วันที่ 1 ก.ย. 50 ผมยกเลิกการเข้าร่วมประชุม    เพื่ออยู่กับบ้าน ใช้เวลาทำสมองให้ว่าง      ใช้สมอง “คิดแบบไม่คิด” เพื่อใช้ชีวิตทำประโยชน์เชิงสร้างสรรค์

         ผมเป็นนักเรียนใช้ชีวิตแบบมั่วๆ ไม่จัดระเบียบตัวเองมากนัก     แต่ตอนนี้มี “การบ้าน” สำคัญที่สุด คือต้องเขียนต้นฉบับหนังสือ “ผู้บริหาร  องค์กรอัจฉริยะ  ฉบับนักปฏิบัติ” ให้เสร็จภายในเดือนกันยายน     ผมจึงเปิดฉากเขียน บทที่ 9  การประเมินแบบเสริมพลัง     โดยเขียนไปค้น Google ไป     การเขียนหนังสือ และค้นคว้าสมัยใหม่นี้สะดวกมากนะครับ     อยากได้อะไร Google บันดาลให้ได้หมด      ขอให้เชื่อม อินเทอร์เน็ต ได้เป็นได้ข้อมูล    

         การเขียนหนังสือ   “ผู้บริหาร  องค์กรอัจฉริยะ  ฉบับนักปฏิบัติ” นี้ ผมใช้วิธีเขียนแบบ ดึงออกมาจากประสบการณ์     ไม่อ้างอิงอะไรทั้งสิ้น     เพราะไม่ต้องการเขียนให้คนเชื่อ     แต่เขียนเพื่อกระตุกต่อมคิด     และยิ่งกว่านั้นเพื่อกระตุกต่อมปฏิบัติ

         ซึ่งก็หมายความว่า ผมเขียนจากต่อมปฏิบัติของผมนั่นเอง      และบางกรณีก็มาจากต่อมปฏิบัติของคนอื่นที่ผมได้รับรู้โดยตรงหรือโดยอ้อม     แล้วผมเอามา “กลั่น” ลงไปในหนังสือเล่มนี้

         ไอ้เจ้า “ต่อมปฏิบัติ” นี่ มันมีความพิเศษนะครับ     ผมพบว่า เราอาจดึงอนาคตมาเป็นปัจจุบันได้     คือผมกำลังต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการประเมินผลงานขององค์กร 2 องค์กร     คือ สสส. กับ สวรส.     และผมกำลังเตรียมไปเสนอให้เขาเน้นการประเมินแบบ Empowerment Evaluation หรือ  การประเมินแบบเสริมพลัง      ผมจึงใช้จินตนาการที่ผมจะเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือปฏิบัติ กับ 2 องค์กรนี่แหละ เป็นต้นร่างความคิด ที่เอามาบรรจุลงในหนังสือ     

         เอามาเล่าเพื่อให้เห็น life dynamics     เป็นการ ลปรร. ชีวิตการเรียนรู้ซึ่งกันและกันครับ

วิจารณ์ พานิช
1 ก.ย. 50