ให้ใช้เวทีครั้งนี้เป็นเวทีของ Success story sharing

วันศุกร์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๐ เป็นวันที่มีการจัด Mini KM workshop เรื่องการจัดค่ายเบาหวานที่โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎณ์ธานี คุณธัญญา หิมะทองคำ และคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน เดินทางมาจากกรุงเทพล่วงหน้า ๑ วัน เพื่อเตรียมความพร้อมและเตรียม จนท.ของ สสจ. ที่จะทำหน้าที่เป็น “คุณอำนวย”

ดิฉันออกเดินทางจากบ้านพักในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ตอนเช้ามืด ผศ.ดร.นัยนา หนูนิล ขอติดตามไปสังเกตการณ์ด้วย รถต้องไปรับอาจารย์นัยนาที่บ้านพักในเมืองตอน ๐๕.๓๐ น. และจะมารับดิฉันที่ มวล.ตอน ๐๖ น. ดิฉันเกรงจะตื่นไม่ทันเวลาจึงขอให้อาจารย์นัยนาช่วยโทรศัพท์ปลุกตอน ๐๕ น. ด้วย

คืนนั้นเข้านอนเร็วกว่าปกติคือก่อน ๒๓ น. ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะตื่นตอน ๐๕ น. หลับได้ไม่ยาก แต่ปรากฏว่าตื่นขึ้นมาเสียหลายครั้ง ลุกขึ้นมาเปิดไฟดูนาฬิกา ครั้งแรกตอน ๒๔ น.กว่า ครั้งที่ ๒ เกือบตี ๓ ครั้งที่ ๓ เกือบตี ๔ ไม่กล้านอนต่ออีกกลัวจะเลยตี ๕ ลุกขึ้นมาต้มกาแฟดื่มแล้วเตรียมตัวตั้งแต่เช้าเลย รถมารับที่บ้านก่อน ๐๖ น.เล็กน้อย

อากาศตอนเช้าสบายๆ ท้องฟ้าโปร่ง สภาพสองข้างทางจากท่าศาลาไปสุราษฎร์ธานียังเหมือนๆ เมื่อหลายปีก่อน ดิฉันกับอาจารย์นัยนาคุยกันไปเรื่อยๆ เผลอเดี๋ยวเดียวก็ถึงที่หมายปลายทาง ไปถึงโรงแรมวังใต้ก่อน ๐๗.๓๐ น. คุณธัญญามองเห็นก่อนและออกมาต้อนรับ เรารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับคุณชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์ คุณหมอสุรเดช วลีอิทธิกุล เจ้าภาพหลักจาก สปสช.มาสมทบตอนหลัง

ได้เวลา ๐๘.๓๐ น.กว่า ผู้เข้าประชุมมากันเกือบครบแล้ว คุณหมอสุรเดชกล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุม

 

 นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล กล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุม

หลังจากนั้นคุณสุภาพรรณนำผู้เข้าประชุมทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อให้รู้จักกัน รู้จักทำงานร่วมกันเป็นทีม และรู้จักคิดนอกกรอบ ระหว่างนั้นมีผู้เข้าประชุมประมาณ ๔-๕ คนที่เพิ่งเดินทางมาถึง รวมทั้ง นพ.ภูมิวิชญ์ ขวัญเมืองและคุณทวิสา เครือแพ ผอ.และรอง ผอ.สปสช. เขตสุราษฎร์ธานี มาสมทบด้วย

 

 ใครเป็นใครกันบ้าง

 

 ช่วยกันทำงานเพื่อตอบโจทย์

หลังกิจกรรมจบ นพ.ภูมิวิชญ์ กล่าวต้อนรับและให้ข้อคิดที่น่าสนใจกับผู้เข้าประชุม พอจบก็ได้เวลาเกือบจะ ๑๐ น. แล้ว เราจึงพักรับประทานอาหารว่างกันก่อน

