ความเป็นผู้นำของคน ลักษณ์ 6 (นักปุจฉา)

  สำหรับผู้นำลักษณ์ 6 โดยบุคลิกภาพภายนอก อาจจะไม่มีอะไรให้สังเกตมากนัก คือธรรมดาๆ เหมือนๆ คนอื่น แต่คนใกล้ชิดอาจจะสัมผัสได้ถึงความรอบคอบในเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิต   
 

เรื่อง ความเป็นผู้นำของคน 9 ลักษณ์ ได้เดินทางมาถึงผู้นำกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มคนศูนย์หัว ตามทฤษฏีนพลักษณ์แบ่งคนออกตามความถนัดหลัก 3 กลุ่มคือ กลุ่มศูนย์หัว (ลักษณ์ 5 ลักษณ์ 6  และลักษณ์ 7) กลุ่มศูนย์ท้อง (ลักษณ์ 8  ลักษณ์ 9 และ ลักษณ์ 1)  และกลุ่มศูนย์ใจ (ลักษณ์ 2   ลักษณ์ 3 และลักษณ์ 4) 

 

ลักษณะเด่นของคนกลุ่มศูนย์หัว คือ จะใช้พลังทางความคิดมาก และเร็วกว่าคนอีก 2 กลุ่ม  โดยพลังทางความคิดอาจจะเป็นลักษณะของการใช้เหตุ ใช้ผล ใช้จินตนาการ ใช้ตรรกะ หรือเป็นความลังเลสงสัย ความกังวล

 

สำหรับผู้นำลักษณ์ 6 โดยบุคลิกภาพภายนอก อาจจะไม่มีอะไรให้สังเกตมากนัก คือธรรมดาๆ เหมือนๆ คนอื่น แต่คนใกล้ชิดอาจจะสัมผัสได้ถึงความรอบคอบในเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิต

 

โดยปกติแล้วคนลักษณ์ 6 เมื่อทำงานมาระดับหนึ่ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารสนับสนุนให้ทำงานฝ่ายบริหาร คนลักษณ์ 6 ที่ยังมีการสังเกตตัวเองไม่ชัดเจนนัก มักจะปฏิเสธที่จะรับภาระหน้าที่ที่สูงขึ้น เพราะมีความกลัวความไม่ปลอดภัยเป็นฐานคิด มีความระแวงไม่ไว้วางใจในคนที่มีอำนาจสูงกว่าตน จนไม่มั่นใจในสถานภาพใหม่ที่ได้รับ

 

แต่เมื่อใดที่คนลักษณ์ 6 เรียนรู้ตัวเอง รู้จักว่าตัวเองมีความกลัวอยู่ในใจ แม้ว่าจะไม่ได้ศึกษานพลักษณ์ แต่หากเป็นคนที่รู้จักสังเกตตนเอง ตระหนักรู้ในจุดแข็ง จุดอ่อน หรือ ศักยภาพของตนเอง (ในภาษาของ Peter M. Senge เรียกว่า Mental Model ก็จะสามารถก้าวข้ามภาวะความกลัวนั้นได้  ซึ่งเรามักจะพบว่าสิ่งที่ทำให้คนลักษณ์ 6 ก้าวข้ามได้ คือ การใช้ ศรัทธา เมื่อนั้นเขา/เธอ จะได้รู้จักกลไกการทำงานทางจิตของตนเอง และสามารถนำพาไปสู่เป้าหมายของชีวิต และการทำงานร่วมกับคนอื่นได้ (ในภาษาของ Peter M. Senge เรียกว่า Personal Mastery)

จากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่า ศาสตร์นพลักษณ์ เป็นเครื่องมือที่เอื้อต่อแนวคิด Learning Organization ของ Peter M. Senge เป็นอย่างมาก ในการช่วยวิเคราะห์ให้บุคคลบรรลุ 2 ใน 5 วินัยขององค์การแห่งการเรียนรู้ คือ Mental Model  และ Personal Mastery หากนำมาอบรมในองค์กร  ร่วมกับวิธี สุนทรียสนทนา หรือ Dialogue ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Senge แนะนำให้ใช้ในวินัย (Discipline) เรื่อง Team Building จะพบว่าสามารถสร้างภาวะ Synergy ในองค์กรให้เกิดขึ้นได้

 

กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า

 

