ทาง บวท. ส่งคำกล่าวเปิดเวที “ครูวิทย์ในดวงใจ” ครั้งที่ 2 มาให้ เขารู้ว่าผมเป็นโรคเสพติดความชื่นใจ จากการได้เห็นเรื่องราวดีๆ ในวงการศึกษา ผมไม่อยากชื่นใจคนเดียว จึงเอามาแบ่งปันกัน
"คำกล่าว ประธาน บวท.
ความสำคัญของการสร้างเครือข่าย
“ครูวิทย์ฯ ในดวงใจ ที่สร้างสรรค์การสอนให้เด็กรักวิทยาศาสตร์”
วันอังคารที่ 4 กันยายน 2550
ณ ห้องประชุม 110 ชั้น 1 อาคารสำนักงานกลาง อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
**********************************************
ท่านครูอาจารย์ ในดวงใจของเด็กเก่งๆ แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนทุกท่าน
พวกเรา มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) และทีมจาก สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) และของศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ศจ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รู้สึกดีใจที่ได้พบกับท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง ต้องบอกตรงๆว่า คิดถึง และกระหายที่จะได้เรียนรู้จากท่านครูอาจารย์ ตั้งแต่ที่เราได้พบกัน ณ โรงแรมศาลายาพาวิลเลี่ยน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล อ.ศาลายา จ.นครปฐม ในวันที่ 20 - 21 เม.ย.50 ต้องยอมรับว่า “โครงการเครือข่ายนวัตกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับโรงเรียน” ทำให้วิธีคิดบางอย่างเปลี่ยนไป (ในทางที่ดีขึ้น) เข้าใจและเรียนรู้ในเรื่อง KM ว่า เราจะสาดความสุขและความสำเร็จเข้าใส่กัน คิดถึงอดีตโดยมองไปในเรื่องที่ดีๆ เรียกว่า มองโลกในแง่ดี แทนที่จะเริ่มต้นในเรื่องของปัญหา การกระทำเช่นนี้ ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมาก
ต้องอ้างว่าผู้ที่ไม่ได้มานั่งในพิธีเปิดในวันนี้ ทั้งที่จริงๆแล้ว คือ ผู้ริเริ่มทำให้เรามีกิจกรรมนี้ คือ ท่าน อ.วิจารณ์ พานิช (ผอ. สคส.) ก็มีความรู้สึกเป็นสุขไม่น้อยเลย ดูได้จากบล็อกที่ท่านเขียนไว้หลังจากวันที่เราจัดประชุม (ปกติชอบอ่านบล็อกของท่านมาก) ขออนุญาตอ่านให้ฟังว่า
ก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของ KM ประเทศไทย
ค่ำวันที่ 22 เม.ย.50 ผมเปิด อี-เมล์ ได้รับ อี-เมล์ จาก ศ. ดร. ชัชนาถ เทพธรานนท์ รอง ผอ.สวทช. และ ศ.ดร.ยอดหทัย เทพธรานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บวท. ส่ง อี-เมล์ ของ ศ.ดร.ประมวล ตั้งบริบูรณ์รัตน์ ที่แสดงว่าทีมงานของ บวท. และ สวทช. ที่จัดการประชุมปฏิบัติการ "ครูวิทย์ในดวงใจที่สร้างสรรค์การสอนให้เด็กรักวิทยาศาสตร์" โครงการเครือข่ายนวัตกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับโรงเรียน ประสบความสำเร็จอย่างงดงามมาก
เป็นการนำเอา KM เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้เคล็ดลับในการสอนวิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียน ให้เด็กเกิดการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ (scientific thinking) ที่ผลสำเร็จของเวทีแลกเปลี่ยนนี้ทำให้ ศ.ดร.ประมวล ออกอาการเหมือนกินยาอีเข้าไป ศ.ดร.ชัชนาถใช้คำว่าอาการ ecstasy
และ ศ. ดร. ยอดหทัย บอกว่ารู้แล้ว ว่าหลังเกษียณอายุงานจริง ๆ จะไปทำอะไร
แม้เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมจะนอนไม่ค่อยหลับเพราะอากาศร้อน แต่ผมก็มีความสุขมาก เพราะ
1. KM ได้เข้าสู่วงการศึกษาอีกประตูหนึ่ง คือ ประตูการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
2. KM ได้เข้าสู่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของประเทศจำนวนหนึ่งที่มาเป็นวิทยากรของการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ ผมหวังว่าท่านเหล่านี้จะนำเทคนิค KM ไปใช้ในการทำงานที่หลากหลายต่อไป
3. KM แนว สคส. ได้เข้าสู่ สวทช. ผ่านสมาชิกของ สวทช. ที่มาร่วมการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ หวังว่าองค์กรใหญ่อย่าง สวทช. จะได้ใช้เทคนิคของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้ไปใช้ในการสร้างความสำเร็จขององค์กร และจะช่วยเผยแพร่เทคนิคนี้ในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศต่อไป
วิจารณ์ พานิช 23 เม.ย.50
เรียนคิดเชิงวิทยาศาสตร์ จากวิชาประวัติศาสตร์
วันที่ 20 เม.ย.50 ผมไปร่วมการประชุมปฏิบัติการ "ครูวิทย์ฯ ในดวงใจที่สร้างสรรค์การสอนให้เด็กรักวิทยาศาสตร์" โครงการเครือข่ายนวัตกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับโรงเรียน จัดโดย บวท. ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช., และ สคส.