ต่อจากนั้นดิฉันรับหน้าที่เป็นวิทยากร เริ่มด้วยการแนะนำ Action review cycle แล้วให้ผู้เข้าประชุมบางส่วนได้ BAR ว่าคาดหวังอะไรจากการมาร่วมประชุมครั้งนี้ แล้วจึงบอกเป้าหมายของการประชุมครั้งนี้ว่าต้องการให้ผู้เข้าประชุมได้รู้จักและใช้ KM เป็นเครื่องมือพัฒนาการจัดกิจกรรมค่ายเบาหวาน/ค่ายกลุ่มเสี่ยง/ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ใช้เวทีครั้งนี้เป็นเวทีของ Success story sharing

ดิฉันแนะนำกิจกรรมที่เราจะทำกันในวันนี้ว่าจะแบ่งกลุ่มย่อยเป็น ๓ กลุ่ม ที่มี “คุณอำนวย” “คุณกิจ” และ “คุณลิขิต” แต่ละคนเป็นใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง วิธีการเล่าเรื่องความสำเร็จ/ความภูมิใจแบบ “ย้อนศร” ที่ไม่ต้องใช้เวลามาก การฟังอย่างลึก และการบันทึก “ขุมความรู้” เมื่อถึงตอนนี้ดิฉันได้คัดเลือกเรื่องเล่าที่ผู้เข้าประชุมส่งมาล่วงหน้า เรื่องที่น่าประทับใจเป็นของโรงพยาบาลเกาะสมุย ที่อ่านแล้วนึกเห็นภาพ walk rally ที่จัดที่ชายหาด ดิฉันจึงมอบหนังสือ “มหัศจรรย์แห่ง KM เบาหวาน” เล่มที่จัดพิมพ์ใหม่ที่เพิ่งได้รับมาจากโรงพิมพ์สดๆ ร้อนๆ ให้ ๑ เล่ม

ตอนที่วางแผนการจัดการประชุมครั้งนี้ กำหนดจำนวนผู้เข้าประชุมไว้ที่ ๓๐ คน เราจึงให้แบ่งกลุ่มย่อยเป็น ๓ กลุ่ม เตรียม “คุณอำนวย” ไว้ ๓ คน เป็นเจ้าหน้าที่ของ สสจ.ที่ต้องการฝึกการทำหน้าที่นี้ แต่จำนวนผู้เข้าประชุมจริงทั้งหมดในวันนี้มี ๓๗ คน กลุ่มจึงค่อนข้างใหญ่ เมื่อแบ่งกลุ่มย่อยแล้ว เราขออาสาสมัครในกลุ่มมาทำหน้าที่ “คุณลิขิต”

ดิฉันและคุณสุภาพรรณเข้าไปช่วยสนับสนุนบทบาททั้งของ “คุณอำนวย” และ “คุณลิขิต” แต่ละกลุ่มในช่วงแรกด้วย คุณธัญญาก็ช่วยสังเกตการณ์บรรยากาศของกลุ่มย่อยด้วย ใช้เวลาเพียงไม่นาน เมื่อ “คุณกิจ” คนแรกเล่าเรื่องของตนได้ “คุณกิจ” คนอื่นก็นึกออกว่าจะเล่าเรื่องของตนอย่างไร ดิฉันสังเกตเห็นว่า “คุณกิจ” แต่ละกลุ่มมุ่งความสนใจที่เรื่องเล่าของเพื่อนๆ เป็นอย่างดี มีการซักถามเพิ่มเติม เพราะต้องการรู้วิธีการปฏิบัติที่ละเอียดลงไปอีก

 

 บรรยากาศในกลุ่มย่อย

เสียงเล่าเรื่องเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มที่ ๒ จึงต้องย้ายทำเลใหม่ให้ห่างจากอีก ๒ กลุ่ม ทีมวิทยากรถอยห่างออกมาปล่อยให้แต่ละกลุ่มดำเนินกิจกรรมของตนเองไปตามธรรมชาติ กว่าจะเล่าเรื่องกันครบหมดทุกคนก็ล่วงไปถึงเวลา ๑๒.๑๕ น.แล้ว เราจึงพักรับประทานอาหารกลางวันและนัดให้กลับมาพร้อมกันในเวลา ๑๓.๓๐ น. โดยให้แต่ละกลุ่มกลับมาเขียน “ขุมความรู้” ลงใน card ที่เตรียมไว้ให้ให้แล้วเสร็จด้วย

วัลลา ตันตโยทัย