ผู้นำคนลักษณ์ 6 หรือนักปุจฉา มัก ถือเป็นภาระหน้าที่ในการทำเพื่อคนเสียเปรียบ อุทิศตนให้กับเป้าหมายหรืออุดมการณ์ที่สร้างสรรค์ สามารถเสียสละตนเองเพื่อหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อผู้อื่น สามารถทำงานที่ไม่ต้องมีการยอมรับจากสังคม เพราะไม่ค่อยยึดติดกับความต้องการความสำเร็จที่เห็นผลทันที

 

จุดแข็งโดยสรุปของผู้นำลักษณ์ 6 คือ เป็นผู้ที่จงรักภักดีกับองค์กร บอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าตนเองเป็นที่ไว้วางใจได้ทั้งกับเพื่อนร่วมงานและองค์กร มีความคิดที่ฉับไว และรอบคอบปิดจุดอ่อนในทุกโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงในการทำงาน

 

มักมีเรื่องเล่าตลกๆ ในแวดวงนพลักษณ์ ว่า คนลักษณ์ 6 มองเห็นปัญหา อุปสรรค์ ในทุกทางเลือก หรือ มีปัญหา ในทุกทางออก เนื่องเพราะการทำงานของกลไกทางจิตของคนลักษณ์ 6 พลังงานทางสมอง ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว และความกังวลต่อความไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัย ความคิดที่เร็วและไว จึงพุ่งตรงไปเฉพาะในส่วนที่เป็นปัญหาได้ก่อนคนอื่นเสมอ ในกรณีของผู้นำลักษณ์ 6 ที่ไม่ค่อยรู้ตัว (มองเห็นการทำงานทางจิตตัวนี้ของตัวเองไม่ออก) จึงถูกมองจากคนลักษณ์อื่นว่าเป็นคนที่ขี้กลัว ลังเลสงสัยในเรื่องราวต่างๆ ไว้วางใจคนอื่นยาก

  แต่ผู้นำลักษณ์ 6 ที่รู้ตัวเอง คือ มี Personal Mastery จะมีสติรู้ความกลัวของตัวเอง และปรับการมองปัญหาอุปสรรค ให้เป็นการคาดการณ์ที่แม่นยำถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น กลายเป็นคนรอบคอบในทุกสถานการณ์

 

  คนลักษณ์ 6 เหมือนมีกรรม เนื่องจากแยกไม่ออกระหว่างเรื่องราวที่หวาดระแวงต่อผู้คน ต่อเรื่องราวต่างๆ อันเนื่องจากความคิดของตัวเอง กับเรื่องราวที่เป็นจริง บางครั้งจึงหันไปพึ่งพิงความมั่นคงภายนอก (ตัวเองไม่มีความมั่นคงภายใน)

มีผู้บริหารงานด้านบุคคลของส่วนราชการแห่งหนึ่งเล่าว่า ในวัยสาวของเธอทำงานในโรงงาน ไต่เต้าจนได้เป็นผู้บริหารด้านงานบุคคล ดูแลคนงานเกือบสองพันคน ด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าย่างสามสิบ และได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโรงงานโดยตรง แต่พอเจ้าของโรงงานคิดว่าเธอยังเด็กไป เลยมอบหมายญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งให้มาดูแลเธออีกชั้นหนึ่งในฐานะรองประธาน เธอขอลาออกด้วยเหตุผลลึกๆ ส่วนตัวที่ว่า เธอไม่ศรัทธาในอาแปะแก่ๆ คนหนึ่งว่าจะเก่งกว่าเธอ ด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงในอาชีพการงานอีกต่อไป จึงเบนเข็มชีวิตมารับราชการ ทั้งๆ ที่เงินเดือนน้อยกว่ากันอย่างเทียบไม่ได้ แต่ทุกวันนี้เธอทำงานหนัก รักองค์กร ทุ่มเททำงานกลับบ้านค่ำมืดทุกวัน แต่เธอบอกว่าเธอมีความสุข เพราะศรัทธาในผู้บริหารระดับสูงขององค์กรว่าเก่งกว่าเธอ และเธอมีอะไรที่จะเรียนรู้จากเขาได้มากมาย ดังนั้นงานหนักเท่าใดเธอก็ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา

 
           ปมประเด็นที่คนลักษณ์ 6 จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้คือ ทำอย่างไรจึงบริหารจัดการผู้ที่มีอำนาจสูงกว่าตนเองได้ ทำอย่างไรจึงจะรู้สึกว่าพึ่งพิงตัวเองได้
           บางครั้งผู้นำลักษณ์ 6 ที่วิ่งไปใช้บุคลิกภาพของลักษณ์ 3 จะผูกตนเองไว้กับภาพลักษณ์ และขับเคลื่อนชีวิตการทำงานไปบนภาพที่ตัวเองสร้างแต่ในใจเต็มไปด้วยความกังวล ฟุ้งซ่าน ความรู้สึกไม่ไว้วางใจ จนมีเพื่อนสนิทคือ อาการปวดหัวบ่อยๆ

ข้อแนะนำก็คือ ผู้นำลักษณ์ 6 ควรที่จะบอกตัวเองว่า ความเข้มแข็ง ความเด็ดขาด ความสงบเย็นในจิตใจ เป็นสิ่งที่ทำได้ โลกนี้มีสิ่งสวยงาม ปลอดภัย และสามารถไว้วางใจอยู่ เพียงแต่เรามองไม่เห็น หรือไม่พยายามมอง เมื่อฝึกมองบ่อยๆ ก็จะพบเอง

 

ในด้านสัมพันธภาพ ผู้นำลักษณ์ 6 จะกังวลว่าตนจะเสียสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง จึงมีบุคลิกภาพที่แคร์ และสร้างความรู้สึกอบอุ่นกับคนใกล้ชิด ไม่พูดจาที่จะทำร้าย หรือชี้ปม หรือประเด็นความขัดแย้ง

 

เราจะพบภาวะผู้นำลักษณ์ 6 อีกประเภทหนึ่งที่ ความกลัวภายในกดดันให้ตัวเองกลายเป็นคนกล้า บ้าบิ่น ซึ่งหากพิจารณาภายนอกแล้ว อาจจะมีบุคลิกภาพคล้ายผู้นำลักษณ์ 8 อยู่มาก จะสู้หัวชนฝา มีลักษณะเป็นวีรบุรุษ ต่อสู้เพื่อปกป้องคนอื่นเต็มกำลัง

 ท่านผู้อ่านลองวิเคราะห์ดูสิคะว่า อะไรเป็นแรงขับดันภายในของพฤติกรรม หรือบุคลิกภาพเช่นนั้น หากคิดไม่ออก ลองหันกลับไปอ่านบทความ ความเป็นผู้นำของคนลักษณ์ 2 ดูจะเห็นแบบแผนการวิเคราะห์โดยใช้นพลักษณ์ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ "นพลักษณ์"

คำสำคัญ (Tags)#การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์#ภาวะผู้นำ#นพลักษณ์#ตระหนักรู้#mental model#personal mastery#transformation leadership#การจัดการความรู้เรื่องตนเอง#รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่น#5th discipline

หมายเลขบันทึก: 125329, เขียน: 05 Sep 2007 @ 16:58 () , แก้ไข, 20 Jun 2012 @ 21:12 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (5)

peung-anchana
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตามมาเลือกอ่านก่อนเลยคะ

มองเห็นภาพรวมของผู้นำลักษณ์หกได้ดีคะ

ประเด็นสำคัญเมื่อก้าวถึงจุดที่ต้องเป็นผู้นำคือ การที่เหมือนเรากลัวความสำเร็จ

ตอนนั้นไม่รู้ทำไมจริงๆ เคยก้าวพรวดพราด ขึ้นสู่จะที่เป็นผู้นำ มีคนที่อยู่ในความดูแล ยี่สิบกว่าคน เพียงอายุ ๒๖ ยอมรับว่ากดดันและเหนื่อยแบบแปลกๆ (ไม่รู้ตัว)

แต่ก็ทำให้ดีที่สุดไปเท่านั้น)จนทนไม่ไหวแพ้ภัยตัวเอง ออกสะเฉยๆเมื่อจะถูกดันให้ขึ้นอีก ๆๆ เพราะคนข้างนอกมองเห็นเราขยัน รอบคอบ ทำงานแบบพยายามอุดรูรั่วจริงๆ และรักทีม แต่ยอดเหนื่อยใจเลย (ไม่รู้ตัวเมื่อก่อน)

