แนวคิดใหม่ในการประเมินเลื่อนวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา


เราจะดูจากผลที่เกิดจริงๆไม่ใช่ผลการเขียน โดยใช้หลักฐานหรือชิ้นงานจากการปฏิบัติงานจริงมากกว่าการมานั่งเขียนภายหลัง ไม่ต้องการให้ทำเอกสารใหม่ หรือหลักฐานใหม่ แต่ให้ใช้เอกสารที่ปฏิบัติงานอยู่ประจำเป็นหลักฐานการประเมิน
    เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ศ.ดร.สมหวัง  พิริยานุวัฒน์  ผอ.สมศ. ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเลื่อนวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา(ปรับปรุง ว.25) ได้กล่าวในที่ประชุมปฏิบัติการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์การประเมินดำรงวิทยฐานะฯตามมาตรา 55 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เกี่ยวกับแนวคิดในการประเมินเลื่อนวิทยฐานะที่กำลังปรับปรุงในขณะนี  สรุปความได้ว่า
      ผลการประเมินวิทยฐานะที่ผ่านมาไม่เกิดผลต่อการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างแท้จริง  และก่อให้เกิดปัญหาที่เป็นผลกระทบมากมาย  โดยเฉพาะการอบรมครูต่อไปนี้ต้องไม่ใช่มาอบรมเพื่อทำผลงาน  ต่อไปนี้การประเมินเลื่อนวิทยฐานะครูต้องเกิดจากผลการปฏิบัติงานจริงที่เกิดจากการทำงานปกติและเกืดความก้าวหน้าที่ผู้เรียนอย่างแท้จริง แล้วประเมินผู้บริหาร หรือ ศน.ก็จะสะท้อนจากผลการบริหาร/การนิเทศที่ปฏิบัติจริง  ไม่ต้องไปซุ่มเขียนตำรา เขียนผลงาน 
     ท่านกล่าวตอนหนึ่งว่า  เราต้องไม่ให้คนไม่ซื่อสัตย์ได้รับประโยชน์  อยากเห็นผู้บริหาร  ครู  ศน. ทำงานครบวงจร  เริ่มจากวางแผน  ดำเนินการ  ประเมิน  และรายงานผลการทำงาน  ซึ่งจะเป็นวิจัยในชั้นเรียนที่เป็นชีวิตจริง 
      ผู้บริหารสถานศึกษาก็ดูที่ SAR ของโรงเรียน ในระบบประกันคุณภาพภายใน ถ้าได้ผลดี  ได้มาตรฐานก็น่าจะผ่านการประเมิน   เรื่องคุณธรรมจริยธรรมน่าจะเน้นเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพเรื่องเดียวก็น่าจะคลุมทั้งหมด  ไม่ต้องประเมินมาก ถ้าไม่มีประวัติที่ไม่ดีก็น่าจะผ่านด้านนี้  ส่วนด้านคุณภาพการปฏิบัติงานของครูอยากให้ดูคุณภาพการสอนและการดูแลพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ  และผลงานวิชาการก็จะมาจากผลการสอนและการพัฒนาผู้เรียน
      เราจะดูจากผลที่เกิดจริงๆไม่ใช่ผลการเขียน  โดยใช้หลักฐานหรือชิ้นงานจากการปฏิบัติงานจริงมากกว่าการมานั่งเขียนภายหลัง  ไม่ต้องการให้ทำเอกสารใหม่ หรือหลักฐานใหม่  แต่ให้ใช้เอกสารที่ปฏิบัติงานอยู่ประจำเป็นหลักฐานการประเมิน  
     วิธีการประเมินอาจใช้การไปสุ่มตรวจโดยไม่ให้รู้ตัว  เราต้องช่วยกันแก้หรือลดวัฒนธรรม 3 เรื่องต่อไปนี้ให้ได้คือ
     1.เลิกระบบเวียนเทียน
     2.ให้คนปฏิบัติงานดีได้ก้าวหน้า
     3.ไม่ใช่ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร
      สิ่งที่ต้องระวังคือการกระจายอำนาจการวัดผลไปที่ อ.ก.ค.ศ.เขต โดยไม่ตรวจสอบจากส่วนกลาง (ก.ค.ศ.) จะเป็นอันตรายมาก  การจะรักษามาตรฐาน เมื่อกระจายไปแล้วต้องดูแล อาจเป็นการประเมินซ้อนประเมินก็ได้ 
      การประเมินวิทยฐานะต้องเอาคนภายนอกมากกว่าคนภายใน 2-3 เท่า  และเราน่าจะใช้การประเมินตามมาตรา 54 (เลื่อนวิทยฐานะ) และมาตรา 55 (ดำรงวิทยฐานะ) เป็นเครื่องมือในการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ ซึ่งควรเชื่อมโยงไปกับการประเมินผลประจำปีของหน่วยงานในเรื่องอื่นๆด้วย 
    
