบคลุมถึงผู้ใหญ่ในสังคมที่ทำงานแล้ว ที่ขาดโอกาสที่จะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือการศึกษาระดับอุดมศึกษานอกระบบ นั่นคือท่านสามารถมองการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้เลยออกไปจากการศึกษาที่จำกัดอยู่แต่ผู้ใหญ่วัยต้น (young adult) ซี่งเป็นเรื่องน่ายินดี</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปัญหาก็คือ how อีกนั่นแหละ ฟังคล้ายๆ กับว่าให้วิทยาลัยชุมชนเป็นกลไกสำคัญ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยหน้าที่การงานของผมทำให้ผมได้รู้ว่ามีประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลที่กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วแผ่นดินนี้ ที่ต้องการโอกาสในการศึกษา แต่ไม่มีหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาอุดมศึกษาผู้ใหญ่ในบ้านเรา (หลักสูตรทางไกลแบบให้ผู้ใหญ่ท่องหนังสือไปสอบไม่ใช่คำตอบ) </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมกำลังพูดถึงการศึกษาระดับ อุดมศึกษา ที่เรียนเพื่อ รู้คิด ได้ทั้งปริญญาชีวิตทั้งปริญญาวิชาการด้วย ไม่ใช่หลักสูตรฝึกอาชีพ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประสบการณ์ที่ทำโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตร่วมกับมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นสิบกว่าแห่งกับศูนย์เรียนรู้ของท้องถิ่นที่ประชาคมในท้องถิ่นเป็นเจ้าของเอง(ไม่ใช่ สาขา ของมหาวิทยาลัยหรือของหน่วยงานผม) ยิ่งทำก็ยิ่งเชื่อว่า การอุดมศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ตามแนวทางที่ทำอยู่นี้เป็น ทิศทางที่ท้าทาย จริงๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่พยายามตอบโจทย์ว่าการเรียนการสอนแบบไหนที่เอาชีวิตของผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่เป็นตัวตั้ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นการเรียนรู้ที่เอาปัญหาในชีวิตในชุมชนเป็นตัวตั้ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นการจัดการเรียนรู้จากการปฏิบัติกับปัญหาเหล่านั้นจริง (ไม่ใช่ท่องหนังสือสอบ)  </p><p>และเมื่อเรียนแล้วชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว ดีขึ้นระหว่างเรียนเลย ไม่ต้องรอให้เรียนจบได้ใบปริญญาก่อนแล้วค่อยเอาความรู้ไปใช้</p><p>สุดท้ายขณะเรียน(ในกลุ่มรายวิชาการจัดการชุมชนหลายวิชา)ก็สามารถฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนไปในขณะเรียนเลย (เป็นเนื้อเดียวกันเลย)  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำหรับผมแล้ว นี่คือ ทิศทางอุดมศึกษาไทยที่ท้าทายต่อโจทย์ของชาวบ้านจริง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมยังจำคำพูดคุณหมอประเวศ วะสี เมื่อปลายปีที่แล้วว่าสิ่งที่พวกเรากำลังทำนี้เป็นการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริงในรอบร้อยปีเลยทีเดียว!</p>