เขียนมาอีกนะคะ

จะได้ตามอ่าน

อัญชลี อุชชิน
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

แปลกใจค่ะ

ว่าทำไมน้อง peung-anchana มาอ่านเรื่องผู้นำที่นี่

เพราะในเว็บไซด์ของสมาคมก็มี แถมมีตารางสรุปให้ด้วย

ที่นี่พี่นุชใส่ตารางไม่เป็นค่ะ ก๊อปมาแปะแล้วมันไม่เป็นตาราง ก็เลยขี้เกียจใส่

แต่อย่างไรก็ขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาอ่าน และทิ้งร่องรอยไว้

บล๊อกนี้ไม่เคลื่อนไหวมานานแล้วค่ะ

ทำให้คิดว่า

สงสัยเราต้องหาเรื่องมาเขียนเพื่มเติมเสียแล้วกระมัง เดี๋ยวมิตรรักแฟนเพลงไม่มีอะไรอ่าน 555

อยากอ่านเรื่องอะไร เขียนมาคุยกันได้นะคะ

ตอนนี้ในใจมี ซีรี่ส์ เรื่องนพลักษณืในเด็กอยู่ แต่กำลังหาเวทีทดลองทำกับเด็กอยู่ค่ะ ไม่มีข้อมูลจริง เขียนไม่ออก 555 กิเลสลักษณ์ 5 ทำงานเต็มที่เลยค่ะ

ที่เขียนซีรี่ส์ภาวะผู้นำได้นี่ ก็ต้องขอบคุณ ผู้บริหาร สวทช. ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล กรมชลประทาน และผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน ที่เป็นข้อมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตรงนี้

ส่วนตัวไม่ชอบอ่าน enneagram จากฝรั่ง รู้สึกว่ามันมีความเป็นนมเนยมากไป ความรู้สึกนึกคิดแม้จะมีกลไกเดียวกัน แต่มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก

อ่านจากหนังสือ มันให้ความรู้สึกไม่เท่ากับได้ฟังคนไทยจริงๆ ตัวจริง เสียงจริง บอกเล่าให้เราฟังหรอกค่ะ

peung-anchana
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อ้าวเหรอคะ

ผึ้งไม่ค่อยได้ไปอ่านที่ไหน แบบว่า low tech ไม่ค่อยค้น

เคยแวะไปที่ไหน เดิมๆก็ไปอยู่ที่เดียวไรงี้

มันยุ่งๆด้วยคะ

ต้องชี้ จี้ ไรงี้ อะคะ 555555

แวบไปแวบมา อ่านที่นี่โน่น

คิดถึงนะคะ

เขียนเพิ่มดิคะ

แล้วแวะมาอ่านใหม่คะ

IP: xxx.53.139.22
เขียนเมื่อ 

อยากให้เขียนเกี่ยวกับลักษณ์ เเต่เเยกประเด็นออกมาระหว่างลักษณ์ย่อยคะ เพราะลักษณ์เดียวกัน เเต่ลักษณ์ย่อยต่างกัน อะไรๆ ก็เลยต่างกันออกไปอีกคะ

อัญชลี อุชชิน
IP: xxx.24.18.107
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่เสนอแนะค่ะ

แต่การศึกษาเรื่องลักษณ์ย่อย ควรเป็นคนที่รู้ลักษณ์ตนเองแล้ว และสังเกตตนเองดีพอสมควร จะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้งขึ้น และเห็นความแตกต่างระหว่างคนลักษณ์เดียวกัน ว่าทำไมมีรายละเอียดในชีวิตที่แตกต่างกันไป

หากคนที่ยังไม่รู้ลักษณ์แล้วมาศึกษาลักษณ์ย่อย จะเกิดอาการงง และสับสนค่ะ ไม่เกิดประโยชน์

ทางสมาคมจึงนำเรื่องลักษณ์ย่อยมาจัดอบรมในระดับขั้นกลางค่ะ

ดิฉันอยากเขียนนะคะ แต่อาจจะต้องเผยแพร่เฉพาะกลุ่มภายในเท่านั้นค่ะ ด้วยเหตุผลข้างต้นค่ะ

หากคุณมีความประสงค์จะแลกเปลี่ยน ดิฉันยินดีนะคะ เมล์มาคุยกันได้ค่ะ มิต้องเกรงใจ