อินเดียเป็นประเทศใหญ่ อนาคตจะเป็นมหาอำนาจ ในเวทีโลก ด้วยประชากรพันกว่าล้านคน ทุนมนุษย์ที่มีความรู้สูงในด้านวิชาการ ไอที นักธุรกิจอินเดียค้าขายเก่งและติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่อินเดียมีปัญหาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับล่างที่ยังไม่มีความรู้พื้นฐานในเรื่องที่เกียวกับการดำเนินวิถีชีวิตของตน เช่นในเรื่องสาธารณสุข สุขภาพ โภชนาการ การจัดการสาธารณะ และการจัดการความรู้ในระดับครอบครัว ฯลฯ อาจเพราะเหตุที่มีคนจนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง....................เราจึงเห็นภาพที่ไม่เข้าใจและต้องตั้งคำถามในใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เช่นภาพคนจนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ความสกปรกในที่สาธารณะ อาคารที่ชำรุดเสียหาย ผู้คนที่ไม่ดูแลตนเอง ถนนที่ชำรุดไม่มีการดูแล ฯลฯ อีกมากมาย
คนไทยเป็นคนที่มีการพัฒนาตนเองค่อนข้างสูง รวมทั้งรู้จักใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้ชีวิตประจำวันดีขึ้นมาก ในต่างจังหวัดของบ้านเรา เท่าที่ผมไปพบเห็นมา ทุกบ้านจะรู้จักการจัดการพื้นฐาน ไม่ว่าจะเรื่องขยะ อนามัย ความสะอาด การเก็บน้ำ การเก็บถนอมอาหาร การทำบ้านให้น่าอยู่ ทั้งที่ไม่ได้รวยหรือมีฐานะ แต่บ้านก็ดูดีตามฐานะของตน แม้ในด้านของสาธารณะ สังคมไทยก็พัฒนาขึ้นมาก ในสมัยหนึ่งเรามีการรณรงค์ความสะอาดเรื่อง"ตาวิเศษ" ซึ่งต่อมาได้ผลมาก คนไทยรู้จักการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง กทม.ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ตามถนนหนทางจะมีการทำความสะอาด เรียบร้อย น่าดู เรียกว่าคนไทยมีการดูแลสุขอนามัยทั้งส่วนบุคคลและส่วนรวมได้ดี
ภาพที่แตกต่างระหว่างสองสังคมนี้ ทำให้ผมคิดว่า ความรู้พื้นฐานของสังคมไทยเหล่านี้ จะสามารถถ่ายทอดเพื่อประโยชน์ของคนในสังคมอื่นได้ เช่นอินเดีย
ไทยเคยรับสิ่งต่างๆ ของอินเดียมาตั้งแต่โบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นภาษา ศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ จนกลายเป็นของไทยล้วนๆ แต่ก็สะท้อนให้เห็นความใกล้ชิดระหว่าง 2 สังคมนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไทยช่วยอินเดียได้ ในแง่ของการนำความรู้เหล่านี้ไปเผยแพร่ให้ประชาชนระดับล่างของอินเดียได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ถือเป็นการให้กลับคืนสิ่งที่เราเคยได้ประโยชน์จากเขามาช้านาน
จะทำอย่างไรให้ความรู้เหล่านี้ถึงคนระดับล่างของอินเดีย ยังนึกไม่ออกครับ
ชาว G2K คงต้องช่วยกันคิด ว่าจะทำให้เกิดการถ่ายเทความรู้เหล่านี้ไปยังอินเดียได้.......ฝากการบ้านไว้หน่อยนะครับ
ด้วยความปรารถนาดี
ถ้าเราได้ทำงานร่วมกับคนอินเดีย เราคงได้ถ่ายทอดความเป็นคนไทยไปสู่พวกเขาเหล่านั้นได้ทีละเล็กละน้อย วันละนิดละหน่อย เชื่อว่า อย่างน้อยสิ่งที่เราได้ถ่ายทอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่านั้นเขาก็คงจะซึมซับไปเองค่ะ
