วิจัยวิชาภาษาอังกฤษ

ศึกษาการหาประสิทธิภาพของสื่อแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้    เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น  

ความมุ่งหมายของการศึกษาคว้า

             1. เพื่อสร้างแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษ   ชั้นประถมศึกษาปีที่  6            2. เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ ที่จัดทำขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน80/ 80

3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน   ด้วยการเรียนที่ใช้แบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า

 1.      ได้แบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/802.      เป็นการนำสื่อมาประกอบการสอน   ซึ่งช่วยลดบทบาทการสอนที่มีครูเป็นศูนย์กลาง  เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีโอกาสศึกษาด้วยตนเอง   3.      สามารถนำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้   ไปใช้สอนซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนช้า  หรือนักเรียนสามารถศึกษาบทเรียนนอกเวลา   เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์4.      นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชากลุ่มประสบการณ์พิเศษ(ภาษาอังกฤษ)  สูงขึ้น5.      เป็นสารสนเทศในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษและกลุ่มวิชาอื่น ๆ  6.      เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอนที่ทันสมัยและราคาถูก   มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ตรงตามเนื้อหาและหลักสูตร 

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

             1. ประชากรที่ศึกษาในครั้งนี้    ได้แก่   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา  2552   โรงเรียนวัดวงษ์สวรรค์   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จำนวน  11  คน            2. เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า   ได้แก่   แบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6   ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ   พุทธศักราช  2544               3. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน   เป็นแบบทดสอบชุดเดียวกันแต่สลับข้อ            4. ตัวแปรที่ศึกษา   คือ                -   ตัวแปรอิสระ   ได้แก่   การสอนโดยใช้แบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้                -   ตัวแปรตาม   ได้แก่   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้แบฝึกพัฒนาการเรียนรู้

 

ระยะเวลาดำเนินการ

             ในการจัดทำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่  6.    มีระยะเวลาดำเนินการตามขั้นตอน  ดังนี้            1. ปีการศึกษา  2549   รวบรวมปัญหาและสาเหตุ   ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะพัฒนาการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น            2. ปีการศึกษา  2550   ศึกษาหลักสูตร   ตลอดจนเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาสร้างแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่  6   ได้นำไปทดลองใช้กับนักเรียนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง   และแบบกลุ่มเล็ก   เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้    แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข            3. ปีการศึกษา  2549   นำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6   จำนวน  11   คน   พร้อมกับเผยแพร่ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ  ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา    และโรงเรียนต่าง ๆ  ที่สนใจทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดอีกด้วย   

นิยามศัพท์เฉพาะ

             1. นักเรียน   หมายถึง  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  โรงเรียนวัดวงษ์สวรรค์    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1   ปีการศึกษา  25502. ประสิทธิภาพของแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้   หมายถึง   คุณภาพของบทเรียน  ที่ผู้เรียนเรียนจากแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้แล้ว  สามารถทำแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียน  และแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ  80/80                        80   แรก   หมายถึง   ร้อยละ  80   ของค่าเฉลี่ยคะแนนรวมแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียน  ของแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้   ที่นักเรียนทำได้ถูกต้อง                        80   หลัง   หมายถึง   ร้อยละ  80  ของค่าเฉลี่ยคะแนนรวมแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่นักเรียนทำได้ถูกต้อง   หลังจากการเรียนด้วยแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้                5. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน   หมายถึง   แบบทดสอบแบบปรนัยที่สร้างขึ้น   สำหรับใช้วัดความรู้ของนักเรียนตามหลักสูตร    โดยวัดก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้   ซึ่งมีทั้งหมด  60  ข้อ   และได้หาประสิทธิภาพค่าความยากง่าย   ค่าอำนาจจำแนก   ค่าความเชื่อมั่น  อยู่ในระดับมาตรฐาน            6. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หมายถึง   คะแนนที่นักเรียนทำได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้            7. การสอนโดยใช้แบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้  หมายถึง  การสอนที่ให้นักเรียนกลุ่มประชากรที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ  ด้วยแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้