ผมอยู่ร่วมงานได้เพียงครึ่งวัน คือช่วงเช้าวันที่ 20 เม.ย. แต่ก็เพียงพอที่จะ "ชื่นใจได้เรียนรู้" จาก อ. ศีลวัต ศุศิลวรณ์ แห่ง รร.เพลินพัฒนา
ผมได้เรียนรู้จากเรื่องเล่าเร้าพลัง (storytelling) ของ อ. ศีลวัต ว่าการเรียนรู้วิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์ (scientific thinking) นั้น ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ จะเรียนรู้ผ่านวิชาอะไรก็ได้ทั้งนั้น หากครู "คิด" จัดกระบวนการเรียนรู้เป็น และเข้าใจหัวใจของวิชาหรือศาสตร์นั้น ๆ
ครูปาด - อ.ศีลวัต เล่าเรื่องที่สอนให้ผม "ตาสว่าง" ว่าท่านสอนวิชาประวัติศาสตร์ โดยมีวิธีออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ (learning experience) ที่น่าทึ่งมาก
..ด้วยเหตุนี้ผมได้เรียนรู้จากเรื่องเล่าเร้าพลัง (storytelling) ของ อ. ศีลวัต ว่าการเรียนรู้วิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์ (scientific thinking) นั้น ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ จะเรียนรู้ผ่านวิชาอะไรก็ได้ทั้งนั้น หากครู "คิด" จัดกระบวนการเรียนรู้เป็น และเข้าใจหัวใจของวิชาหรือศาสตร์นั้น ๆ
อ. ศีลวัต เล่าเรื่องที่สอนให้ผม "ตาสว่าง" ว่าท่านสอนวิชาประวัติศาสตร์ โดยมีวิธีออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ ( learning experience) ที่น่าทึ่งมาก..."
วิจารณ์ พานิช 21 เม.ย.50
แบบที่ อ. วิจารณ์ ท่านว่าไว้ไม่มีผิด หลังจากวันนั้น ทีมงาน บวท. โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีม "คุณอำนวย" อันประกอบไปด้วย รศ.ดร.อุดมศิลป์ ปิ่นสุข ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ และ ผศ.ดร.ยุทธนา ตันติรุ่งโรจน์ชัย ก็เกิดอาการร้อนวิชา แบบ KM ขึ้นสมอง จำได้ว่ามีการนำเอา KM ไปทำกิจกรรมกับเด็กโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (JSTP)และที่อื่นๆอีก ซึ่งพวกเราก็คิดว่าท่านอาจารย์ทั้งหลายเกือบ 30 คน ก็คงได้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ที่เรามีร่วมกันออกไปสู่สังคมใกล้ตัวท่าน
ตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก บวท. มี TOR กับ สคส. ว่า จะต้องติดตามความเป็นไปของท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเกิดผลดีกับท่านทั้งหลาย เราก็จะได้ขยายกิจกรรมนี้ออกไปสู่ครูในภาคอื่นๆ นอกเหนือจากภาคกลางที่เราได้นำร่องในชุดนี้
เช่นเคย ทีมงานที่ลงแรงปฏิบัติอย่างแข็งขัน คือ อาจารย์หนุ่มๆ ที่เอ่ยชื่อไปแล้ว ทีมของคุณนภินทร จาก สคส. และทีมจากศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ศจ.) นำโดยคุณวันทนา ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ การที่มาจัดกิจกรรมที่นี่ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เข้าใจว่าคณะผู้จัดอยากให้ท่านครูอาจารย์ทั้งหลายที่สอนเด็กจนเก่งวิทยาศาสตร์ ได้เห็นชีวิตนักวิจัยที่แท้จริง ผู้ที่ทำงานอยู่ในศูนย์แห่งชาติ ของ สวทช. และบริษัททั้งหลายที่ทำวิจัยอยู่ใน “นิคมวิจัยแห่งนี้” ท่านอาจจะเกิดเครือข่ายกับเขาเหล่านั้น วันหลังอาจมีกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน ซึ่งก็เชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพของชาติ เราสามารถร่วมมือกันได้ ด้วยประสบการณ์ของนักวิจัยอาชีพ ขอยืนยันว่าการสร้างเครือข่ายมีความสำคัญมากๆ เราไม่สามารถประสบความสำเร็จในการทำวิจัยโดยลำพัง
ดังนั้น หวังว่ากิจกรรมครั้งที่ผ่านมากับครั้งนี้ ท่านทั้งหลายที่มีการทำงานเป็นเครือข่ายอยู่แล้ว (เห็นสัญญากันไว้คราวที่แล้ว) ก็จะกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่วนที่เป็นเครือข่ายเล็กก็จะขยายวงกว้างขึ้น และมาเป็นเครือข่ายกับ สวทช. หรืออุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยด้วยก็ดี เพราะที่นี่มีหลายกิจกรรมที่สร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนนิสิตนักศึกษาที่มีศักยภาพและมุ่งมั่นจะดำเนินชีวิตเป็นนักวิจัยในอนาคต"
นอกจากได้ชื่นใจจากคำกล่าวเปิดแล้ว ผมเชื่อว่าทาง บวท. จะส่ง “บันทึกคุณลิขิต” จากการประชุมมาให้อีกตามเคย แล้วผมจะนำมาแบ่งปันต่ออีก
หมายเหตุ
คุณนภินทร กลับมาจากการประชุมนี้ บอกว่า ศ. ดร. ยอดหทัย ไม่ได้กล่าวเปิดตามโผ (เป็นสไตล์ของท่าน) จึงหวังว่าทีมผู้จัดการประชุมจะถอดเทปคำกล่าวเปิดของท่านส่งมาให้ผมเอาขึ้น บล็อก ต่อไปนะครับ
วิจารณ์ พานิช
5 ก.ย. 50 ปรับปรุง 7 ก.ย. 50