หมายเลขบันทึก: 125529เขียนเมื่อ 6 กันยายน 2007 03:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 07:44 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (9)

   เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ครับ

   ว่าแต่จะใช้เมื่อไหร่

   เดี๋ยวนี้การผิดจรรยาบรรณ ก็มีผลถึงให้ออก แล้ว

เห็นด้วยค่ะกับการประเมินตามแนวคิดข้างต้น แต่ว่าจะเป็นแนวปฏิบัติได้แค่ไหนเมื่อไหร่...คงต้องรอ

  • การประเมินวิทยฐานะต้องเอาคนภายนอกมากกว่าคนภายใน 2-3 เท่า  (แต่ที่ผ่านมามีปัญหาความไม่เข้าใจในลักษณะงานของผู้ถูกประเมิน...จึงยังควรมีผู้ประเมินที่เป็นคนในวงการ/สายงานอยู่ด้วยค่ะ  อย่างน้อย จะได้คอยอธิบายทีมงานในประเด็นที่ควรทำความเข้าใจ)
  • หากปฏิบัติได้คงจะดีนะคะ
  • ทุกวันนี้สงสารครูที่ไปเสียเงินกับพวกนักล่า...จัดสัมมนาตามจังหวัดใหญ่ๆ
  • หลงเชื่อว่าจะมีผู้ช่วยทำให้
  • หลายคนหมดเงินเป็นแสน
  • น่าจะรู้ๆกันอยู่ว่าใครอยู่เบื้องหลังวงจรนี้
  • ร่ำรวยกันทันตาเห็น
  • รอดูอยู่คะว่าเมื่อไหร่เวรกรรมจะตามทัน
  • ผู้ที่น่าสงสารที่สุดไม่ใช่ครูที่ถูกหลอก
  • แต่คือนักเรียนคะ

      

         น่าสงสารนักเรียนที่สุด

          ต่อด้วยสงสารประเทศไทย......

สวัดสีครับอาจารย์ธเนศ

   ลูกศิษย์ของอาจารย์ครับ  ผมเห็นด้วยอย่างมากถ้าเป็นอย่างนี้ก็ดีสิครับ  คนที่ตั้งใจทำงานมุ่งมั่นทำงานด้วยความตั้งใจ ทำด้วยแรงบันดาลใจ จะได้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น อย่างตัวอย่างที่โรงเรียนผม ผมได้เห็นหลายเรื่องรายที่ไม่ยุติธรรม แลเหมือนจะไม่โปร่งใสเอาซะเลยหลายเรื่องๆ ผมเป็นครูน้อยจะพูดอะไรได้มาก บารมียังมีไม่เยอะครับกำลังสะสมอยู่ ก็พยายามคิดถึงนักเรียนเสมอ ผมได้ทำตามแนวคิดอาจารย์บอกในบทความเลย แต่ไม่ยักเห็นเวลาประเมินครูต้นแบบเขาจะดูอะไรเลย เห็นเขาดูตามฟอร์มละครับ แถมว่าผมได้คะแนนต่ำซะด้วย แต่ก็แบบผ่านๆ นะครับ แต่ผมส่งไป 2 ลัง นะครับเป็นงานที่ผมเก็บไว้ตลอด ทำไป เก็บไป พัฒณาไปเรื่อยๆ และทุกสิ้นปีผมจะทำ AWR ผมทำมา 2 ปีแล้วครับ ก็พยายามปรับปรุงรูปแบบหรือไม่ก็วิธีการเก็บงานแบบใหม่ๆ ที่ดีกว่าอยู่ แต่อย่างไรก็ดีผมก็พยายามทำตัวให้เป็นครูมืออาชีพมากที่สุดแล้ว  ขอบคุณครับ

   การปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้  คงต้องปรับวัฒนธรรมการประเมินของผู้ประเมินด้วย เพราะเรายังมีอัตตาอยู่มาก 
    หากหลักเกณฑ์วิธีการได้ปรับแก้ดีแล้ว เรายังต้องสื่อสาร  สร้างความเข้าใจ  จัดกระบวนทัพการประเมินที่ดี  และที่สำคัญคือระบบกำกับติดตาม  ประเมินผู้ประเมิน(ซ้อนประเมิน) และมีมาตรการดำเนินการหากออกนอกรีดนอกรอย ก็ต้องแก้ไขจัดการทันที  จึงจะช่วยกล่อมเกลาสร้างวัฒนธรรมการประเมินที่มีคุณภาพได้

หลายเรื่องที่อยากให้รัฐบาลช่วย

1. ยกเลิก กบข.

2. ยกเลิกการตรวจสภาพรถยนต์ จักรยานยนต์ ไม่เห็นตรวจจริงจัง เสียเงินทำไม ใครได้ประโยชน์ ออกกฏหมายมาเพื่อผลประโยชน์ใคร

3. ยกเลิก พรบ.ประกันภัยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เสียทีได้ไหม มีแต่รายจ่ายทุกปี ทำไมต้องไปช่วยคนที่ขาดความรับผิดชอบ คนทีประมาท ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ใครทำผิดก็รับผิดชอบเองซิ ดีไหม

4. อยากให้มีกฏหมายตรวจสอบคอรัปชั่นที่เป็นรูปธรรม เห็นด้วยกับพันธมิตรที่ให้ตรวจสอบว่าก่อนเข้ารับตำแหน่งมีทรัพย์สินอะไรบ้าง พอหมดวาระมีทรัพย์สินอะไรบ้างเกินจริงเท่าไร บอกที่มาได้ไหม ตั้งแต่มี ปปป. ปปช. ยังไม่เห็นตรวจสอบผู้บริหารที่โกงกินได้เลยสักราย เช่น รมต. หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รำรวยผิดปกติ ไม่เห็นมีใครตรวจสอบเจอสักราย น่าสงสารประเทศไทย(คนไทย) ต้องช่วยกันเสียภาษีเพื่อให้คนโกงบ้านกินเมืองเขาร่ำรวยบนความทุกข์ของทุกคนที่อยู่บนพื้นแผ่นดินไทย

รัฐบาลทุกรัฐบาลบอกว่าจะปราบทุจริต คอรัปชั่น ไม่เห็นมีใครทำได้ เพราะทุกรัฐบาลก็มีคนที่คอยเขมือบ(ขอโทษใช้ภาษาไม่สุภาพ)เช่นเมกกะโปรเจ็กต่างๆ เฮอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อยากให้มีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาเชิงประจักษ์ มีคณะกรรมการมาดูการปฏิบัติงานจริงๆด้วยตนเอง ไม่ต้องมีการเล่นพรรคพวกหรือใช้ความสะดวกอย่างอื่นเข้าช่วย และนโยบายทางการศึกษา ควรลดภาระงานธุรการหรืองานอื่นๆที่นอกเหนือจากการสอนเพราะงานเอกสารมากๆไม่ได้ช่าวยให้มีเวลาเตรียมการสอนมากนัก ครูจะได้มีเวลาทุ่มเทการสอนให้ความรู้กับเด็กได้อย่างเต็มที่

ผมคิดว่าถ้าถามครู แทบทุกคนจะเห็นด้วยกับคุณมะขามป้อมทั้งนั้น ผมก็อยากเห็นเหมือนกัน จนเกษียณมาหลายปีแล้วเพิ่งจะเห็นการประเมินเชิงประจักษ์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากเขียนผลงาน แต่ก็เปิดโอกาสให้ประเมินแบบนี้ได้น้อยมาก

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี