เราจะเห็นวัฏจักร อันหนึ่ง ที่หมุนวนไปเหมือนกรงล้อ พบแล้วจาก แล้วพบ เป็นเช่นนี้ตราบนานเท่านาน จนกว่าจะหลุดพ้น.....

  จากลา เป็นคำพูดที่หลายคนไม่อยากจะเอ่ย โดยเฉพาะกับสิ่งที่เรายังมี สายสัมพันโยงใยกันอยู่ แต่ที่สุด จะเอ่ย หรือไม่เอ่ย เราก็ต้องจากลากันอยู่ดี ถ้าเราสามารถมองย้อนอดีต ที่พ้นผ่านมา นับภพนับชาติไม่ถ้วน เราจะเห็นวัฏจักร อันหนึ่ง ที่หมุนวนไปเหมือนกรงล้อ พบแล้วจาก แล้วพบ เป็นเช่นนี้ตราบนานเท่านาน จนกว่าจะหลุดพ้น.....

   หากแต่เรายังเป็นปุถุขน คนธรรมดา ยังไม่อาจรู้เห็น หรือระลึกได้ ตามที่กล่าวมาแล้ว การจากกัน โดยเฉพาะจากตาย จึงยังสร้างความสะเทือนใจ หวั่นไหวในจิตใจของเราเสมอมา และหลายคนก็เฝ้าอธิษฐาน ขอให้การจากกันครั้งนี้ อย่าได้เป็นการลาลับกันตลอดไปเลย ขอให้เราได้มาพบเจอ ได้มาสร้างสรรสิ่งต่างๆ ที่ยังคั่งค้าง ไม่อาจสรุปจบได้ในชาตินี้ด้วยเถิด แต่แท้จริงแล้ว ด้วยแรงกรรมที่ผูกพัน แม้ไม่อธิษฐาน ก็ต้องมาพบเจอกันอยู่ดี

  เคยมีประสบการณ์การจากที่เกิดกับตัวเอง และเพื่อนต่างระดับภพภูมิกัน เราเป็นมนุษย์ เขาเป็นสัตว์ โดยส่วนตัวผู้เขียนไม่ชอบเลี้ยงสัตว์เลย แต่วันหนึ่ง ก็มีอันต้องมานั่งเลี้ยงลูกสุนัข พันธุ์ร็อตไวเลอ มีขนสีดำ และแลนมาร์ค ที่เหมือนกันทุกตัว สีน้ำตาล ตามส่วนต่างๆของร่างกาย จำได้ถึงการต้องใช้ความอดทนสูงมาก ต้องป้อนนมทั้งคืน มิฉะนั้น ก็จะมีเสียงร้องปลุกจนน่ารำคาญ ต้องอดตาหลับ ขับตานอน อยู่เป็นเดือน กว่าเขาจะกินอาหารอื่นได้ ในที่สุด มูก้าตัวน้อยก็เติบโตเป็นหนุ่ม แล้วก็มีเหตุให้บังเอิญว่า ช่วงนั้น ต้องอาศัยบ้านพักอยู่คนเดียว ก็เลยจะเห็นความดีของมูก้าขึ้นมาบ้างที่ได้มาเป็นเพื่อนกัน เขาฉลาดมาก ซน และมีข้อแม้ตลอด แต่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี

     ทุกเช้าพอเราออกจากบ้านไปทำงาน เปิดประตูรั้วปั๊บ มีอันต้องวิ่งแซงออกไปทันที ด้วยความกลัวถึงฤทธิ์เดชสุนัขพันธุ์นี้ จะไปทำร้ายใคร ก็ทำให้อารมณ์เสียได้ทุกวัน เพราะยิ่งเดินเข้าไปเรียก ก็ยิ่งหนี พอเราหยุด เขาก็หยุด จนที่สุด ต้องเปิดประตูทิ้งไว้ แล้วแกล้งทำเป็นไปแล้ว พอแอบดู ก็เห็นมูก้ารีบวิ่งเข้าบ้าน และไม่มีการออกไปไหนอีกเลยตลอดวันจะเฝ้าบ้านตลอด สิ่งที่มูก้ากลัว คือการฉีดวัคซีน เราฉีดวัคซีนเมื่อไหร่จะต้องงอนกันไปหลายวัน แม้แตพูดว่า เดี๋ยววันนี้ฉีดวัคซีนหน่อยนะ เหมือนรู้ มูก้าจะเตลิดไม่ให้เข้าใกล้เลย บางครั้งมีคนเดินเข้าบ้านมา(มาดี) จะบอกว่ามีหมาน่ารัก ไม่ดุเลย แต่กับเพื่อนบ้านบางคน บอกเข้าใกล้บ้านก็ไม่ได้ (มารู้ทีหลังคนนี้เคยลักขโมยของเรา) มูก้ารู้ แต่เล่าให้เราฟังไม่ได้ จึงใช้วิธีคัดกรองคนให้เราเสร็จสรรพ อีกสิ่งหนึ่งที่มูก้าภาคภูมิใจมากคือ วันที่เราซื้อรถกระบะคันใหม่มา มูก้าทำท่าจะขึ้น ต้องเปิดท้ายให้ทุกวัน และเขาก็จะต้องขอขึ้นรถ 1 ครั้งเป็นประจำ จากนั้นจะนอนใต้ท้องรถเพื่อเฝ้าสมบัติให้เจ้านาย

  เช้าวันหนึ่ง สังเกตุเห็นข้อขาของมูก้าบวมมาก เป่งเหมือนจะแตก เราจึงเอายาแก้อักเสบให้กิน ก็เคยรักษากันมา แต่คราวนี้ ขามูก้าบวมไม่เลิก จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะจะออกไปทำงาน แต่ทำไมไม่เห็นมูก้ามารอที่ประตูเลย พอเดินไปหา ก็พบมูก้าพยายามจะลุกขึ้นมาต้อนรับเรา ด้วยอาการสะโหลสะเหล แล้วก็ล้มพับไป นอนเป็นหมาหมดท่าตรงนั้น นี่เขาป่วยมากใช่ไหม จึงพาไปหาสัตวแพทย์ เขาบอกว่า มูก้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ขึ้นสมองด้วย(หมอคนนี้เก่งมาก) และบอกว่ามะเร็งหมารักษาได้ แต่อันนี้ไม่แน่ใจ จะฉีดยาให้ก่อน ถ้าดีขึ้นต่ออีก 3เข็มก็จะหาย

 กลับมาบ้านเราเฝ้าแต่นั่งพูดคุยกับมูก้า ลูบหัวลูบตัวปลอบใจ อาหารชนิดเม็ดมูก้ากินไม่ลงแล้ว จึงต้องใช้อาหารกระป๋องอย่างดี เมื่อพอลุกได้บ้างสิ่งแรกที่มูก้าทำคือไปนอนเฝ้ารถ อาการของมูก้าเหมือนจะดี จึงพาไปหาหมออีกครั้งคราวนี้ หมอบอกขอฉีดยาบำรุงให้ก่อน อีกอาทิตย์ค่อยมาใหม่ คิดว่าอาการดีขึ้นแล้ว ด้วยความลำเอียง กลับมาถึงบ้านสายตาที่เรามองมูก้า ดูดีขึ้น เขาลุกขึ้นมานอนดูเราทำสวนต้นไม้ เขาเลียขนจนเป็นเงา กินอาการได้มากกว่าปกติ ขณะที่รู้สึกยินดีนั้น อยากจะโทรไปบอกหมอว่าพรุ่งนี้จะพามูก้าไปฉีดยาซ้ำนะ แต่เราก็ทำงานเหนื่อยจนลืมโทร. มืดแล้วแต่พรุ่งนี้จะพาไป

    เช้าแล้วเรามองหามูก้าไม่เจอคงเดินเล่นแถวนี้ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นมูก้านอนใต้รถ ปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม แต่พอเข้าไปใกล้ ทำไมตัวแข็งอย่างนั้น นี่มูก้าสิ้นใจตั้งแต่เมื่อไหร่ มูก้าจากเราไปแล้ว ครั้งนั้นเราได้เห็นฤทธิ์เดชของการจาก ว่าเป็นอย่างไร เราขุดหลุมฝังเขาพร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น ที่สุดสิ่งสุดท้ายที่ทำ คือไปถวายสังฆทานให้เขา พระท่านถามว่าจะอุทิศให้ใคร เราตอบว่า หมาชื่อมูก้าคะ ท่านพยักหน้าแล้วก็เจริญมงคลคาถาสืบไป

  มูก้าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทรงจำ และจะนึกถึงกลอนบทหนึ่งที่มีผู้เขียนไว้ และจดจำมา  แด่มูก้าก็แล้วกัน..........

มันเป็นสัตว์สี่ขาหน้ามีขน

ที่ทุกคนเรียกชื่อมันคือหมา

มีชีพอยู่คู่คนบนโลกา

และรู้ค่าคุณของเจ้าของมัน

  ข้าวเพียงมื้อซื้อชีพมันเพียงวันหนึ่ง

  มันยังซาบซึ้งบุญคุณไว้มั่น

  คุณข้าวแดงแกงสุกเลี้ยงทุกวัน

  คือคุณอันล้นค่าขุนปรานี

มิเสียแรงกายใจคนหมายเลี้ยง

มันซื่อเยี่ยงทาสรับใช้ไม่หน่ายหนี

มันบอกเหตุการณ์เมื่อพาลโหมโจมตี

และพร้อมที่จะยืนหยัดกัดพาลชน

  มันเป็นสัตว์สี่ขาค่าเพียงสัตว์

  มิเคยกัดเจ้าของให้หมองหม่น

  มันเป็นสัตว์หัดง่ายรู้ใจคน

  กับผจญทุกข์อยู่อย่างรู้คุณ

 ต่างกับสัตว์สองขาหน้าซื่อซื่อ

 แต่ใจถือออำมหิตคิดสถุน

เลวกว่าสัตว์สี่ขาไร้การุณ

ไม่รู้บุญคุณค่าขุนปรานี

   เราเลี้ยงสัตว์สี่ขาหน้ามีขน

  มิต้องทนทุกข์ใจให้หมองศรี

  เลี้ยงไว้ได้ประโยชนืโทษไม่มี

   ท่านว่าดีกว่าเลี้ยงผู้ไม่รู้คุณ