จาก........

  เราจะเห็นวัฏจักร อันหนึ่ง ที่หมุนวนไปเหมือนกรงล้อ พบแล้วจาก แล้วพบ เป็นเช่นนี้ตราบนานเท่านาน จนกว่าจะหลุดพ้น.....  

  จากลา เป็นคำพูดที่หลายคนไม่อยากจะเอ่ย โดยเฉพาะกับสิ่งที่เรายังมี สายสัมพันโยงใยกันอยู่ แต่ที่สุด จะเอ่ย หรือไม่เอ่ย เราก็ต้องจากลากันอยู่ดี ถ้าเราสามารถมองย้อนอดีต ที่พ้นผ่านมา นับภพนับชาติไม่ถ้วน เราจะเห็นวัฏจักร อันหนึ่ง ที่หมุนวนไปเหมือนกรงล้อ พบแล้วจาก แล้วพบ เป็นเช่นนี้ตราบนานเท่านาน จนกว่าจะหลุดพ้น.....

   หากแต่เรายังเป็นปุถุขน คนธรรมดา ยังไม่อาจรู้เห็น หรือระลึกได้ ตามที่กล่าวมาแล้ว การจากกัน โดยเฉพาะจากตาย จึงยังสร้างความสะเทือนใจ หวั่นไหวในจิตใจของเราเสมอมา และหลายคนก็เฝ้าอธิษฐาน ขอให้การจากกันครั้งนี้ อย่าได้เป็นการลาลับกันตลอดไปเลย ขอให้เราได้มาพบเจอ ได้มาสร้างสรรสิ่งต่างๆ ที่ยังคั่งค้าง ไม่อาจสรุปจบได้ในชาตินี้ด้วยเถิด แต่แท้จริงแล้ว ด้วยแรงกรรมที่ผูกพัน แม้ไม่อธิษฐาน ก็ต้องมาพบเจอกันอยู่ดี

  เคยมีประสบการณ์การจากที่เกิดกับตัวเอง และเพื่อนต่างระดับภพภูมิกัน เราเป็นมนุษย์ เขาเป็นสัตว์ โดยส่วนตัวผู้เขียนไม่ชอบเลี้ยงสัตว์เลย แต่วันหนึ่ง ก็มีอันต้องมานั่งเลี้ยงลูกสุนัข พันธุ์ร็อตไวเลอ มีขนสีดำ และแลนมาร์ค ที่เหมือนกันทุกตัว สีน้ำตาล ตามส่วนต่างๆของร่างกาย จำได้ถึงการต้องใช้ความอดทนสูงมาก ต้องป้อนนมทั้งคืน มิฉะนั้น ก็จะมีเสียงร้องปลุกจนน่ารำคาญ ต้องอดตาหลับ ขับตานอน อยู่เป็นเดือน กว่าเขาจะกินอาหารอื่นได้ ในที่สุด มูก้าตัวน้อยก็เติบโตเป็นหนุ่ม แล้วก็มีเหตุให้บังเอิญว่า ช่วงนั้น ต้องอาศัยบ้านพักอยู่คนเดียว ก็เลยจะเห็นความดีของมูก้าขึ้นมาบ้างที่ได้มาเป็นเพื่อนกัน เขาฉลาดมาก ซน และมีข้อแม้ตลอด แต่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี

     ทุกเช้าพอเราออกจากบ้านไปทำงาน เปิดประตูรั้วปั๊บ มีอันต้องวิ่งแซงออกไปทันที ด้วยความกลัวถึงฤทธิ์เดชสุนัขพันธุ์นี้ จะไปทำร้ายใคร ก็ทำให้อารมณ์เสียได้ทุกวัน เพราะยิ่งเดินเข้าไปเรียก ก็ยิ่งหนี พอเราหยุด เขาก็หยุด จนที่สุด ต้องเปิดประตูทิ้งไว้ แล้วแกล้งทำเป็นไปแล้ว พอแอบดู ก็เห็นมูก้ารีบวิ่งเข้าบ้าน และไม่มีการออกไปไหนอีกเลยตลอดวันจะเฝ้าบ้านตลอด สิ่งที่มูก้ากลัว คือการฉีดวัคซีน เราฉีดวัคซีนเมื่อไหร่จะต้องงอนกันไปหลายวัน แม้แตพูดว่า เดี๋ยววันนี้ฉีดวัคซีนหน่อยนะ เหมือนรู้ มูก้าจะเตลิดไม่ให้เข้าใกล้เลย บางครั้งมีคนเดินเข้าบ้านมา(มาดี) จะบอกว่ามีหมาน่ารัก ไม่ดุเลย แต่กับเพื่อนบ้านบางคน บอกเข้าใกล้บ้านก็ไม่ได้ (มารู้ทีหลังคนนี้เคยลักขโมยของเรา) มูก้ารู้ แต่เล่าให้เราฟังไม่ได้ จึงใช้วิธีคัดกรองคนให้เราเสร็จสรรพ อีกสิ่งหนึ่งที่มูก้าภาคภูมิใจมากคือ วันที่เราซื้อรถกระบะคันใหม่มา มูก้าทำท่าจะขึ้น ต้องเปิดท้ายให้ทุกวัน และเขาก็จะต้องขอขึ้นรถ 1 ครั้งเป็นประจำ จากนั้นจะนอนใต้ท้องรถเพื่อเฝ้าสมบัติให้เจ้านาย