เป็นที่น่าดีใจว่า ในเร็วๆ นี้ การบินไทยจะเพิ่มเที่ยวบินไปอินเดียจากวันละเที่ยวเป็นวันละ 2 เที่ยวครับ จะเป็นโอกาสให้คนไทยและอินเดียได้ไปมาหาสู่กันมากขึ้น ก็จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยน ถ่ายถอดความรู้กันในระดับประชาชนครับ
ขอบคุณครับในข้อคิดเห็น
มีเพื่อนทำงานกับคนอินเดียค่ะ เขาจะสอนคนเหล่านั้นเริ่มจากเรื่องพื้นฐานก่อนเช่น การอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายก่อนมาทำงาน การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สะอาด การทำความสะอาดห้องทำงาน การเก็บกวาด เช็ดถู จนไปถึงการทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งเขาบอกว่าได้ผล คนอินเดียที่เป็นลูกน้องเขาเหล่านั้นมีความเป็นระเบียบมากขึ้นค่ะ
อ่านเรื่องประเทศอินเดียที่คุณเขียนได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยค่ะ ดิฉันสนใจประเทศนี้มานานแล้ว จะซื้อหาหนังสือเกี่ยวกับประเทศนี้มาอ่านเยอะมากค่ะ ไปร้านหนังสือทีไรจะแวะดูว่า มีท่านใดเขียนเกี่ยวกับประเทศนี้เพิ่มมาอีกบ้าง
ไวๆนี้หวังไว้ค่ะว่าจะได้ไปเที่ยวอินเดียบ้าง ตอนแรกวางโปรแกรมว่าจะไปเดือนตุลานี้กับอาจารย์ที่นับถือท่านหนึ่ง แต่ติดธุระเลยไม่ได้ไป ปล่อยอาจารย์ไปทัวร์ท่านเดียวค่ะ
ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ ว่าจะมีความคิดอะไรช่วยได้
ความจนและวนเวียนใช้ชีวิตอยู่แบบเชื่อการดลบันดาลจากเทพเจ้า ทำให้ยากนะคะที่เขาจะเชื่อในศักยภาพของตนเอง และมีความหวังคู่ไปกับพลังของตนเอง
เดือนพฤศจิกายน จะมีงานด้านหัตถกรรมนานาชาติที่นิว เดลี คิดว่าชื่อ Delhi HAAT วางแผนไว้คร่าวๆว่าอาจจะไปค่ะ จะมีส่วนของคนไทยไปร่วมงานด้วย หากได้ไปอาจมีโอกาสได้สวัสดี พบกันนะคะ
ครับ โอทอบก็เป็นด้านหนึ่งที่ไทยสามารถเผยแพร่ให้คนอินเดียระดับชุมชนได้เรียนรู้ และโดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ที่จะทำให้ชีวิตสมดุลย์และยั่งยืน น่าจะเป็นแนวทางที่ดีครับ
ยินดีครับ
จากที่ทราบ ประเทศไทยโดยกระทรวงมหาดไทยได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองนอกกับหลายประเทศแล้วเช่น ภูเก็ตกับเมืองนาคอดกา รัสเซีย สกลนครกับจังหวัดกวางบิงห์ เวียดนาม สมุทรสาครกับเมืองซินโจว จีน เชียงใหม่กับเมืองย็อกยาการ์ตา อินโดนีเซีย
ส่วนกับอินเดีย ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับเมืองPort Blair ของอินเดีย ตั้งแต่ปี 2547ถ้าจะมีการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างนิวเดลลีกับไทย ไม่ทราบว่านิวเดลลีจะอยู่ใกล้กับกรุงเทพหรือจังหวัดไหนของไทยนะคะ ส่วนใหญ่เขาจะทำในจังหวัดที่ใกล้กันใช่ไหมคะ
ในกรณีของเดลีกับกรุงเทพฯ เป็นระหว่างเมืองหลวงกับเมืองหลวงครับ
อย่างไรก็ดี ความริเริ่มต้องมาจากความตั้งใจและจริงใจครับ ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคนของทั้งสองเมือง ให้เจริญไปด้วยกัน
