การใช้แรงงานหญิง

การใช้แรงงานหญิงจุดประสงค์การเรียนรู้ผู้เรียนสามารถบอกเงื่อนไขการทำงานและสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างหญิงได้ ลูกจ้างหญิงห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทำงาน ต่อไปนี้ 1.  งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา  เว้นแต่ลักษณะของงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้างหญิงนั้น   2.  งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป  3.  งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ   4.  งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ลูกจ้างหญิงมีครรภ์1.  ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทำงาน ดังต่อไปนี้ 1.1  ในระหว่างเวลา 22.00น.-06.00น.  ทำงานล่วงเวลา  และทำงานในวันหยุด1.2  งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน 1.3  งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ 1.4  งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกิน 15  กิโลกรัม 1.5  งานที่ทำในเรือ 1.6  งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 2.  ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานจากหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ในกรณีที่มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่า ไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้ 3.  ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ การคลอดบุตร1.  ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 เดือน ก่อนวันคลอดบุตร2.  ผู้ประกันตนหญิงที่ลาคลอดหรือแท้งบุตรที่ตั้งครรภ์ไม่น้อยกว่า 28 สัปดาห์  และไม่ว่าจะทำงานมาแล้วกี่วันก็ตาม  มีสิทธิลาได้  2  ครรภ์  โดยใน 1 ครรภ์ ลารวมกันได้ไม่เกิน 90 วันให้นับรวมวันหยุดระหว่างวันลาด้วย   ให้ได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลาคลอดไม่เกิน 45  วัน  และไม่ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ต่อนายจ้าง3.  ผู้ประกันตนหญิงได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร  เหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา  90 วัน4.  ผู้ประกันตนหญิง  หรือผู้ประกันตนชายที่มีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย  หรือหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยาแต่มิได้จดทะเบียนสมรส  ได้รับสิทธิจากเงินค่าคลอดบุตร  เหมาจ่าย  12,000  บาท/ครั้ง5.  สามีและภรรยาที่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตร  รวมกันไม่เกิน 4  ครั้ง6.  ผู้ประกันตนสามารถเลือกใช้สถานพยาบาลสำหรับลาคลอดหรือแท้งบุตร