  เช้าวันหนึ่ง สังเกตุเห็นข้อขาของมูก้าบวมมาก เป่งเหมือนจะแตก เราจึงเอายาแก้อักเสบให้กิน ก็เคยรักษากันมา แต่คราวนี้ ขามูก้าบวมไม่เลิก จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะจะออกไปทำงาน แต่ทำไมไม่เห็นมูก้ามารอที่ประตูเลย พอเดินไปหา ก็พบมูก้าพยายามจะลุกขึ้นมาต้อนรับเรา ด้วยอาการสะโหลสะเหล แล้วก็ล้มพับไป นอนเป็นหมาหมดท่าตรงนั้น นี่เขาป่วยมากใช่ไหม จึงพาไปหาสัตวแพทย์ เขาบอกว่า มูก้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ขึ้นสมองด้วย(หมอคนนี้เก่งมาก) และบอกว่ามะเร็งหมารักษาได้ แต่อันนี้ไม่แน่ใจ จะฉีดยาให้ก่อน ถ้าดีขึ้นต่ออีก 3เข็มก็จะหาย

 กลับมาบ้านเราเฝ้าแต่นั่งพูดคุยกับมูก้า ลูบหัวลูบตัวปลอบใจ อาหารชนิดเม็ดมูก้ากินไม่ลงแล้ว จึงต้องใช้อาหารกระป๋องอย่างดี เมื่อพอลุกได้บ้างสิ่งแรกที่มูก้าทำคือไปนอนเฝ้ารถ อาการของมูก้าเหมือนจะดี จึงพาไปหาหมออีกครั้งคราวนี้ หมอบอกขอฉีดยาบำรุงให้ก่อน อีกอาทิตย์ค่อยมาใหม่ คิดว่าอาการดีขึ้นแล้ว ด้วยความลำเอียง กลับมาถึงบ้านสายตาที่เรามองมูก้า ดูดีขึ้น เขาลุกขึ้นมานอนดูเราทำสวนต้นไม้ เขาเลียขนจนเป็นเงา กินอาการได้มากกว่าปกติ ขณะที่รู้สึกยินดีนั้น อยากจะโทรไปบอกหมอว่าพรุ่งนี้จะพามูก้าไปฉีดยาซ้ำนะ แต่เราก็ทำงานเหนื่อยจนลืมโทร. มืดแล้วแต่พรุ่งนี้จะพาไป

    เช้าแล้วเรามองหามูก้าไม่เจอคงเดินเล่นแถวนี้ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นมูก้านอนใต้รถ ปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม แต่พอเข้าไปใกล้ ทำไมตัวแข็งอย่างนั้น นี่มูก้าสิ้นใจตั้งแต่เมื่อไหร่ มูก้าจากเราไปแล้ว ครั้งนั้นเราได้เห็นฤทธิ์เดชของการจาก ว่าเป็นอย่างไร เราขุดหลุมฝังเขาพร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น ที่สุดสิ่งสุดท้ายที่ทำ คือไปถวายสังฆทานให้เขา พระท่านถามว่าจะอุทิศให้ใคร เราตอบว่า หมาชื่อมูก้าคะ ท่านพยักหน้าแล้วก็เจริญมงคลคาถาสืบไป

  มูก้าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทรงจำ และจะนึกถึงกลอนบทหนึ่งที่มีผู้เขียนไว้ และจดจำมา  แด่มูก้าก็แล้วกัน..........