ด้วยความปรารถนาดี
ใช่ค่ะ
แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะมีผู้บริหารของไทยท่านไหนสนใจที่จะทำนะคะ ใครจะเป็นผู้ริเริ่ม
อาจทำได้โดยจัดนำนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ของทั้งสองประเทศเดินทางไป-กลับ แลกเปลี่ยนทำความคุ้นเคยกับเมืองทั้งสอง เพื่อเป็นลู่ทางไปสู่การลงทุน การพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างกันต่อไป
สวัสดีค่ะ
ขอแสดงความคิดเห็น ในส่วนของด้านสาธารณสุขนะคะ เนื่องจากทำงานอยู่ในจุดย่อยที่สุดของสาธารณสุข นั่นคือดูตั้งแต่ครอบครัว หมู่บ้าน และตำบล อันเป็นการสิ้นสุดภารกิจทีรับผิดชอบ สาธารณสุขเรามืสื่อที่ช่วยในการทำงานมากมาย ซึ่งคิดว่า การสอนด้วยภาษากลาง คือการแสดงให้ดู จะสื่อกันได้ง่าย สนุก ขอยกตัวอย่างนะคะ ถ้าอยากให้เขามีพฤติกรรมในการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร เราก็จะเปิดCDแสดงวิธีการ สาธิตให้เขาดู และ ทำตาม ไปได้เลย จะก่อให้เกิดความสำเร็จผลตามประสงค์นั้นเมื่อการแสดงจบ และสามารถนำมาเปิดทบทวนได้อีก จนเข้าใจและทำได้ทั้งกลุ่ม ง่ายๆ
แต่สำหรับอินเดีย เท่าที่มองเห็น การพัฒนาของเขาไม่น่าเกิดจาก รูปแบบ หรือวิธีการ แต่น่าจะเป็นกลยุทธมากกว่า ผู้ที่จะเข้าไปช่วยคือใคร ก็ในเมื่อชนชั้นวรรณะ ก็เป็นกำแพงกางกั้น กันเองแล้ว ดังนั้น คนวงนอกน่าจะทำได้ดีกว่า เริ่มจับจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดของแต่ละชนชั้นนั่นเอง ต้องหาจังหวะ เวที หรือจะสอดแทรกตอนไหน อันนี้ท่านทูตคงชำนาญอยู่แล้ว จับหัวแถวให้ได้ ยิ่งมีท่านทูตที่ขยัน และมีใจอยากช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ ยิ่งทำไม่ยาก เริ่มเรื่องด้านสาธารณสุขก่อน จะเป็นการแสดงให้เขาเห็นว่าเรามองเขาด้วยเห็นคุณค่าแห่งชีวิต ไม่มีใครปฏิเสธผู้เห็นความสำคัญของตนหรอกค่ะ นักการทูต มีความสามารถทะลุกำแพงใจคนได้อยู่แล้ว ทำได้แน่ค่ะ เอาเรื่องที่ขวางหูขวางตาที่สุดก่อนก็ได้ค่ะ ขอให้ความตั้งใจสำเร็จนะคะ
ขอบคุณครับ หากมีโอกาสคงได้ทำแน่ครับ
ผมเคยคิดนอกกรอบว่า ไทยเรามี TGN ที่สามารถแพร่ภาพไปได้ทั่วโลก รวมทั้งในอินเดียก็สามารถรับชมได้ จึงคิดว่า หากมีใครคิดทำรายการผ่าน TGN เป็นภาคภาษาอังกฤษ สอนเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ก็คงจะดี คนอินเดียจะได้รับความรู้เหล่านี้ไปด้วย.............ถือเป้นการส่งออกความเป็นไทยผ่านสื่อโทรทัศน์.....แต่ใครจะคิดแบบนี้บ้าง และจะหาใครริเริ่ม......
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่มีความเห็นเช่นนี้ค่ะ เพราะดิฉันรู้สึกเหมือนกัน ว่าบ้านเมืองเราสะอาดขึ้นค่ะ โดยเฉพาะที่เห็นอยู่ทุกวัน กรุงเทพฯค่ะ
คนไทยเป็นคนที่มีการพัฒนาตนเองค่อนข้างสูง รวมทั้งรู้จักใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้ชีวิตประจำวันดีขึ้นมาก ในต่างจังหวัดของบ้านเรา เท่าที่ผมไปพบเห็นมา