มันเป็นสัตว์สี่ขาหน้ามีขน

ที่ทุกคนเรียกชื่อมันคือหมา

มีชีพอยู่คู่คนบนโลกา

และรู้ค่าคุณของเจ้าของมัน

  ข้าวเพียงมื้อซื้อชีพมันเพียงวันหนึ่ง

  มันยังซาบซึ้งบุญคุณไว้มั่น

  คุณข้าวแดงแกงสุกเลี้ยงทุกวัน

  คือคุณอันล้นค่าขุนปรานี

มิเสียแรงกายใจคนหมายเลี้ยง

มันซื่อเยี่ยงทาสรับใช้ไม่หน่ายหนี

มันบอกเหตุการณ์เมื่อพาลโหมโจมตี

และพร้อมที่จะยืนหยัดกัดพาลชน

  มันเป็นสัตว์สี่ขาค่าเพียงสัตว์

  มิเคยกัดเจ้าของให้หมองหม่น

  มันเป็นสัตว์หัดง่ายรู้ใจคน

  กับผจญทุกข์อยู่อย่างรู้คุณ

 ต่างกับสัตว์สองขาหน้าซื่อซื่อ

 แต่ใจถือออำมหิตคิดสถุน

เลวกว่าสัตว์สี่ขาไร้การุณ

ไม่รู้บุญคุณค่าขุนปรานี

   เราเลี้ยงสัตว์สี่ขาหน้ามีขน

  มิต้องทนทุกข์ใจให้หมองศรี

  เลี้ยงไว้ได้ประโยชนืโทษไม่มี

   ท่านว่าดีกว่าเลี้ยงผู้ไม่รู้คุณ

 

 

 

                           

 

                                          

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าสู่กันฟัง

คำสำคัญ (Tags)#เพื่อนรัก#การจาก#รู้คุณ

หมายเลขบันทึก: 125493, เขียน: 06 Sep 2007 @ 09:31, แก้ไข, 22 Jun 2012 @ 16:15, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 16, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (16)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 11:10
  • น่าสงสารจัง
  • เอาตัวนี้มาให้
  • ลูกน้องผมเอง
  • เป็นหมาพรานล่าสัตว์ เก่งมาก
  • ขี้เล่น ไม่เห่า แต่กัดอย่างเดียว
  • เขาชื่อ ไทยๆๆมาก ว่า บุญมา
Chabu
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 11:31

ที่บ้านก็มีหมาค่ะ 3 ตัว มีแต่ตัวไม่ตั้งใจเลี้ยงทั้งนั้น ให้ข้าวมันครั้งเดียว ก็เลยอยู่ตลอดเลยค่ะ

สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต

   ทำไมหมาชี่ใกล้เคียงเจ้าของบล็อกจัง เพิ่งตั้งหรือเปล่าค่ะเนี่ย เลิกเลี้ยงสัตว์แล้วละค่ะ

สวัสดีค่ะคุณchabu

  เขาว่าโชคดีแล้วค่ะ แมวไปหา หมาไปสู่ หมาซื่อสัตย์มากๆเลย

กิ่ง
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 17:28
  • สวัสดีค่ะอาจารย์ค่ะที่บ้านมีหมา 1 ตัวค่ะเคยถูกรถชนด้วยค่ะแต่ไม่ตาย เวลากลับบ้านก็จะวิ่งมารับค่ะ

สวัสดีค่ะคุณกิ่ง

  ชื่นใจเลยใช่ไหมคะ เป็นสัตว์ที่อารมณ์ดีเสมอเวลาเจอเจ้าของนะคะ

เกษตรยะลา
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 19:04

            สวัสดี  น้องหมอ

  •  อ่านแล้วรู้ซึ่ง เพราะเลี้ยงหมามาแล้วร่วม10 ตัว โกโก้ ชีวาส แบร็ค บ๊อบ ทอมมี น้ำ พวกนี้ตายแล้วรู้ซึ่งถึงการจาก..
  • ปัจจุบันมี3 ตัวลูกผสมพุดเดิ้ล ลู่ๆ  ยูมิและมิกกี้ เป็นหมาเพศเมีย ปากดี เห่าเก่งเฝ้าหน้าบ้าน หนังบ้านมีแมวอีก 3 ตัว
  • คิดว่าน่าจะรู้เรืองหมาๆพอสมควร

สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา

  สมเป็นเกษตรจริงๆ เลย ชอบทั้งพืช ทั้งสัตว์ ลองกองหมดแล้วหรือคะ ไม่โปรโมทเลย

  • อ่านแล้วให้นึกถึงหมาที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่งครับ (เหลือบไปดู นั่นไง นอนอยู่ที่โรงรถ) มันชื่อ "หมี" ขนสีดำสนิทครับ พันธุ์ไทย
  • เช่นกันครับ เปิดประตูบ้านเป็นไม่ได้ วิ่งลอดออกไป เรียกไม่กลับ แต่ถ้าทำเป็นไม่สนใจ กลับเองครับ
  • ใครเขาบ้านจะเดินตามห่างประมาณ 1 วา ไม่เห่า ไม่กัด แต่...แขกผู้นั้นอย่าหยิบของนะ ทำท่าหยิบจะโดนขู่ด้วยเสียงคำราม หยิบจริงโดนจริงครับ กัดทันที
  • เลี้ยงหมาไว้สักตัว ดีกว่าเลี้ยงคนชั่วนะครับ
นายช่างใหญ่
เขียนเมื่อ 12 Sep 2007 @ 13:45

สวัสดีครับคุณบุญรุ่ง

                 ผมเคยลั่นวาจาว่าจะเลิกเลี้ยงสัตว์ก็หลายครั้งแล้ว แต่ก็ต้องหลวมตัวให้เขาจนได้

                ทุกวันนี้เลี้ยงหมาไว้ในรั้วบ้านสองตัว นอกรั้วอีกสองตัว หมาหลงมาทั้งนั้น 

                 ไปไหนก็ไม่ได้เพราะกลัวเขาอดข้าว

สวัสดึค่ะPคุณทนัน

    เขาว่าสุนัข เป็นสัตว์ ที่สื่อกับมนุษย์ ได้มากที่สุด และซื่อสัตย์จริง มีโอกาส ก็เลี้ยงไว้เถอะค่ะ

สวัสดีค่ะPคุณคำสุวรรณ

  เลี้ยงแล้วก็ไดเจริญพรหมวิหาร 4 คะ ถ้าเลี้ยงแล้วจะเกิด อาการเหมือนกัน ตามที่บอกแหละค่ะ มีบุญกรรมร่วมกันมามั้ง

คนรักหมา
IP: xxx.19.67.13
เขียนเมื่อ 27 Sep 2009 @ 11:51

สวัสดีค่ะคุณตันติราพันธ์

ที่บ้านมีหมา ๗ ตัว เป็นหมาพันธ์ไทยผสมอะไรก็ไม่ทราบ เดิมทีไม่เคยสนใจหมา วันหนึงน้องสาวเอามาฝาก ขนเกรียนสีนำตาล อายุประมาณ ๑ เดือน ดูแลอย่างดี เอามานอนด้วย ป้อนนมป้อนข้าวจนโตเป็นหนุ่ม หล่อมาก พาเขาไปฉีดวัคคซีน เขาตัวร้อน ด้วยความรักก็พาไป ร.พ.อีก หมอก็ฉีดยาอีก อยู่ไม่นานมีเลือดออกทางจมูก พาไป ร.พ. อีก หมอฉีดยา หลายเข็มก็เอาไว้ไม่อยู่ เสียชีวิตที่ ร.พ. ตอนนี้ยังใจหายอยู่เลย เคยไปถือศีล ๗ วันเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เขา ต่อมาเก็บหมามาจากวัดที่เขาเอามาทิ้งก่อนจะถูกวางยาเบื่อชื่อ หัส(เอามาวันพฤหัสบดี) ตัวนี้เที่ยวมากวันหนึ่งมีตัวเมียตามมาอยู่ด้วย แล้วก็คลอดลูกออกมา ๕ ตัว รวมพ่อแม่ ๗ ตัว เลี้ยงดูอย่างดี อวนสมบูรณ์ทุกตัว ตัวพี่ชื่อแก้ว ตัวเมียหลังอาน วันหนึ่งตอนเย็นออกมารอเจ้าของที่ถนนดนรถเฉี่ยวตายคาที ฉันมาเห็นตัวกำลังอุ่นๆอยู่เลย เลยปั้มหัวใจและพาไปหาหมอให้ฉีดยากระต้นหัวใจ แต่ก็ไม่ได้ผล ความเสียใจที่กลับบ้านช้าเป็นสาเหตุให้เจ้าแก้วต้องตาย เลยไปสงบสติอารมณ์ที่วัดอีกเหมือนกัน รวมทั้งถวายสังฆทานแบบเจาะจง ไม่เคยฝันถึงเขาเลย ต่อมาเจ้าเสือตัวผู้ตัวเดียวของตัวเดียวของพีน้อง ออกหนีเที่ยวแล้วไม่กลับมาอีกเลย สงสัยโดนหมาฝูงรุมทำร้าย ตอนนี้จิตตกมาก ไปอยู่วัดอีก ๗ วัน อีก พยายามกรวดน้ำอุทิศทุกวันให้ไปสู่สุคติ จิตใจพอคลายความเศร้าโศกลงบ้าง เมื่อต้นปี ๕๑ เจ้าไหม พี่สาวของเจ้าเสือป่วย รักษาอยู่หลายวัน ตอนหลังไปตรวจเลือดจึงได้รู้ว่าเป็นเบาหมาน ก็ฉีดอินซูลินให้ทุกวัน จนเดือนธันวาคม ปี ๕๑ เดียวกัน ก็ช็อดและเสียชีวตเป็นตัวที่ ๔ หลังจากยื้อชีวิตอยู่ประมาณ ๙ เดือน ขณะที่เจ้าไหมป่วยก็ยังเก็บลูกหมาที่ถูกรุมทำร้ายจากวัดมาเลี้ยงอีก ๑ ตัว ชื่อ โอ๋เอ๋ โอ๋เอ๋ ถูกกัดที่เอว ทำให้พิการ เดินไม่ได้ ต้องซื้อเพมเพิสร์ (ผ้าอ้อมเด็ก) มาเจาะใส่หางรองก้นและป้องกันอึอีกด้วย และเอาลูกหมาที่คนเอามาทิ้งอีก ๒ ตัว ตอนนี้ลูกพ่อหัสมีเหลืออยู่ ๒ ตัว เป็นลูกสานและกำลังป่วยทั้งสองตัว คือ ปูเป้และเอียด ปูเป้ เป็นมะเร็งที่เต้านม ตอนนี้ลุกไม่ค่อยไหว ให้กินสารสะกัดจากมังคุด และ อาหารเสริม Audeo ไม่ทราบจะอยู่ได้นานเท่าไร อีกตัวชื่อ เอียด เพราะว่าตัวเล็กกว่าพี่ แต่ตอนนี้อ้วนมาก ป่วยเป็นเบาหวาน ฉีดอินซูลินอยู่ และควบคุมนำหนัก สรุปว่าตอนนี้ ยังเหลือหมาแก่ ๔ ตัว ( แข็งแรง ๒ ตัว ป่วย ๒ ตัว) หมาหนุมสาว ๒ ตัว และพิการเดินไม่ได้ ๑ ตัว สรุปในแต่ละเดือน ค่ายา อาหารเสริม ค่ารักษา ค่าอาหาร (ข้าวกล้อง +ปลา /หมู/ ไข่ ) ค่าเพมเพิสร์ ไม่ตำจาก 5,000 บาท และกำลังทำใจกับหมาที่ป่วยอยู่ มองให้เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เพราะว่าอยู่กับเรา เราก็ดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าจะจากไปก็ให้ไปเกิดเป็นคนในชาติหน้าก็แล้วกัน

สวัสดีค่ะคุณนรักหมา

เป็นเรื่องเล่าที่ประทับใจนะคะ

การให้ไม่มีขีดจำกัดจริง

สุดแต่ความกว้างไกลของใจเรา

คิดถูกแล้วค่ะ

เมื่ออยู่กับเราเราก็ให้สิ่งที่ดีที่สุดไปแล้ว

ต่อจากนั้นคงเป็นกรรมของแต่ละคนค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

DRR
IP: xxx.53.22.78
เขียนเมื่อ 09 Oct 2010 @ 10:05

สุนัขพูดไม่ได้ เขาบอกอาการไม่สบายให้ไม่ได้ รู้แต่เขาซึม เดินวนไปมา นอนเยอะขึ้น ไม่ค่อยอยากทานข้าวต้องป้อน .... (ไม่นึกเลยว่าจะเป็นมะเร็ง )ดิฉันเพิ่งสูญเสียลูกชายที่อยู่ด้วยกันมานานตั้ง 14 ปีไปด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยเป็นเหมือนก้อนเนื้อที่คอ โตขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาอ่อนตัวเหมือนฝีที่คอ ทุกคนดีใจนึกว่าแมลง สัตว์มีพิษกัด หรือเป็นฝีธรรมดาคุณหมอเลยผ่าฝีให้ แต่อาการเขาก็ไม่ดีขึ้นเลย ..มันไม่ใช่ฝีธรรมดาซะแล้ว ปรากฎว่า มันเป็นมะเร็ง เพราะทุกวันที่ล้างแผลมีแต่เนื้อตายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงกกหูเลย เสียใจสุด สุด ยากที่จะบรรยาย .....เขาอดทนมากเลย เรายังคิดว่าถ้าอยู่ในสภาพนั้นจะทนได้เท่าเขาใหมเนี่ย แต่บอกเขาตลอดนะว่าถ้าทนไม่ได้ก็ไปเลยไม่ต้องรอ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ถ้าไปแล้วหมอเขาก็จะโทรหา แม่จะรีบมาทันที ไม่ทอดทิ้งแน่นอน คุณหมอก็พยายามช่วย ฉีดยา เจาะเลือด จนแขนและหลังเป็นแต่รอยเข็ม เขาไม่เคยร้องเลย จน 2-3 วันสุดท้ายเขาเริ่มอึ อาเจียน ฉี่ ปนเลือดสีดำ คุณหมอสันนิษฐานว่าเจ้ามะเร็งร้ายคงทำลายระบบอวัยวะข้างใน เลือดตกในซะแล้ว ค่าไตก็สูง เกิดภาวะไตวาย จนคืนสุดท้ายที่ไปเยี่ยมเขาเริ่มลุกขึ้นยาก และเริ่มร้องเมื่ออยากจะลุกขึ้น เราจะช่วยจับตัว พยุงเขายิ่งร้องเหมือนเจ็บมาก น้ำก็ไม่ทาน เขาก็เริ่มปลงแล้ว เห็นสภาพอยากจะให้หมอฉีดยาให้เขานอนหลับอย่างสบายด้วยซ้ำไป... แต่เขาก็น่ารักมากตอนเช้ามืดของเวลา 11 วันที่อยู่ ร.พ. เขาก็จากไปอย่างสงบในท่าที่หลับสบาย 05.33 น.คุณหมอโทรบอก เราก็ยังพอมีสติขอคุณหมอเย็บรอยแผลที่คอให้เขาจะได้จากไปอย่างครบถ้วน ไม่มีรอยแผล และความเจ็บปวดไปด้วยไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ตาม ทิ้งความเจ็บปวดและมะเร็งร้ายไว้ที่นี่ให้เปลวไฟเผาไปให้หมดในชาตินี้.... โชคดีลูกรัก แม่รักเสมอไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ตาม และขอโทษที่ดูแลไม่ดีจนทำให้ต้องเป็นมะเร็ง ที่มารู้อีกทีเมื่อเป็นระยะสุดท้ายยากเกินแก้ไขและเยียวยา...ถ้ามีบุญวาสนาคงได้เจอกัน รักและคิดถึงเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ขอบคุณสำหรับระยะเวลา 14 ปีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา...(แม่)

*** ขอให้ดิฉัน และลูกชายเป็นคนสุดท้ายที่เจอกับโรคมะเร็งที่ชั่วร้ายนี้ด้วยเถอะ สาธุ ***

สวัสดีค่ะคุณDRR

ทุกการจากมักมีเบื้องหลังทำให้เราได้เศร้าใจ และสุขใจคละเคล้ากันไป

ทำให้ได้รู้ค่าของสิ่งที่จากไปเสมอ

ยินดีค่ะ ที่พื้นที่แห่งนี้ จะเป็นที่ระบายความทุกข์ ให้ผ่อนคลายลงบ้าง

ขอให้รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง และซาบซึ้งในการได้พบกันในชาตินี้ ของสรรพสิ่งนะคะ

มูก้า ก็ยังอยู่ในความฝันและความทรงจำของดิฉัน

และขอให้ผู้จากไปทุกชีวิต ได้สู่ปรโลกอย่างผาสุกค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบันทึกค่ะ